ตอนที่ 1 มหาเทพตกสวรรค์
เก้าชั้นฟ้าเบื้องบน ดินแดนที่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรและเทพเซียนต่างใฝ่ฝันถึง บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของเปลวเพลิงสวรรค์
‘มหาเทพเสวี่ยหลัน’ ผู้ปกครองแดนเหมันต์นิรันดร์ ผู้มีกลิ่นอายเย็นเยียบและรูปโฉมงดงามเหนือล้ำผู้ใดในสามภพ กำลังยืนหยัดอยู่ริมผาจุติ เบื้องหน้าของนางคือสหายรักที่บัดนี้กลายเป็นผู้ทรยศ... เทพธิดาหลิวเซียน
"เสวี่ยหลัน ยอมรับชะตากรรมเถิด ด่านเคราะห์ขั้นไร้สิ้นสุดของเจ้า ข้าจะเป็นผู้ส่งเจ้าลงไปเอง"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของหลิวเซียนดังก้องกังวาน ก่อนที่ค่ายกลมหาเวทที่แอบซ่อนไว้จะปะทุขึ้น พลังทำลายล้างมหาศาลกระแทกเข้าที่กลางอกของเสวี่ยหลัน แม้แต่พลังกึ่งอมตะก็ไม่อาจต้านทานการลอบกัดจากผู้ที่ไว้ใจที่สุดได้
ร่างที่เคยสง่างามดุจหงส์สวรรค์ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ทะลุผ่านหมู่เมฆาและม่านพลังกั้นภพ ความเย็นเยียบของสายลมกรีดแทงผิวหน้า สติสัมปชัญญะของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ค่อยๆ เลือนราง สิ่งสุดท้ายที่นางจำได้คือความอาฆาตที่สลักลึกลงในจิตวิญญาณ
‘หลิวเซียน... หากข้ากลับมาได้เมื่อใด บัลลังก์ของเจ้า ข้าจะแช่แข็งมันด้วยเลือดของเจ้าเอง’
...
...
"หนาว..."
นั่นคือความรู้สึกแรกที่ปลุกจิตวิญญาณของมหาเทพให้ตื่นขึ้น
เสวี่ยหลันพยายามขยับตัว แต่กลับพบว่าร่างกายนี้ช่างหนักอึ้งและไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกภูเขาหินนับพันชั่งกดทับ เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานหยกแกะสลักในตำหนักเหมันต์ แต่เป็นหลังคามุงจากที่เต็มไปด้วยรูโหว่ ปล่อยให้เกล็ดหิมะสีขาวร่วงหล่นลงมาปะทะใบหน้า
‘ที่นี่ที่ใด? คุกสวรรค์หรือ? ไม่สิ... คุกสวรรค์ยังดูดีกว่านี้เสียอีก’
กลิ่นอับชื้นของไม้ผุพังผสมกับกลิ่นยาสมุนไพรราคาถูกลอยแตะจมูก เสวี่ยหลันพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อลุกขึ้น ทว่า...
ว่างเปล่า
จุดตันเถียนที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังระดับมหาเทพ บัดนี้กลับแห้งผากราวกับทะเลทราย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนางยกมือขึ้นมาดูเพื่อตรวจสอบค่ายกลบนฝ่ามือ นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
มือเรียวงามดุจหยกขาวที่เคยตวัดกระบี่สังหารมารนับแสน บัดนี้กลายเป็น... ก้อนเนื้ออูมๆ เล็กๆ ขนาดเท่าซาลาเปา นิ้วมือทั้งห้าสั้นป้อม แถมยังมีรอยแตกแห้งจากการถูกความเย็นกัดกิน นี่มันมือของเด็กชัดๆ
ก่อนที่มหาเทพจะทันได้สบถด่าสวรรค์ อาการปวดหัวอย่างรุนแรงก็แล่นจี๊ดขึ้นมาพร้อมกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลั่งไหลเข้าสู่สมอง
หลินเสวี่ย... อายุห้าขวบ... บุตรสาวสายตรงของแม่ทัพหลินเจิ้นหนานแห่งแคว้นฉู่...
เกิดมาพร้อมปานแดงที่ใบหน้า ถูกทำนายว่าเป็นดาวมฤตยู ตัวซวยที่จะทำให้ตระกูลล่มสลาย...
ถูกบิดาแท้ๆ ทอดทิ้ง อนุภรรยากลั่นแกล้ง จนต้องถูกเนรเทศมาอยู่ที่กระท่อมร้างท้ายเขาพร้อมกับมารดา...
และเมื่อคืนนี้ เด็กน้อยทนความหนาวเย็นและพิษไข้ไม่ไหว สิ้นใจไปอย่างเงียบงัน...
มหาเทพเสวี่ยหลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อากาศเย็นเยียบแสบทรวงอก นางเข้าใจแล้ว นี่คือ ‘ด่านเคราะห์’ ที่นางต้องเผชิญ แต่ใครจะไปคิดว่าสวรรค์จะบัดซบถึงขั้นส่งนางมาอยู่ในร่างเด็กห้าขวบที่เพิ่งตาย แถมยังมีสถานะเป็น ‘ตัวซวย’ ที่ไม่มีใครต้องการอีก
"เสวี่ยเอ๋อร์... เสวี่ยเอ๋อร์ของแม่..."
เสียงแหบพร่าและสั่นเทาดังขึ้นข้างหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่กอบกุมมือเล็กป้อมของนางไว้ เสวี่ยหลันหันหน้าไปมองอย่างยากลำบาก
สตรีตรงหน้ามีใบหน้าที่ซูบผอม ผิวพรรณซีดเซียวราวกับกระดาษ สวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ ที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วน ทว่าเค้าโครงหน้านั้นยังคงหลงเหลือความงดงามล่มเมืองให้เห็น หยาดน้ำตาอุ่นๆ หยดลงบนแก้มของเสวี่ยหลัน
สตรีผู้นี้คือ 'มู่หรงเหมยฮวา' อดีตคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่หรงที่ยอมตัดขาดกับครอบครัวเพื่อแต่งงานกับหลินเจิ้นหนาน แต่สุดท้ายกลับถูกทรยศและทิ้งขว้างดุจขยะ
มหาเทพเสวี่ยหลันผู้มีจิตใจเย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปี ไม่เคยรู้จักคำว่าความรักความผูกพัน ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจดวงน้อยๆ ในอกกลับบีบรัดอย่างรุนแรง มันเป็นความรู้สึกตกค้างของ ‘หลินเสวี่ย’ ตัวจริงที่รักและสงสารมารดาจับใจ
"ท่าน... แม่..."
เสียงเล็กๆ แหบพร่าดังเล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก เสวี่ยหลันเบิกตากว้างเล็กน้อย นางไม่ได้ตั้งใจจะเรียก แต่ร่างกายนี้มันตอบสนองไปเอง
มู่หรงเหมยฮวาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเบิกตากว้าง น้ำตาที่ไหลอยู่แล้วยิ่งทะลักทลายออกมาดุจทำนบแตก นางคว้าร่างเล็กๆ ของบุตรสาวเข้ามากอดไว้แน่น กอดแน่นเสียจนเสวี่ยหลันแทบจะหายใจไม่ออก
"เสวี่ยเอ๋อร์! ลูกฟื้นแล้ว! สวรรค์เมตตา... ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่พรากเจ้าไปจากแม่"
สตรีผู้ผ่ายผอมสะอื้นไห้ตัวโยน ร่างกายของนางสั่นเทาจากทั้งความหนาวเย็นและความดีใจที่ลูกสาวรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช
มหาเทพในร่างเด็กน้อยถูกกอดจนแก้มย้วยเบียดกับไหล่ของมารดา นางพยายามจะขืนตัวออกตามสัญชาตญาณระวังภัย แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่พยายามแผ่ซ่านมาตรึงร่างของนางไว้ ความรู้สึกต่อต้านก็พลันสลายไป
‘สวรรค์เมตตางั้นหรือ? หึ... สวรรค์ต่างหากที่พยายามจะฆ่าร่างนี้’ เสวี่ยหลันแค่นหัวเราะในใจ
นางกวาดสายตามองไปรอบกระท่อม ซากไม้ผุๆ หน้าต่างที่ปิดไม่สนิท และลมหนาวที่พัดเอาหิมะเข้ามาเป็นระยะ หากปล่อยไว้เช่นนี้ ต่อให้นางฟื้นขึ้นมา คืนนี้ก็คงหนาวตายกันทั้งแม่ทั้งลูกอยู่ดี
เสวี่ยหลันหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อสำรวจภายในร่างกายอีกครั้ง หากนางเป็นถึงมหาเทพที่ลงมาจุติ มันต้องมีอะไรติดตัวมาบ้างสิ
จิตวิญญาณของนางดำดิ่งลงไปในทะเลความรู้แจ้ง ผ่านจุดตันเถียนที่ว่างเปล่า ทะลวงเข้าสู่ห้วงลึกสุดของวิญญาณ ทันใดนั้น แสงสีเงินจางๆ ก็สว่างวาบขึ้นในความมืดมิด
นั่นมัน...
มุมปากเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น
'มิติจิตเหมันต์' ขุมทรัพย์ส่วนตัวของมหาเทพที่เก็บซ่อนทั้งสมุนไพรสวรรค์ น้ำพุวิญญาณ และตำราล้ำค่า บัดนี้มันได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของนางและตามลงมายังโลกมนุษย์ด้วย
แม้ในตอนนี้พลังของนางจะอ่อนด้อยจนเปิดได้เพียงแค่ส่วนพื้นที่เล็กๆ ที่เป็น 'บ่อน้ำพุวิญญาณระดับต่ำ' แต่นั่นก็มากพอแล้วสำหรับการพลิกชีวิตในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้
เสวี่ยหลันลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตสีนิลทอประกายเย็นเยียบและเด็ดขาดชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นดวงตาใสซื่อไร้เดียงสาดังเดิม
‘ตระกูลหลินเอ๋ย... ในเมื่อพวกเจ้าบังอาจรังแกเจ้าของร่างนี้และสตรีที่กอดข้าอยู่ ข้า เสวี่ยหลัน จะขอรับช่วงต่อชะตากรรมนี้เอง เตรียมตัวรับการทวงคืนวาสนาจากมหาเทพผู้นี้ไว้ให้ดีเถิด’
แต่ก่อนอื่น...
"ท่านแม่เจ้าคะ..." เสวี่ยหลันช้อนตามองมารดาด้วยสายตาออดอ้อนแบบที่เจ้าตัวคิดว่าน่าจะเนียนที่สุด "เสวี่ยเอ๋อร์หิวแล้วเจ้าค่ะ"
มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ท้องร้องจ๊อกเสียแล้ว
