15 ภารกิจสำคัญกว่าหัวใจ
แสงไฟสีนวลส่องลอดผ่านกระจกบานสูงของคฤหาสน์ กลางคืนถูกปกคลุมด้วยม่านหิมะที่เกาะพราวบนกระจกจนแทบมองไม่เห็นภายนอก ความเย็นภายนอกสู้ไม่ได้กับบรรยากาศในห้อง ที่ร้อนแรงด้วยแรงกดดันและความลับ
แดเนียลยืนพิงโต๊ะไม้โอ๊ก ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กล้ามเนื้อเรียบตึงยังคงมีร่องรอยของความเครียดจากการสังหารคนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลิ่นเหล็กและดินปืนยังติดอยู่ในอากาศราวกับเตือนว่าความตายเพิ่งผ่านไปไม่นาน
“ตอบฉันมา...เธอรู้ได้ยังไง ว่าในนาฬิกานั่นมีระบบนำทางฝังอยู่” น้ำเสียงเรียบแต่เข้มพอจะสะกดให้เด็กสาวตรงหน้าแทบหยุดหายใจ
วิเวียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงไฟระยิบเหมือนน้ำแข็งในแก้ววิสกี้ เธอพยายามควบคุมเสียงหัวใจของตัวเองให้ไม่ดังไปถึงเขา
“หนูตอบความจริงก็ได้ค่ะ...หนูก็แค่ลองแกะมันเล่น ๆ แล้วก็เดาเอาว่ามันน่าจะเป็น GPS” มุมปากของแดเนียลกระตุกขึ้นเล็กน้อยมันไม่ใช่รอยยิ้มปกติแต่คือการเย้ยหยันในความไม่เชื่อ
“โกหก!!!” สิ้นเสียงนั้น เขาก็ก้าวเข้ามาประชิดร่างของเธอ ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางเธอขึ้นเบา ๆ แต่แรงพอจะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
“เธออายุแค่สิบแปด...ไม่ใช่คนที่จะสังเกตอะไรละเอียดขนาดนั้น วิเวียน!!!” เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับคมมีดที่กำลังจ่ออยู่ตรงลำคอ
“บอกมา...ใครส่งเธอมา!” เด็กสาวสูดหายใจลึก ดวงตาไม่หลบ
“ไม่มีใครส่งหนูมาทั้งนั้นแหละ ก็คุณอาเป็นคนไปดำเนินเรื่องเป็นผู้ปกครองหนู แล้วก็พาหนูมาที่นี่ จำไม่ได้เหรอคะ”
“ก็จริง!!! งั้นบอกเหตุผลหน่อย เธอไปที่บาร์นั่นทำไม แถมยังให้นาฬิกากับไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นอีก เธอจงใจให้มันขับรถล่อฉันออกไปทำไม” วิเวียนกลืนน้ำลายช้า ๆ ความกลัวกับความดื้อดึงต่อสู้กันอยู่ในดวงตา
“ก็เพราะคุณอานั่นแหละค่ะ...ที่ออกไปหาแม่นั่น หนูก็เลยหึง! ที่หนูต้องล่อให้คุณอาออกไปก็เพราะ....”
“ก็เพราะอะไร”
“ก็เพราะหนูต้องการจะตกลงกับแม่นั่นค่ะ!!”
ทั้งที่รู้ว่าคำตอบนั้นเสี่ยง แต่เธอก็ยอมให้ความรู้สึกช่วยโกหก มันคือคำโกหกที่ใช้เป็นเกราะและในขณะเดียวกัน มันก็เป็นมีดที่กรีดหัวใจของเธอด้วยเหมือนกัน
“เธอใช้ความหึงมาเป็นข้ออ้างในการโกหกฉัน งั้นเหรอ...เด็กน้อย!!!” แดเนียลหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง
“หนูพูดจริง ๆ ค่ะ” เธอตัดสินใจก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด เพื่อแสดงความจริงใจ
“อาแดนติด GPS ที่นาฬิกาแล้วไม่บอกหนูด้วยซ้ำ จริง ๆ หนูน่าจะเป็นฝ่ายโกรธไม่ใช่เหรอคะ?” มือเรียวบางเกาะที่แขนแกร่งราวกับเด็กขอร้องอ้อนวอนผู้ใหญ่ เขาจ้องเธอนิ่ง ราวกับกำลังอ่านทุกจังหวะของหัวใจ
“วิเวียน!!!...เธอรู้ไหมว่าฉันเกลียดอะไรที่สุด”
“อะไรเหรอคะ...”
“ฉันเกลียดคนโกหก” เสี้ยววินาทีนั้นทั้งห้องเหมือนหยุดหายใจ
แดเนียลยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติขมและกลิ่นของมันแทรกอยู่ในลมหายใจ แต่สิ่งที่ขมขื่นยิ่งกว่านั้นคือความลังเลของมาเฟียหนุ่ม
วิเวียนยิ้มบาง ๆ เธอรู้ว่าเขายังสงสัย แต่ก็มั่นใจว่าแดเนียลจะไม่ทำร้ายเธอ
“ถ้าคุณอาไม่เชื่อ หนูก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วค่ะ” แดเนียลยืนนิ่ง ก่อนจะพูดเสียงต่ำ
“งั้นก็ถือว่าเป็นความผิดของเพื่อนเธอก็แล้วกัน...ที่มันดันเอาของมีค่าของเธอไปหลอกฉัน ฉันจะลงโทษมันเอง”
“อย่าค่ะ!!! พีเจไม่รู้เรื่อง หนูต่างหากที่ฝากของไว้กับเขาเอง”
“เพราะอะไรนาฬิกาเรือนเดียวเธอรักษาไม่ได้เหรอ....วิเวียน?”
“หนูกลัวมันหายค่ะ...ตอนออกจากบ้าน หนูไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย แม้แต่กระเป๋า” แดเนียลขมวดคิ้ว ทุกคำตอบของเธอดูจริงจังเกินไป
“แล้วเธอออกจากบ้านเวลานั้นทำไม...หืม์!!”
“ก็อย่างที่บอกไงคะ หนูแค่อยากรู้ว่าคุณไปทานข้าวกับใคร แค่นั้นจริง ๆ นะคะแดเนียล!!!”
“จะบอกว่าเธอหึงฉันงั้นเหรอ วิเวียน?”
“หนูเป็นคนเปิดเผยค่ะ หึงก็ยอมรับว่าหึง รักก็ยอมรับว่ารัก” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“เธอคิดว่าฉันสนใจยัยนั่นจริง ๆ งั้นเหรอ?”
“ไม่สนใจแล้วจะพาเธอไปทานข้าว ไปนั่งดื่มทำไมกันคะ ใครก็ดูออก หรือว่า...คุณแค่หวังจะเคลมแม่นั่น!”
เขาก้าวเข้ามาจับข้อมือเธอไว้แน่น
“ฟังนะ วิเวียน!!!...ที่ฉันต้องไปทานข้าวกับเวโรนิกา ก็เพื่อสืบเรื่องของโธมัส!!!!....พ่อของเธอ” เด็กสาวดุ้งเฮือก ก่อนจะพยายามเก็บอาการอย่างรวดเร็ว ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว นี่เขารู้อะไรมา!!!
“แต่หนูไม่ชอบ! และไม่อยากให้ใครเข้าใกล้คุณ!” เด็กสาวบอกเสียงสั่น และพยายามดึงให้อยู่ในเรื่องที่กำลังสนทนา
“งั้นเธอก็รู้เอาไว้ ว่าฉันก็ไม่ชอบให้เธอไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไชด์ไอ้เด็กนั่นอีก”
“แต่หนูกับพีเจเราเป็นเพื่อนกันนะคะ!” เขาโน้มตัวลงมาชิดจนลมหายใจอุ่นรดแก้มเธอ
“เพื่อตัดปัญหา...งั้นตั้งแต่นี้ไป เธอจะต้องแสดงตัวในฐานะคนรักของฉัน....วิเวียน”
“คุณพูดจริงเหรอคะ!” เด็กสาวเบิกกว้าง ทั้งดีใจปนตกใจ
“ก็จริงน่ะซิ!!” เสียงเขาตัดเย็นเฉียบ
“แต่มีข้อแม้นะ.... เธอห้ามบอกใครว่าเธอคือลูกสาวของโธมัสเด็ดขาด เข้าใจไหม?” เด็กสาวกลืนน้ำลายก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล
“ทำไมคะ”
“เพราะพ่อของเธอ...ไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ” คำพูดนั้นเหมือนกระสุนเจาะเข้าอก เธอหน้าชา
“จริงเหรอคะ!!!” เด็กสาวทำหน้าตกใจและพยายามให้เนียบเนียนที่สุด
“ตอนนี้พวก VORTEX มันกำลังต้องการตัวเธอ และคนที่ฉันเพิ่งฆ่าเมื่อกี้...ก็เป็นพวกของมัน ดีนะที่เธออยู่กับฉัน ถ้าขืนไปซ้อนมอเตอร์ไชด์ป่านนี้ถูกไอ้เวรมันสองตัวนั่นลากไปถึงไหนแล้ว!!” วิเวียนนิ่งไปครู่ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
“หนูเข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะ ที่คุณดูแลหนูเป็นอย่างดี”
“เข้าใจก็ดีแล้ว จากนี้...เธอจะต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอเป็นคนรักของฉัน เข้าใจมั้ย?”
