ตอนที่ 2 ตื่นจากฝันร้าย
ตอนที่ 2 ตื่นจากฝันร้าย
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ลานประหารใจกลางเมืองหลวง แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนแท่นประหาร ผู้คนมากมายมาชุมนุมกันแน่นขนัด ทุกสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจชิงชังยามมองไปยังสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเพชฌฆาต นางถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา เส้นผมที่กระเซอะกระเซิงถูกปัดไปด้านหน้าเพื่อเปิดให้เห็นลำคอขาวผ่อง
ซูเยว่หลิงในสภาพชุดนักโทษที่เปรอะเปื้อน เงยหน้ามองไปยังบัลลังก์อยู่ไม่ไกล สายตาของนางปะทะเข้ากับใบหน้าอันเย็นชาของหลี่อี้เหริน ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับคนที่กำลังจะถูกประหารนั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า
“ซูเยว่หลิง...อดีตชายาเอกของต๋วนอ๋อง...ผู้ที่ต้องโทษฐานฆ่าคนตาย...ก่อความวุ่นวายในจวนอ๋อง...และวางยาพิษบุตรสาว...” เสียงของผู้คุมกฎประกาศความผิดดังสนั่น ทุกข้อหาล้วนเป็นสิ่งที่นางทำจริง แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือคำว่า ‘วางยาพิษบุตรสาว’ นั่นเป็นเพียงการจัดฉากที่ทำให้ลูกสาวเกลียดแม่อย่างนางไปตลอดชีวิต คงมีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะเชื่อว่านางวางยาฆ่าบุตรสาวของตัวเอง ต่อให้นางจะไม่สนใจไยดีซินอิงแต่นางก็ไม่เคยทุบตีบุตรสาวเลยสักครั้ง
'หลี่อี้เหริน...ท่านช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนัก'
น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงอาบแก้ม ทว่าคราวนี้ไม่มีความหวังอีกต่อไป มีเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวและความแค้นเคืองที่สุมอยู่ในอก นางจ้องมองไปยังหลี่อี้เหรินอย่างไม่ลดละ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก ความหลงใหล บัดนี้มีเพียงเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังเท่านั้น
“หลี่อี้เหริน...ข้าไม่ขอรักท่านแล้ว... หากมีชาติหน้า... ข้าจะไม่ขอพบท่านอีก!”
ฉับ!
คมดาบวาววับตวัดลงมาอย่างรวดเร็ว
ศีรษะของซูเยว่หลิงหลุดออกจากบ่า กลิ้งตกลงบนพื้นดินสีแดงฉาน
วินาทีที่ศีรษะของนางหล่นลง ดวงตากลมโตของนางยังคงเบิกกว้าง จ้องมองไปที่ใบหน้าเย็นชาของหลี่อี้เหรินอย่างไม่กะพริบ น้ำตาที่เปื้อนเลือดไหลเป็นทางสุดท้ายบนใบหน้าที่เคยงดงาม...
ภาพทั้งหมดพลันมืดดับลง ความรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนไปยังห้วงแห่งความมืดมิด ก่อนที่ซูเยว่หลิงจะรู้สึกตัวอีกครั้ง นางพบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ นางกลายเป็นวิญญาณที่ไร้ตัวตน สามารถมองเห็นทุกสิ่งแต่สัมผัสไม่ได้ นางไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ความแค้นทำให้นางยังคงวนเวียนอยู่บนโลกใบนี้
นางล่องลอยกลับไปที่จวนอ๋อง ในห้องนอนเล็กๆ มืดทึบที่อยู่มุมหนึ่งของเรือน
หลี่ซินอิง ลูกสาววัยเยาว์ของนาง นั่งกอดตุ๊กตาเก่าๆ อยู่บนเตียงเล็กๆ ใบหน้าของเด็กหญิงวัยห้าขวบนั้นซีดเซียวและดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้
“ซินอิง... ลูกแม่” ซูเยว่หลิงพยายามจะสัมผัสลูกสาว ทว่ามือของนางกลับทะลุผ่านร่างเล็กๆ นั้นไป
สาวใช้ที่ถูกส่งให้มาดูแลยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีเย้ยหยัน
“แค่เด็กไร้มารดาอย่างเจ้ายังกล้าที่จะไม่กินอาหารที่ข้านำมาให้รึ? มารดาเจ้าตายไปแล้ว ไม่มีใครปกป้องเจ้าได้อีกแล้ว!”
