บทนำ: ผู้กองปากแจ๋วกับศาลเจ้าพ่อท้ายซอย
บทนำ: ผู้กองปากแจ๋วกับศาลเจ้าพ่อท้ายซอย
"หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้จ๊อด! ถ้ามึงก้าวขาอีกก้าวเดียว แม่จะยิงให้ไส้แตก!"
เสียงตวาดแหวเผ็ดร้อนยิ่งกว่าผัดกะเพราพริกแห้งดังลั่นตรอกข้าวสาร ท่ามกลางแสงไฟนีออนยามค่ำคืนและเสียงดนตรีบีทหนักๆ จากผับบาร์ นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันแหวกทางเป็นช่องโหว่เมื่อเห็นร่างเพรียวบางในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมงกำลังสับเท้าวิ่งไล่กวดชายฉกรรจ์ร่างผอมโซอย่างไม่คิดชีวิต
เธอคือ 'ร้อยตำรวจเอกหญิง เขมิกา วงศ์สวัสดิ์' หรือที่คนใน สน. รู้จักกันดีในนาม 'ผู้กองเข็ม ส้นตีนสั่งตาย'
"โธ่โว้ย! กัดไม่ปล่อยเลยนะนังตำรวจบ้า!" ไอ้จ๊อด พ่อค้ายารายย่อยตะโกนด่ากลับพลางหอบแฮก มันปีนข้ามแผงขายโรตีอย่างทุลักทุเล ทำให้แป้งและนมข้นหวานกระจายเต็มพื้น
"ด่ากูได้ แต่อย่าทำโรตีหก! ของกินมันมีบุญคุณ!" เขมิกาคำรามลั่น เธอกระโดดข้ามแผงกั้นอย่างคล่องแคล่วราวกับนักกีฬาทีมชาติ ก่อนจะเร่งสปีดฝีเท้าเข้าไปประชิดตัวคนร้าย
ภารกิจวันนี้ควรจะเป็นการล่อซื้อยาเงียบๆ จบงานสวยๆ แล้วกลับไปนอนดูซีรีส์เกาหลีที่ห้อง แต่เพราะสายข่าวทำงานพลาด ไอ้จ๊อดดันไหวตัวทัน การเจรจาจึงเปลี่ยนเป็นการวิ่งมาราธอนวิบากกลางกรุงแทน
"ทางตันแล้วมึง!"
เขมิกาแสยะยิ้มเมื่อเห็นไอ้จ๊อดวิ่งไปจนมุมอยู่ที่ท่าน้ำเก่าๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องหลังเป็นศาลเจ้าพ่อไม้สักเก่าคร่ำครึที่มีผ้าสามสีผูกระโยงระยาง บรรยากาศวังเวงผิดกับความศิวิไลซ์เมื่อครู่ลิบลับ
ไอ้จ๊อดหันซ้ายหันขวา เลิ่กลั่กเหมือนหนูติดจั่น มันชักมีดพกออกมาแกว่งไปมา "อย่าเข้ามานะ! เข้ามาพ่อแทงไส้ไหลนะเว้ย!"
"เก็บมีดปอกผลไม้นั่นไปเถอะพี่ชาย จะยอมให้จับดีๆ หรือจะให้ฉันนวดฝ่าเท้าให้ก่อน?" หญิงสาวหักนิ้วมือดังกร๊อบๆ เดินย่างสามขุมเข้าไปหาด้วยแววตาของผู้ล่า "ข้อหาขัดขวางการจับกุม บวกทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน โทษหนักนะบอกก่อน"
"กูไม่ยอมติดคุกโว้ย!"
ด้วยสัญชาตญาณหมาจนตรอก ไอ้จ๊อดไม่ได้พุ่งเข้ามาแทง แต่กลับหันหลังกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาตูมใหญ่!
"เฮ้ย! ไอ้บ้าเอ๊ย น้ำตรงนี้มันเชี่ยว!" เขมิกาสบถลั่น เธอรู้ดีว่ากระแสน้ำช่วงนี้อันตรายแค่ไหน แถมไอ้หมอนั่นดูทรงแล้วคงว่ายน้ำไม่แข็ง
ด้วยจิตวิญญาณตำรวจที่มันค้ำคอ (หรือเพราะความบ้าระห่ำส่วนตัวก็ไม่แน่ชัด) เขมิกาตัดสินใจถอดรองเท้าผ้าใบราคาแพงโยนทิ้ง แล้วกระโดดตามลงไปทันที
ตูม!!
