หลอก ล่า พร่ารัก บทที่ 1
"แคท แคท ทางนี้จ้ะ"
เสียงเรียกด้วยน้ำเสียงที่เคยคุ้น ทำให้คันธมาศหันไปทางต้นเสียง ก่อนจะโบกมือตอบ ทางนั้นดูจะตะลึงกับรูปโฉมของเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่แยกจากกันถึงสองปีเต็ม ปรกติแล้วคันธมาศเป็นคนสวย แต่กาลเวลาและพัฒนาการทางการแพทย์ ยิ่งเติมเต็มให้เพื่อนของเธอสวย...ล้ำ มากขึ้นกว่าที่เธอจำได้เสียอีกพอมาเจอตัวจริงแบบนี้
คันธมาศเดินอย่างมีจริต...เธอเป็นคนมีเสน่ห์ การเดิน การวางท่า ทุกอย่างเหมือนถูกซักซ้อมให้เหมาะเจาะ น่าดูชม แค่เดิน...ท่าเดินของเธอก็ทำให้ใครต่อใครเหลียวมองตาม ผู้หญิงที่สวยเด่น ในชุดเดรสลูกไม้สีดำสนิท ในแบรนด์หรู หล่อนมวยผมเกล้าไว้สูง เผยใบหน้างดงามที่แต่งแต้มไว้ด้วยโทนสีทองและแดงอิฐ ช่างเข้ากันกับผิวสีน้ำผึ้งของเธอ ชุดเดรสรัดรูปคอปาด แขนยาวถึงศอก และกระโปรงยาวถึงน่อง แบบมิดชิดของมันกลับทำให้คนสวมใส่ดูเซ็กซี่เย้ายวนใจ รองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีแดงแบบส้นเข็ม สีตัดกับชุดและเข้ากับสีลิปสติก เธอสะพายกระเป๋าถือมาเพียงใบเดียวเป็นสีแดง...ดูเหมือนจะมีสัมภาระเพียงเท่านั้น
"ขวัญ ดีใจจังไม่เจอกันตั้งสองปีแนะ โอ...มาให้ฉันกอดที"
เธอโผเข้ากอดวันขวัญ ที่ถึงกับตัวแข็งกับการโอบกอดนั้น พวกเธอเจอกันหนสุดท้ายก็คือในงานแต่งงานของคันธมาศ กลิ่นของคันธมาศคือกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ไอหอมของมันเหมือนจะล้อมรอบตัวหล่อนไว้ และติดตัวหล่อนเมื่อคันธมาศคลายกอดไปแล้ว
นัยน์ตาเฉียงขึ้นเหมือนตาแมวนั้น มองจ้องวันขวัญอย่างแสนดีใจ
"โอ ดีใจเหมือนกัน เธอสวยขึ้นมากแคท ดูดีขึ้น สง่าขึ้น ฉันจำเธอเกือบไม่ได้"
"ดีใจนะที่จำฉันไม่ได้"
คันธมาศหัวเราะ แล้วโอบเอวเพื่อนก่อนจะพาเดินไปด้วยกัน วันขวัญเองขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะงงกับคำพูดแฝงนัยนั่นก่อนจะขำขึ้นมาบ้าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะสื่อถึงอะไร
"แหม...จะแบบไหนเธอก็สวยเสมอสำหรับฉันนะแคท"
"ปากหวาน"
เธอหยิกแก้มเพื่อนรักอย่างหยอกๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ เหมือนจะมองหาใครสักคน
"มาคนเดียวหรือ ขวัญ สามีเธอล่ะ"
"เขาติดประชุมน่ะ"
เธอมองเพื่อนแล้วเลิกคิ้วนิดๆ
"แล้วเธอไม่มีของอะไรมาเลยหรือแคท ทิ้งไว้นั่นหมดเลยหรือ"
"มีพวกเสื้อผ้า ของใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่ให้ส่งตามมาน่ะ ให้ป้ามาธาจัดการให้ ฉันมาแต่ตัวตอนนี้"
คันธมาศยักไหล่แล้วยิ้มหวานส่งให้กับเพื่อนรัก
"จริงสิ ถ้าไม่รบกวน คืนนี้ฉันคงจะต้องขอใช้พวกเสื้อผ้าของเธอไปก่อนนะขวัญ พรุ่งนี้ค่อยไปหาซื้อ ฉันหนีมาด่วนแบบนี้ เลย...ไม่ทันเตรียมอะไรเลยนอกจากตั๋วเครื่องบิน"
"ได้สิ จะเป็นอะไรไปละ เธอเป็นเพื่อนรักฉันนะ แค่เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว เราเคยใช้ด้วยกันมาแล้วทั้งนั้น"
คันธมาศมองหน้าเพื่อนแล้วก็หัวเราะ ก่อนที่จะพากันโอบเอวเดินไปยังลานจอดรถ
ใช่...
พวกเธอเคยใช้ของส่วนตัวร่วมกันมาหลายครั้งเพราะสนิทกันมากในวัยรุ่น จนมาถึงวัยทำงานที่ต่างพากันแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง
ชีวิตของวันขวัญกลายเป็นชีวิตที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันถึง ได้แต่งงานกับเจ้าของธุรกิจ หล่อ รวย ถึงอดีตจะเป็นแบดบอย แต่พอเจอวันขวัญแล้ว ภูริก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตอนนี้เขาและเธอกำลังมีแผนสร้างทายาท หลังจากที่ผิดหวังที่วันขวัญแท้งไปเมื่อปีก่อน เธอเองก็ทำธุรกิจส่วนตัวเช่นกัน ไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านให้สามีเพียงอย่างเดียว กิจการเปิดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ กำลังไปได้สวยมาก จนสามีเย้าหยอกว่าไม่แน่เธออาจจะรวยกว่าเขาในสักวัน แต่โชคดีที่เขากับเธอจดทะเบียนสมรสกันแล้ว คำหยอกทีเล่นทีจริงนั่นทำให้วันขวัญนึกขำ...กับคำหยอกนั่นของสามี จริงๆ แล้วเธอไม่ได้จดทะเบียนเพื่อจะหวังมรดกอะไรจากเขา แต่เพื่อเป็นหลักประกันของผู้ชายจอมเจ้าชู้จากเขาต่างหาก
ผู้ชายจอมเจ้าชู้...
แม้จะบอกว่าถอดเขี้ยวหมดแล้ว รักเธอหมดใจ เธอคือที่หนึ่งในใจก็ตาม
มีที่หนึ่ง ก็ต้องมีที่สอง สาม สี่ ห้า...
จริงๆ แล้วชีวิตที่ทุกคนคิดว่ามันสวยหรู มันไม่ใช่แบบนั้นเลย..
คันธมาศสาวสวยและเปรียว เธอไปผาดโผนที่เมืองนอก แต่งงานสองหน เจอผู้ชายแย่ๆ ทั้งสองหน...และเธอก็จดทะเบียนกับพวกเขา แน่นอนว่าเธอเรียกค่าเสียหาย ค่าเลี้ยงดูจากพวกเขาได้ไม่น้อย กำลังเริ่มปลูกต้นรักหนที่สามกับ คริส ทว่า...หนนี้ไม่ได้จบที่การแต่งงาน มันจบลงที่เธอต้องเผ่นหนีเขา...กลับมาบ้านเกิด มาซบอกเพื่อนรัก ที่เป็นที่พึ่งพิงให้กับเธอเสมอ
เพื่อนรัก...
เธอหันไปมองวันขวัญที่เป็นคนขับรถ แล้วเอื้อมมือไปกุมมือของเพื่อนที่แตะพวงมาลัยอยู่ วันขวัญหันมามองเธอ แล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่าคันธมาศกำลังทำอะไร
"ฉันรักเธอนะ ขวัญ"
"อืม...แหม...แคทนี่ เธอทำให้ฉันขนลุกแหะ"
คันธมาศหัวเราะ ก่อนจะขออนุญาตจุดบุหรี่สูบในรถ วันขวัญไม่ได้ว่าอะไร เธอเลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อยเพื่อให้ควันของมันฟุ้งกระจายออกไปข้างนอก
ในสถานการณ์แบบนี้มีคันธมาศมาอยู่กับเธอ อะไรๆ ก็คงจะดีขึ้น