“แต่...แต่ข้าวมันบูด” ซินอิงเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดกลัว
เพี๊ยะ!
สาวใช้ตบเข้าที่ใบหน้าเล็กๆ ของซินอิงอย่างแรง “ถึงมันจะบูดเจ้าก็ต้องกิน!”
ภาพที่ลูกสาวถูกสาวใช้ทำร้าย ทำให้วิญญาณของซูเยว่หลิงสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธแค้น “หยุดนะ! อย่าทำร้ายลูกข้า!” นางกรีดร้องสุดเสียง ทว่าไม่มีใครได้ยินเสียงวิญญาณของนาง
นับตั้งแต่นางตาย ผู้คนต่างเกลียดชังบุตรสาวของนางอย่างเปิดเผย บ้างก็เรียกซินอิงว่า ลูกนังปีศาจ ลูกสาวนักโทษประหาร
ไม่นานหลังจากนั้น ภาพก็ตัดมาตอนที่ทั่วทั้งจวนเต็มไปด้วยผ้าสีแดงบรรยากาศของงานมงคล
หลี่อี้เหรินได้ตามหาสตรีที่เขารักเจอและได้แต่งงานกับนางอย่างสมเกียรติ พร้อมทั้งแต่งตั้งนางเป็นชายาเอกคนใหม่
เขาไม่เคยสนใจหลี่ซินอิงเลยแม้แต่น้อย เขายกบุตรสาวให้คนรักของเขาดูแล
หลิวซูเจินนั้นดูผิวเผินแล้วอ่อนโยนและใจดี นางทำท่าทีรักใคร่หลี่ซินอิงอย่างออกนอกหน้า แต่การกระทำของนางนั้นกลับซ่อนความชั่วร้ายไว้
นางเลี้ยงดูซินอิงอย่างตามใจจนเสียคน อนุญาตให้นางทำทุกอย่างที่อยากทำ ไม่เคยอบรมสั่งสอน ไม่เคยห้ามปราม จนกระทั่งบุตรสาวของซูเยว่หลิงเติบโตขึ้นเป็นองค์หญิงที่เอาแต่ใจและนิสัยร้ายกาจยิ่งกว่ามารดาผู้ให้กำเนิดอย่างซูเยว่หลิง
หลี่อี้เหรินไม่สนใจบุตรสาวแม้แต่วันเดียว นั่นยิ่งทำให้นางยิ่งโกรธแค้นเขา
“หลี่อี้เหริน! ท่านมันไร้หัวใจ! ลูกสาวของท่านน่าเวทนาเช่นนี้ ท่านก็ยังคงมีความสุขได้อีกหรือ!”
ความแค้นในใจซูเยว่หลิงทะลักทลายราวเขื่อนแตก นางพยายามวิงวอนต่อฟ้าดินทุกวัน ขอให้สวรรค์ให้นางมีโอกาสอีกครั้ง! หากนางได้ย้อนเวลากลับไป นางจะไม่ขอรักบุรุษไร้หัวใจผู้นี้อีกแล้ว นางจะปกป้องลูกสาวของนาง และพาลูกออกไปจากจวนแห่งนี้
ความมืดมิดเข้าครอบงำวิญญาณที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น จากนั้น... แสงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามา
ซูเยว่หลิงรู้สึกราวกับว่านางกำลังจมน้ำ ร่างกายของนางกระตุกอย่างรุนแรง...
แค่กๆ! นางไออย่างแรง พลางลืมตาขึ้นมองเพดานไม้แกะสลักสีเข้ม
กลิ่นกำยานอ่อนๆ หอมกรุ่นที่คุ้นเคย...นี่คือห้องนอนของนางในจวนอ๋อง!
ซูเยว่หลิงหันมองไปรอบๆ อย่างสับสน นางอยู่ในชุดนอนผ้าไหมเนื้อดี บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่มีฟูกนุ่มสบายปูรอง
“พระชายา! ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ! บ่าวดีใจเหลือเกิน!” เสียงของ ชิงเถา สาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดีของนางดังขึ้น
ซูเยว่หลิงมองชิงเถาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ภาพสุดท้ายที่นางจำได้คือคมดาบที่ฟันลงมา และกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่เต็มไปด้วยความแค้น ภาพที่ลูกสาวถูกทอดทิ้งอย่างน่าเวทนา และชิงเถา... สาวใช้ผู้จงรักภักดีที่ต้องมาตายเพราะนางในท้ายที่สุด
“ชิง... ชิงเถา?” เสียงของซูเยว่หลิงแหบพร่า น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วกลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง นางพยายามลุกจากเตียง แต่ขาของนางกลับสั่นเทาจนเกือบจะล้ม ชิงเถารีบเข้าไปประคองอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง
“พระชายา! ท่านยังไม่หายดี โปรดนอนพักเถิดเพคะ”
ทว่าซูเยว่หลิงกลับโผเข้ากอดร่างบางของชิงเถาอย่างแรงจนนางถึงกับผงะตกใจไป ใบหน้าของซูเยว่หลิงซบลงบนไหล่ของสาวใช้
“ชิงเถา... ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษ...”