“จริง ๆ ก็น่าจะทำแบบนี้แต่แรก หนูจะได้ไม่ต้องโดนตามฆ่า” เธอบ่นเสียงเบา
“เธอยังไม่โตพอ วิเวียน” แดเนียลหัวเราะในลำคออีกครั้ง
“อีกแล้ว! คุณอาชอบว่าหนูเด็กอยู่เรื่อยเลย!” สิ้นเสียงหวานรอยยิ้มบาง ๆ ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มที่ทำให้ฆาตกรดูเป็นมนุษย์ได้เพียงชั่วขณะ
“เอาล่ะ!!!...วิเวียน จากนี้เธอจะต้องทำตัวให้สมบทบาทกับการแสดงเป็นคนรักของฉัน...โดยเฉพาะต่อหน้าเวโรนิกา” เสียงของเขาเด็ดขาด แต่ในแววตายังมีบางอย่างคล้ายที่พยายามซ่อนเอาไว้
“แล้วต้องเอากันจริง ๆ มั้ยคะ?” เธอยักคิ้ว พลางแกล้งถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่แฝงการท้าทายที่แดเนียลอ่านออก
“จริงจังหน่อยสิ วิเวียน” เขาส่ายหน้าเบา ๆ แต่สายตากลับไล่ไปตามเรือนร่างของเธออย่างลืมตัว มุมปากกระตุกขึ้นน้อย ๆ คล้ายจะตำหนิ แต่กลับกลายเป็นความระอาปนเอ็นดู
“เธอจะต้องช่วยฉันสืบเรื่องของพ่อเธอ ด้วยการตีสนิทกับเวโรนิกาให้ได้...รู้มั้ย” น้ำเสียงเขากลับมาเรียบขรึมอีกครั้ง แต่ในนัยน์ตามีบางอย่างที่มากกว่าคำสั่ง
“ค่ะ...หนูจะพยายาม” เด็กสาวตอบหนักแน่น แต่หัวใจกลับเต้นแรงเกินกว่าที่สีหน้าเธอจะแสดงออก
ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนวิเวียนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวนะคะ พอดีอาจารย์สั่งทำรายงาน”
“เชิญ!!!...” แดเนียลเลิกคิ้ว ดวงตาเข้มจับจ้องเธอราวกับไม่เชื่อ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเอ่ยขึ้นอย่างทันควัน
“แล้วคืนนี้เธอไม่นอนที่นี่เหรอ”
“ไม่แล้วค่ะ หนูขี้เกียจขนของ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่แววตาหลบเล็กน้อย เพราะรู้ว่าการยั่วเขานั้นมันอันตรายต่อหัวใจตัวเองมากกว่าภารกิจเสียอีก
“ให้ฉันช่วยก็ได้นี่น่า!!” น้ำเสียงเขาฟังดูธรรมดา แต่มันทุ้มต่ำจนเธอรู้ว่ามันมีบางอย่างมากกว่านั้น วิเวียนยิ้มบาง ๆ
“เกรงว่าจะรบกวนเวลานอนของคุณค่ะ เพราะหนูมีงานของคุณครูเยอะมากเลย... กู๊ดไนท์นะคะแดเนียล!!” เธอก้มหัวเบา ๆ พยายามไม่สบตาเขาอีก เพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อน
“โอเค...กู๊ดไนท์ วิเวียน” เสียงของเขาทุ้มต่ำลง แต่น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเสียดาย
วิเวียนหมุนตัวออกจากห้อง เธอส่งยิ้มให้เขาเพียงแวบเดียวก่อนปิดประตู
“คิดว่าฉันจะเชื่อเธอ ง่าย ๆ งั้นเหรอ...วิเวียน!!!” เสียงพึมพำนั้นหายไปพร้อมกับการยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม