บทที่ ๗ คุณหนูตระกูลหวัง
หลังจากที่ลากับผู้มีพระคุณ หลิงเอ๋อเดินกลับไปทางเดิมที่เคยผ่านมา เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีร้านขายผ้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางตลาดหลี่ฉิง
ในถุงเงินตอนนี้เหลืออยู่ประมาณสองร้อยตำลึง คงจะพอซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้หลายตัว
หลิงเอ๋อเดินมองรอบๆ ระแวกตามทางไปเรื่อยๆ จนมาหยุดยืนด้านหน้าร้านที่ต้องการ ไม่ทันที่นางได้ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลับมีเสียงเอะอะโวยวายจากเสี่ยวเอ้ออยู่ภายนอก
นางขมวดคิ้ว มองภาพเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนประมวลครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่จะทำให้นางต้องตัดสินใจเข้าไปถามไถ่
“พวกเจ้ามายืนอันใดหน้าร้านของข้า ออกไป!!! มาอยู่ตรงนี้ใครจะกล้าเข้ามาซื้อของร้านข้ากัน พวกขอทาน!!!”
เสี่ยวเอ้อสาวกล่าวด่าทอเสียดสี หญิงชราที่มาพร้อมกับบุตรหลานอายุวัยเพียงราวๆ หกขวบเศษ ที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น มีรอยปะชุน
“ข้าขอซื้อชุดใหม่สักตัวให้หลานของข้าได้หรือไม่” หญิงชราจูงมือเด็กน้อยไว้แน่น ก่อนส่งสายตาวิงวอนเพียงแค่ต้องการชุดเดียวเท่านั้น
“น้ำหน้าขอทานเช่นพวกเจ้า มีปัญญามาซื้อของร้านข้าเช่นนั้นหรือ ออกไปซะก่อนที่ข้าจะนำคนมาลากตัวออกไป”
หลิงเอ๋อตั้งใจจะมาซื้อเสื้อผ้าร้านนี้ แต่กลับต้องมาเห็นสตรีน่ารังเกียจเช่นนี้ กล้าไล่คนแก่กับเด็กน้อย ไม่ไยดี นั้นนางไม่สามารถที่จะทนดูนิ่งดูดายได้
“เสี่ยวเอ้อร้านนี้ เป็นเช่นนี้เองหรือ แบ่งแยกชนชั้น ไม่รู้จักคุณธรรม เห็นแก่ตัวยิ่งนัก แม้แต่คนแก่กับเด็กน้อยเพียงเล็กก็ไม่ละเว้น”
หลิงเอ๋อในคราบบุรุษ เดินเข้ามาห้ามปราม ยืนระหว่างกึ่งกลางของทั้งสอง อย่างไม่นึกเกรงกลัวต่อสิ่งใด
สูง ต่ำ ดำ ขาว นั้นย่อมแบ่งแยกชัดเจน ทุกคนต่างรู้ข้อนี้ดี แต่สิ่งที่พบเห็นกลับตรงกันข้าม
“โธ่ คุณชาย ท่านก็ดูสภาพนางกับเด็กน้อยนี่สิ สกปรกขนาดนี้ ใครดูก็รู้ว่าไม่มีเงิน ท่านอย่ามายุ่งเรื่องพวกนี้เลยดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านอยากได้สิ่งใดเดี๋ยวข้าเรียกเด็กในร้านมาช่วยหานะเจ้าคะ ”
สตรีตรงหน้าไม่แม้แต่จะใส่ใจคำพูดของนางเสียด้วยซ้ำ แถมยังหันไปเรียกเด็กในร้านมาบริการนางอย่างดี แต่ตรงกันข้ามกับสองคนนี้ ที่ต้องมาพบเจอเพียงเพราะแต่งกายดูไม่มีฐานคนมีเงินเท่านั้นเองหรือ
หลิงเอ๋อยกมือขึ้นห้ามปรามเสี่ยวเอ้อ นางสบตามองคนตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ
“ไม่ต้องเรียก ผู้ใดบอก ว่าข้าจะซื้อของเจ้า มีเงิน ไม่มีเงินแล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า เจ้าเป็นเพียงแค่เสี่ยวเอ้อ วิเศษวิโสขนาดไหนกันเชียว หากเจ้าไม่อยากขายให้พวกนาง เช่นนั้นข้าก็ไม่ขอซื้อของกับคนเช่นนี้” นางหยุดพูดลงเมื่อมีมือขึ้นมาห้ามปราม
“พอเถอะพ่อหนุ่ม อย่าทะเลาะกันเพราะสองยายหลานเลย ข้าขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ” หญิงชราตบแขนนางเบาๆ พร้อมยิ้มให้เพียงนิด
“ท่านยาย…หากเป็นเช่นนั้นข้าจะพาท่านไปร้านอื่นเอง”
หลิงเอ๋อพาสองยายหลานมายืนหน้าร้านขายเสื้อผ้าที่ดูจะไม่ใหญ่โตอะไรมาก
เมื่อนางก้าวเท้าเข้าไปกลับมีเสี่ยวเอ้อพูดจาดีสตรีหนึ่ง ที่ไม่แม้แต่จะดูถูกสองยายหลาน แถมยังพาเข้าไปนั่งในร้านอย่างไม่นึกรังเกียจ
“พวกท่านต้องการผ้าชนิดใด แจ้งกับข้าได้เลยนะเจ้าคะ”
หลิงเอ๋อสำรวจกิริยานาง ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างเป็นมิตรนางจึงกล่าวตอบไป “ข้าอยากให้เจ้าจัดชุดให้เด็กคนนี้ กับท่านยายสักสองสามชุดจะได้หรือไม่ แบบใดก็ได้เรื่องเงินข้าไม่เกี่ยง”
“ได้เจ้าค่ะ แล้วท่านต้องการสิ่งใดเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ”
หลิงเอ๋อพยักหน้าตอบรับ “ข้าต้องการเพียงผ้าฝ้าย ขอเป็นสีธรรมดาเรียบๆ ของสตรีก็เพียงพอ แล้วแต่เจ้าจะเลือกจัดมาเถอะ”
“เจ้าค่ะ”
ไม่นานของที่ต้องการถูกนำมาห่อไว้อย่างดี หลิงเอ๋อจ่ายเงินให้กับเสี่ยวเอ้อผู้นี้ พร้อมแถมเงินให้นางเพียงเล็ก เพราะจิตใจของสตรีผู้นี้ไม่สกปรกเหมือนร้านที่ผ่านมา
“ท่านยาย หากไม่มีอันใดแล้วข้าไปก่อนนะขอรับ ส่วนเงินเพียงเล็กนี้ข้าอยากให้ท่านติดตัวเอาไว้”
หลิงเอ๋อยื่นเงินให้หญิงชรา ตอนแรกกะจะไม่รับ แต่เพราะนางวิงวอนขอร้องให้รับสินน้ำใจนี้ไป หญิงชราจึงยอมแต่โดยดี