นางกระซิบซ้ำๆ พร่ำบอกความรู้สึกผิดที่อัดอั้นในใจมานานแสนนาน ในชาติที่แล้วนางใช้ชิงเถาเป็นเครื่องมือ และเป็นโล่กำบังเพื่อสนองความริษยาของตนเอง
ชิงเถาตกใจจนตัวแข็งทื่อ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของตน พระชายาที่ไม่เคยแสดงความอ่อนโยน หรือพูดจาดีๆ เช่นนี้มาก่อน
“พะ... พระชายา? ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ? ” ชิงเถาพยายามปลอบประโลมเจ้านายอย่างงกๆ เงิ่นๆ ด้วยความเกรงกลัวเพราะเดาอารมณ์เจ้านายไม่ถูก
ซูเยว่หลิงผละออกจากอ้อมกอดของสาวใช้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับมีเพียงความสำนึกผิดและเจ็บปวด
“เปล่า...ข้าไม่ได้เป็นอะไร...ข้าแค่ฝันร้าย” นางปั้นหน้าให้กลับมาเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามซ่อนความแค้นและความเจ็บปวดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าอันงดงาม
“ตอนนี้เป็นยามใด?”
ชิงเถามองเจ้านายของตนด้วยแววตาฉงน ก่อนจะตอบอย่างนอบน้อม “ตอนนี้เป็นเวลาประมาณยามซื่อเพคะ นี่เป็นวันที่สามหลังจากที่พระชายาตกน้ำแล้วไม่สบายหนัก”
คำว่า 'วันที่สาม' ทำให้ดวงตาของซูเยว่หลิงเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก!
นางจำได้แล้ว! เหตุการณ์ที่นางตกน้ำในครั้งนี้ ก็เป็นแผนการที่นางจัดฉากขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลี่อี้เหริน แต่ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายยังทำให้เขารังเกียจนางมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญที่สุด คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสี่เดือนก่อนที่นางจะถูกประหาร!
นางกลับมาแล้ว... กลับมาในช่วงเวลาที่ยังสามารถแก้ไขทุกอย่างได้!
ใบหน้าของซูเยว่หลิงซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความดีใจผสมกับความเจ็บปวดจากความทรงจำในชาติที่แล้วถาโถมเข้ามา นางยกมือขึ้นกุมใบหน้า น้ำตาแห่งความสำนึกผิดและแค้นเคืองไหลรินออกมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะปาดมันทิ้ง
“ชิงเถา... ช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า” นางออกคำสั่งเสียงเข้ม “เอาชุดที่เรียบง่ายที่สุดมาให้ข้า ข้าจะไปหาซินอิงที่เรือนเล็ก”
ชิงเถาตัวแข็งทื่อ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พระชายาเอ่ยถึงบุตรสาวของตนเอง ปกติแล้วพระชายาจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงบุตรสาวราวกับเป็นสิ่งอัปมงคล หรือไม่ก็ทำราวกับว่าเด็กคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้
“พะ...พระชายา…ท่าน…” ชิงเถาอ้าปากค้างด้วยความสับสน “ท่านจะไปที่เรือนเล็กจริงหรือเพคะ?”
ซูเยว่หลิงหันมามองชิงเถาด้วยแววตาที่สงบและเยือกเย็น
“ทำไม? ข้าเป็นมารดาของนาง จะไปหาลูกสาวของตนเองไม่ได้เชียวหรือ?” น้ำเสียงของซูเยว่หลิงราบเรียบ ทว่ากลับมีอำนาจที่ทำให้ชิงเถาไม่อาจโต้แย้งได้ ชิงเถารีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบจัดหาชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนที่เรียบง่ายที่สุดมาให้เจ้านาย
