หลินเซียนเยว่คุณหนูใหญ่จวนโหวสายฟาดหมอดู

53.0K · อัพเดทล่าสุด
หยกขาว ปิ่นหยก
25
บท
63
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่เติบโตมากับการสวดมนต์กินเจในวัดป่า ไม่ทราบว่าท่านเคยเรียนรู้ศิลปะการชงชา การดีดฉิน หรือการแต่งกวีบ้างหรือไม่เจ้าคะ งานเลี้ยงชมดอกไม้ของพวกเรามักจะมีการประชันบทกวีกัน เกรงว่าท่านคงจะอึดอัดแย่" เป็นการฉีกหน้าหลินเซียนเยว่ว่าไร้การศึกษาและไม่คู่ควรกับสังคมชั้นสูง บรรดาคุณหนูรอบข้างต่างพากันยกพัดปิดปากกลั้นหัวเราะ ทว่าหลินเซียนเยว่กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาหงส์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคุณหนูจ้าว "ข้าอาจจะไม่ถนัดเรื่องแต่งกวีไร้สาระเพื่อประจบประแจงบุรุษหรอกเจ้าค่ะ คุณหนูจ้าว" หลินเซียนเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความคมกริบ "แต่สิ่งที่ข้าถนัดคือการอ่านโหงวเฮ้งและการทำนายชะตาชีวิต อย่างเช่นตอนนี้ ข้ามองเห็นว่าที่หางตาซ้ายของท่านมีจุดสีหม่น ปลายคิ้วแตกกระจาย บ่งบอกว่าวังคู่ครองกำลังมีปัญหา บัณฑิตหนุ่มยากจนที่ท่านแอบนัดพบกันลับๆ ที่หลังจวนราชครูคนนั้น แท้จริงแล้วเขามีภรรยาและลูกอยู่ที่บ้านเกิดแล้ว ที่เขามาตีสนิทกับท่านก็เพื่อหวังจะปอกลอกเอาสินเดิมของท่านไปปลดหนี้พนันเท่านั้นเอง" พัดผ้าไหมในมือของคุณหนูจ้าวร่วงหล่นลงพื้น ใบหน้าของนางซีดขาวราวกับกระดาษ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เรื่องที่นางแอบคบหากับบัณฑิตหนุ่มเป็นความลับสุดยอดที่ไม่มีใครรู้ แล้วสตรีที่เพิ่งลงมาจากเขาผู้นี้รู้ได้อย่างไร "เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด ข้าไม่รู้เรื่อง" คุณหนูจ้าวปฏิเสธ แต่ท่าทีลุกลี้ลุกลนและเหงื่อที่ซึมตามไรผมกลับเป็นการประจานตนเองอย่างชัดเจน นางทนสายตาจับผิดของผู้คนรอบข้างไม่ไหว จึงหมุนตัววิ่งหนีออกจากงานเลี้ยงไปทั้งน้ำตา

นิยายศิลปะการต่อสู้นิยายรักโรแมนติกเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณผู้ชายอบอุ่นพระชายาข้ามมิติจีนโบราณดราม่าโรแมนติก

1

หลินเซียนเยว่นอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงไม้สลักลายวิจิตร เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปาก ความรู้สึกร้อนผ่าวแผดเผาอวัยวะภายในจนแทบแหลกสลาย นางเบิกตากว้าง จ้องมองเงาร่างของกลุ่มคนที่ยืนหัวร่อต่อกระซิกอยู่ปลายเตียง

ภาพของสวีซื่อและหลินอิงอิงชัดเจนในคลองจักษุ รอยยิ้มเย้ยหยันของพวกนางเปรียบดั่งมีดกรีดลงบนหัวใจ

"นังโง่เอ๋ย กว่าจะรู้ตัวว่าดื่มพิษเข้าไปทุกวันก็สายไปเสียแล้ว" เสียงแหลมปรี๊ดของหลินอิงอิงดังสะท้อนในโสตประสาท

"คิดหรือว่าท่านลุงกับท่านป้าจะมาช่วยเจ้า พวกเขากำลังจะตามเจ้าไปปรโลกในไม่ช้านี้แล้ว"

ความเคียดแค้นสุมแน่นในอก หลินเซียนเยว่พยายามตะเกียกตะกาย เอื้อมฝ่ามือออกไปหมายจะกระชากคอเสื้อของสตรีแพศยาตรงหน้า

แต่อนิจจา เรี่ยวแรงกลับเหือดหายไปจนสิ้น นางเพิ่งตระหนักรู้ถึงความจริงอันโหดร้ายในวาระสุดท้ายของชีวิต ว่าครอบครัวบ้านรองที่นางเคยไว้ใจ แท้จริงแล้วคืออสรพิษร้ายที่จ้องกลืนกินจวนหยางผิงโหว พวกมันหลอกลวงบิดามารดาของนาง วางยาพิษสังหารคนในตระกูลเพื่อแย่งชิงสมบัติและบรรดาศักดิ์

สวรรค์ หากข้ามีโอกาสอีกครั้ง ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเดรัจฉานเหล่านี้ได้อยู่อย่างสุขสบาย ข้าจะลากพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน

ลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วง ดวงตาของหลินเซียนเยว่เบิกโพลงค้าง สิ้นลมหายใจไปพร้อมกับความแค้นที่ไม่อาจชำระ

เฮือก

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดอย่างแรง หลินเซียนเยว่ผุดลุกขึ้นนั่ง เหงื่อแตกพลั่กเต็มกรอบหน้า นางหอบหายใจรัวเร็ว มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าอกซ้าย หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับตีกลองรบ ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสจากพิษร้ายกลับมลายหายไปสิ้น

กลิ่นธูปหอมจางลอยแตะจมูก นางกวาดสายตามองไปรอบกายอย่างสับสน ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนหรูหราในจวนหยางผิงโหว แต่เป็นห้องพักซอมซ่อ

ผนังทำจากดินเหนียวและไม้ไผ่ขัดแตะ เฟอร์นิเจอร์มีเพียงโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่าและเตียงแข็งกระด้าง

สถานที่แห่งนี้นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี วัดนางชีบนเขาชิงหยุน

"คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"

เสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนที่ผลักประตูเข้ามา ใบหน้าที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนและแววตาเปี่ยมด้วยความห่วงใยนั้น ทำให้ขอบตาของหลินเซียนเยว่ร้อนผ่าว

"แม่นมหง" นางครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสั่น

"เป็นอะไรไปเจ้าคะคุณหนู ฝันร้ายหรือ ร้องไห้ทำไมกัน"

แม่นมหงรีบวางอ่างทองเหลืองลงบนโต๊ะ แล้วปราดเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้แน่น มือหยาบกร้านลูบแผ่นหลังปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน

หลินเซียนเยว่กอดตอบแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม แม่นมหงยังมีชีวิตอยู่ ในอดีตชาติ แม่นมผู้ภักดีคนนี้ถูกคนของบ้านรองลอบทำร้ายจนตายระหว่างเดินทางเข้าจวนโหวเพื่อปกป้องนาง แต่วันนี้ หญิงวัยกลางคนยังคงกอดนางไว้ด้วยความอบอุ่น

นางผละออกจากอ้อมกอด จับจ้องใบหน้าของแม่นมอย่างพินิจพิเคราะห์ โหงวเฮ้งบนใบหน้าของแม่นมหงบ่งบอกถึงเคราะห์กรรมที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า บริเวณหว่างคิ้วมีหมองคล้ำ ร่องแก้มมีรอยตัดลึก บ่งบอกถึงอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ทว่าตอนนี้นางยังมีลมหายใจ

"ปีนี้ ข้าอายุเท่าไหร่แล้ว" หลินเซียนเยว่เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ภายในใจกำลังมีพายุโหมกระหน่ำ

แม่นมหงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "คุณหนูเพิ่งจะอายุครบสิบห้าปีไปเมื่อเดือนก่อนไงเจ้าคะ หรือว่าพิษไข้จะทำให้คุณหนูเลอะเลือนไปแล้ว"

สิบห้าปี

หลินเซียนเยว่หลับตาลงรับรู้ถึงความจริงอันน่าเหลือเชื่อ สวรรค์เมตตาให้นางย้อนเวลากลับมา กลับมาในจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ก่อนที่คนจากจวนโหวจะมารับนางกลับไปเผชิญหน้ากับความตายในนรกขุมนั้น

นางลุกจากเตียง เดินตรงไปยังคันฉ่องทองเหลืองบานเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะ เงาที่สะท้อนกลับมาคือดรุณีน้อยวัยสิบห้าปี ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตาหงส์เฉี่ยวคมฉายแววดุดันเกินวัย ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดเม้มแน่น นางยกนิ้วเรียวขึ้นลูบไล้โครงหน้าของตนเอง

ชาติที่แล้ว นางโง่เขลา เชื่อฟังคำยุแยงของคนชั่ว ยอมก้มหัวให้พวกมันเหยียบย่ำ ปล่อยให้บิดามารดาบังเกิดเกล้าต้องตายอย่างอนาถ ทั้งที่บิดาอย่างหลินตั้วและมารดาอย่างหรูเหมยรักนางสุดหัวใจ แต่เพียงเพราะคำทำนายจอมปลอมของนักพรตอุบาทว์สวีตี้ ทำให้นางต้องระหกระเหินมาอยู่วัดนางชีตั้งแต่แบเบาะ

หลินอิงอิง นังเด็กกาฝากที่แย่งชิงความรักและตำแหน่งคุณหนูใหญ่ไป แท้จริงก็เป็นเพียงลูกของหลินจ้าวกับสวีซื่อ เป็นแค่ทายาทของบ้านสายรองที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็นเด็กมีบุญบารมี ช่างน่าขันสิ้นดี

ฮูหยินผู้เฒ่าหลิน ย่าเลี้ยงใจทราม อดีตอนุภรรยาที่มักใหญ่ใฝ่สูง กดขี่ข่มเหงบ้านสายหลักมาตลอด

พวกมันทุกคนร่วมมือกันทำลายชีวิตของนางและครอบครัว

แต่ชาตินี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลินเซียนเยว่แค่นยิ้มเย็นชา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด นางมีความทรงจำของชาติก่อน อีกทั้งยังตระหนักได้ว่าพรสวรรค์ในการดูดวง

อ่านโหงวเฮ้ง และทำนายชะตาชีวิตที่นางเคยฝึกฝนอย่างหนักในวัดนางชีจนแตกฉาน ได้ติดตัวนางกลับมาในชาตินี้ด้วย

ศาสตร์พยากรณ์ที่เคยเป็นเพียงวิชาดับทุกข์ บัดนี้จะกลายเป็นอาวุธห้ำหั่นศัตรู

"แม่นมหง วันนี้จะมีคนจากเมืองหลวงมารับข้าใช่หรือไม่" นางหันไปถามบ่าวคนสนิท

แม่นมหงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าคะ เมื่อครู่มีม้าเร็วมาแจ้งข่าวว่า ขบวนรถม้าจากจวนหยางผิงโหวใกล้จะถึงตีนเขาชิงหยุนแล้ว บ่าวเพิ่งจะเตรียมน้ำต้มสุกมาให้คุณหนูล้างหน้าล้างตา เพื่อเตรียมตัวรอรับคนจากจวนโหว"

ขณะที่แม่นมหงกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำในอ่างทองเหลือง หลินเซียนเยว่พลันสังเกตเห็นปราณมรณะสีดำเข้มลอยวนอยู่เหนือศีรษะของหญิงวัยกลางคน นางเบิกตากว้าง สัญชาตญาณสั่งให้ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด

"ระวัง"

หลินเซียนเยว่ตวาดลั่น รั้งแขนของแม่นมไว้กะทันหัน อ่างทองเหลืองถูกปัดร่วงหล่นลงพื้นกระแทกเสียงดังสนั่น น้ำร้อนจัดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง คานไม้ไผ่ที่ผุพังเหนือศีรษะของแม่นมหงก็ร่วงหล่นลงมาฟาดกับขอบโต๊ะไม้จนหักสองท่อน

หากนางดึงตัวแม่นมหงไว้ไม่ทัน ไม้ท่อนนั้นคงฟาดเข้าที่ศีรษะของแม่นมอย่างจังจนถึงแก่ความตาย เหมือนเหตุการณ์ในอดีตชาติที่บ้านรองกล่าวอ้างว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุก่อนการเดินทาง

แม่นมหงเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น หน้าซีดเผือด นางรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

"คุณหนู หากไม่ได้ท่านช่วยไว้ บ่าวคงตายไปแล้ว"

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นม ข้าบอกแล้วว่าชาตินี้ข้าจะปกป้องท่าน" หลินเซียนเยว่ประคองร่างสั่นเทาของบ่าวคนสนิทขึ้นมา แววตาของนางแน่วแน่มั่นคง

หลินเซียนเยว่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและน่าครั่นคร้ามในคราวเดียวกัน แน่นอนว่านางต้องรู้ชะตากรรมล่วงหน้า เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการพลิกชะตาฟ้า

"เตรียมตัวเถิดแม่นม พวกเรากำลังจะกลับบ้านไปทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเราคืน" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ฝ่ามือเรียวกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

ใครร้ายมา นางจะตบให้คว่ำ ใครวางแผนสกปรก นางจะแฉให้สิ้นชื่อ ใครบังอาจแตะต้องครอบครัวของนาง มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต