บท
ตั้งค่า

ไม่ใช่ลูกหรอ

เธอรู้นิสัยพ่อสามีดี คนขี้เกียจที่ต้องเก็บเงินไว้เองและห้ามใครใช้จ่ายโดยไม่ผ่านตัวเอง หรือเรียกอีกอย่างว่าต้องการควบคุมในบ้านเป็นอย่างไร

ส่วนแม่สามีอย่างเหวินเหยานั้นไม่ต้องพูดถึง แอบลักขโมยเงินในบ้านเธอทุกครั้งที่แกล้งมาเยี่ยม ในส่วนที่ให้พ่อไปแล้ว เธอก็จะกลับมารีดไถกับลูกชายคนโตทีหลัง

”ฉัน…ฉันก็เอาไปซื้อของกินของใช้ในบ้าน!!“

”แต่แก่พึ่งไปตลาดกับฉันมา ใช้เงินที่ฉันเจียดให้ไปแล้ว ไหนจะคูปองอาหารที่ฉันทำงานแลกมานั่นฉันให้เธอเอาไปแลกอาหารมาแล้วไง!!“ ท่าทางเริ่มเถียงกันใหญ่โต ทำน้องสามี3คนที่ตอนแรกยังเข้าข้างคนแม่เงียบกริบ เพราะรู้ดีว่าหากเข้าไปยุ่ง พ่อที่โมโหร้ายจะจัดการพวกเขาแน่นอน

”พูดถึงเรื่องคู่ปองอาหาร เมื่อวันก่อนพี่เจี่ยสวี่ไปรับจ้างขนดินที่บ้านท่านผู้นำได้คูปองพิเศษมา1ใบ เป็นคูปองแลกเนื้อ น้องรองก็มาขอไป เรื่องนี้พ่อรู้ไหมคะ?“

เหมือนระเบิดลงกลางบ้านของเธอ แต่จะเรียกว่าบ้านก็ไม่ถูก ห้องที่สร้างด้วยดินนี้พ่อแม่สามียกให้เป็นเรือนหอ แต่เป็นเรือนหอที่ใครจะเข้าจะออกก็ได้ แม้จะทำครัวแยกแต่หลายครั้งคนบ้านสามีก็เข้ามาโดยพละการ

ดวงตากลมโตกวาดมองความวุ่นวายตรงหน้า มองห้องที่อยู่อาศัยมาหลายปีแล้วปวดใจ มองร่างกายสามีที่พ่ายผอม มองเสื้อผ้าที่มีแต่ชุดทำงานเก่าๆแล้วเจ็บใจที่สุด!!!

โถข้าวที่มีข้าวสารแค่หยิบมือนั้นไม่ต้องพูดถึง บ้านแม่สามีของเธอไม่เคยซื้ออะไรเลย แม้จะได้รับเงินจากพ่อสามีก็จะเก็บไว้ให้น้องๆ จะใช้ก็ต่อเมื่อพ่อสามีไปตลาดด้วยเท่านั้น!!

บ้านโม่มีลูก4คน คนแรกคือเจี่ยสวี่สามีของเธอ คนที่2คืออันอวี๋ ปีนี้อยู่ชั้นมัทยม คนที่2คนเจี่ยอัน ห่างจากคนที่2แค่1ปี ส่วนคนที่สาม หลินอวี๋ น้องสาวที่มีอายุแค่12ขวบ ไม่ค่อยพูด ขี้โรค และไม่ค่อยถูกใส่ใจ

ส่วนสามีเธอนั้นมีอายุแค่22ปี ส่วนเธออานุ20ปี เราทั้งคู่แต่งงานเพราะคำมั่นสัญญาของพ่อแม่ แต่ความดีและความซื่อสัตย์ของสามีทำเธอรักเขาได้ไม่ยาก

“ซูเจียง” เสียงแหบแห้งที่เรียกอยู่ไม่ไกลทำเธอรีบเดินเข้าไปใกล้

”พี่ฟื้นแล้ว!!“ เธออดีใจจนน้ำตาไหล พ่อและแม่สามียังคงเถียงกันไม่ลดละ

”เธอ ไม่เป็นไรใช่ไหม เธอ…หิวน้ำไหม? ต้องการผ้าห่มรึเปล่า?“ เป็นเจี่ยสวี่ที่ถามเธอออกมาก่อน นึกย้อนไปตอนที่เธอตายทั้งที่น้ำหยดสุดท้ายเขาป้อนเธอเองกับมือ

”ฮึก พี่ เรากลับมาแล้ว เราได้โอกาสอีกครั้งแล้ว“ แค่เขาพูดเรื่องน้ำเธอก็จำได้ทันที ซ้ำยังจับผ้าบางๆบนร่างกายเธอ

”จริงด้วย นี่มัน…วันที่พี่ขาหักนี่“ เขามองขาตัวเองและยิ้มออกมา ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ ก่อนที่บ้านสามีของเธอจะหยุดด่าทอและหันมาตวาดใส่เธอ2คน

”พวกแกมาเล่นบทโศกอะไร แกพูดให้พ่อผัวแกด่าฉัน แก่จะเบี่ยงประเด็นเรื่องค่าเทอมอันอวี๋กับเจี่ยอันใช่ไหม!!“ หญิงชราที่ร่างกายอวบอ้วน ตัดผมสั้นดัดลอนจนหยิกไปทั้งหัว ที่หูสวมต่างหูทอง ที่แขนมีกำไรหยก และยังมีแหวนทองใส่ไม่ยอมรามือง่ายๆ

”ขอค่าเทอมงั้นหรอครับ ก่อนจะขอค่าเทอม ผมว่าตอนนี้เรามาคุยกันเรื่องหนึ่งดีกว่า!!“ เจี่ยสวี่ลุกขึ้นนั่งกวาดตามองทุกคน

”ปีนี้อันอวี๋กับเจี่ยอันอายุเท่าไหร่ 15กับ16ใช่ไหม ทำไมแม่ยังส่งเรียนอยู่หล่ะ“ เจอคำถามนี้ไป ยายแก่เหวินเหยาถึงกับยืนนิ่ง

“ผมออกจากโรงเรียนก็ตอนอายุ13ปี นี่เด็กพวกนี้ได้เรียนเกินผมไปถึง2ปี นี่…จริงๆแล้วผมไม่ใช่ลูกหรอคับ?”

“อ่า เจี่ยสวี่ แก่…” คนเป็นพ่อลุกขึ้นยืนเดินเข้ามาหาลูกชายคนโต

“แกหมายความว่าไง” ใบหน้าที่บวมช้ำจากการตกนั่งร้านกวาดตามองผู้ให้กำเนิดที่ในชาติก่อนขูดรีดเขาจนตกต่ำแทบจะเป็นขอทานแล้วกำมือแน่น

“ไม่ใช่ว่าเราตกลงกันว่า…ให้ผมออกเรียนมาทำงานช่วยที่บ้านก่อน พอน้องจบประถมก็จะให้ออกมาช่วยกันสร้างตัวหรอ พ่อกับแม่…ลืมอะไรไปรึเปล่า เมียผมกับผม มีหน้าที่ส่งน้องเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel