เห็นแก่ตัว
คำพูดนั้นทำทุกคนนิ่งอึ้ง คนที่เคยเสียสละให้น้องๆบัดนี้กลับมองทุกคนอย่างแสนเสียใจ
“หลายปีมานี้ผมไปทำงานที่โรงงานไม้ ได้เงินเดือนแค่เดือนละ15หยวน ผมให้พ่อสำหรับค่าเรียนและค่าใช้จ่ายในบ้านเดือนละ5หยวน เหลือไว้สร้างตัว10หยวน เมียผมทำงานได้แค่เดือน10หยวน ทั้งๆที่เราควรจะมีเสื้อกันหนาวดีๆใส่สักตัว รองเท้าหนาๆสักครู่ ผ้าห่มอุ่นๆสักผืน แล้วนี้มันอะไรหล่ะครับ?” ทุกคนกวาดตามองตามที่เขาพูด แต่คนเห็นแก่ตัวอย่างพ่อแม่สามีเธอหรือจะยอมรับความผิดนี้
“เจี่ยสวี่ แกพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง!! แกลืมแล้วหรือ บ้านหลังนี้พ่อแกสร้างให้แกกับเมีย เงินแต่งงานก็เงินฉัน!!” คนล้ำเลิกบุญคุณยังคงไม่จบ สาวนคนที่จำความอดอยากและร่างกายที่ทรุดโทรมในชาติที่แล้วได้ถอนหายใจ
“แต่ก่อนหน้านี้ผมหาเงินได้ตั้งแต่12ขวบปีนะครับ ผ่านมา10ปี จะไม่มีบ้านที่…” เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นพร้อมเขย่งเท้าไปที่หน้าต่าง ใช้ฝ่ามือทุบทีเดียวบานหน้าต่างก็ล่วงลงมาเพราะมันผุพังเต็มที่
“ตรงนี้มันผุคับ เพราะไม้ที่พ่อเอามาทำให้มันคือไม้ที่ลื้อมาจากเล้าไก่เก่าของปู่ ส่วนบ้านหลังนี้ทีแรกมันคือห้องเก็บนุ่นของย่า ที่ดินนี้ไม่ต้องซื้อ ไม้พวกนี้ถอดมาจากเล้าไก่ที่ปู่ยกให้!!” ทุกคนก้มหน้า เพราะเขาพูดจริงทุกคำ
“ส่วนสินสอดของซูเจียง 10หยวนนั่นก็เงินที่ปู่กับย่าแบ่งไว้ให้ผมก่อนตายไม่ใช่หรอครับ!!” เสียงเขาดังกังวาน ชาวบ้านหลายคนรีบมามุง ทั้งยังได้ยินเสียงนินทาไม่ขาดสาย
“เอาอีกแล้ว บ้านตาเฒ่าโม่นั่นมันรีดเงินจากอาสวี่อีกแล้ว”
“นั่นสิ!! ลูกตกนั่งร้านไม่เคยไปดู นี่ยังมาตามรีดเงินไม่เลิก!!”
“เป็นพ่อแม่ภาษาอะไรกัน!! ผลักดันแต่ลูกคนที่2กับ3 ลูกสาวทิ้งๆขว้างๆ ลูกคนโตมีภาระเต็มบ่า!!”
เสียงดังข้างนอกทำเหวินเหยาบีบมือแน่น มองลูกสะใภ้อย่างเคืองขุ่น
“วันนี้ฉันเห็นว่าแกเจ็บ จะไม่พูดเรื่องนี้อีก สิ้นเดือนจะมาใหม่!!” พูดจบก็เดินออกไปทันที คนอื่นๆก็ตามออกไป มีเพียงน้องสาว ที่ล้วงไปในกระเป๋าแล้วหยิบท๊อฟฟี่เม็ดเล็กยื่นให้
“ของหวานจะทำให้พี่ใหญ่หายเจ็บ หายไวๆนะคะ” เจี่ยสวี่มองน้องสาวคนเล็กแล้วรู้สึกร้อนผ่าวที่ปลายจมูก
“หลินหลิน ขยับมานี่หน่อย” ซูเจียงรู้ดีว่าเขาคิดอะไร น้ำตาเธอก็เอ่อคลอไม่แพ้กัน มือหนาดึงน้องสาวตัวเล็กเข้าไปกอดเอาไว้แน่น
“พี่ชาย” เสียงเล็กหงุ่นงงว่าเหตุใดจึงถูกกอดแน่นขนาดนี้
“จากนี้…หากโดนดุด่าให้วิ่งมาหาพี่ใหญ่ อย่าไปเล่นใกล้ๆน้ำ อย่าไปตากน้ำฝน เวลาร้อนต้องเข้าร่ม เข้าใจไหม” เด็กน้อยยกยิ้มก่อนพยักหน้ารับปาก ก่อนไปไม่วายหันมาบ๊ายบ่ายให้พี่สะใภ้และพี่ชายด้วย
“อีก2ปี” จู่ๆเจี่ยสวี่ก็พึมพำ ซูเจียงนั่งลงข้างๆเขาก่อนจะดึงเขาไปกอด
“อีก2ปี ที่…หลินอวี๋จะไม่อยู่กับพวกเรา” น้ำเสียงนั้นสั่นเครือในความทรงจำ จำได้ดีถึงความเจ็บปวดที่น้องสาวจากไปเพราะไข้หวัดใหญ่
มือเล็กๆของคนเป็นภรรยากอดและลูบหลังเขาเบาๆ
“มีโอกาสกลับมาแล้ว เรา…มาช่วยกันเปลี่ยนชะตาดีกว่า!!”