ความเย็นเยียบของสายน้ำโอบล้อมร่างกายทันทีที่สัมผัสผิวน้ำ รสชาติเค็มปร่าและกลิ่นโคลนตีขึ้นจมูก เขมิกาลืมตาขึ้นในความมืดมิดใต้น้ำ พยายามมองหาร่างของคนร้าย
‘นั่นไง!’
เธอเห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังตะเกียกตะกายจะจมมิจมแหล่ หญิงสาวรีบว่ายเข้าไปคว้าคอเสื้อของมันไว้ ออกแรงลากเพื่่อจะพาขึ้นสู่ผิวน้ำ
แต่ทว่า... จู่ๆ ก็เกิดกระแสน้ำวนประหลาดรุนแรงขึ้นตรงหน้าศาลเจ้าเก่านั้น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากร่างของเธอและไอ้จ๊อดให้หมุนคว้าง
‘เชี่ยแล้ว! น้ำวน!’ เขมิกากรีดร้องในใจ พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงดูดมหาศาลกลับดึงเธอดิ่งลึกลงไปสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ
อากาศในปอดเริ่มหมดลง ภาพความทรงจำต่างๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนม้วนฟิล์มภาพยนตร์... ใบหน้าพ่อแม่ที่บ่นว่าเมื่อไหร่จะมีผัว... ใบหน้าสารวัตรที่ชอบแย่งกาแฟกิน... และซีรีส์ตอนจบที่ยังไม่ได้ดู
‘ไม่นะเว้ย! ฉันจะมาตายแบบนี้ไม่ได้! ฉันยังไม่ได้ใช้โบนัสเลยนะ!’
ในวินาทีที่สติกำลังจะดับวูบ เขมิกาเหลือบเห็นแสงสว่างสีทองส่องประกายวาบออกมาจากก้นแม่น้ำ ไม่ใช่แสงจากสปอร์ตไลท์ แต่มันนวลตาและอบอุ่นอย่างประหลาด พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในหัว
...กลับคืน... สู่ที่ที่เจ้าจากมา...
"ใคร... ใครพูดวะ..."
นั่นคือความคิดสุดท้าย ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกอย่าง
. . .
ณ อีกห้วงเวลาหนึ่ง...
ความรู้สึกแรกที่กลับคืนมาไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการสำลักน้ำ แต่เป็นกลิ่นหอม...
หอมเย็นๆ เหมือนดอกไม้โบราณ หอมกรุ่นกลิ่นควันเทียนจางๆ และความรู้สึกเย็นสบายที่ผิวหนัง
เขมิกาสำลักพรวดออกมาอย่างแรง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ เธอลืมตาโพลง พบว่าตัวเองกำลังโผล่หัวขึ้นมาจากผิวน้ำ แต่ทว่า... นี่ไม่ใช่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ขุ่นคลั่กไปด้วยโคลนตมและขยะ
น้ำที่นี่ใสจนเห็นแสงจันทร์สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ
"ที่นี่มัน... สวรรค์เหรอวะ?" เธอพึมพำกับตัวเองอย่างงุนงง มือปัดป่ายเช็ดน้ำออกจากใบหน้า
เมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ยมบาลหรือเทวดา แต่เป็น 'แผ่นหลัง'
แผ่นหลังกว้างของบุรุษเพศที่เปลือยเปล่า เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่น ผิวสีทองแดงยามต้องแสงจันทร์ดูน่าสัมผัส ไหล่กว้างผายรับกับเอวสอบที่สอบลงไปใต้น้ำ ผมยาวสีดำสนิทเปียกลู่แนบไปกับแผ่นหลัง
เขมิกาอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
‘โอ้มายก๊อด... นรกหรือสวรรค์ไม่รู้ แต่บริการดีมากแม่ เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย งานดีเกรดพรีเมียม!’
ด้วยความเบลอผสมความทะเล้นที่มีอยู่ในกมลสันดาน นิ้วมือเรียวจึงเผลอยื่นออกไป จิ้มลงบนกล้ามแขนแน่นๆ นั่นเบาๆ หนึ่งทีเพื่อพิสูจน์ความจริง
"พี่ชาย... หุ่นแซ่บนะเราอะ"
ร่างสูงใหญ่นั้นสะดุ้งเฮือก ก่อนจะหันขวับมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นเทพเจ้าปรากฏขึ้นในระยะประชิด ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับดุดันราวกับเสือร้ายที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ
"เจ้าเป็นใคร! บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในเขตเรือนข้า!"
เสียงทุ้มต่ำกังวานทรงอำนาจตวาดลั่น ทำเอาเขมิกาสะดุ้ง แต่แทนที่จะกลัว เธอกลับมองเขาตาเยิ้ม
"หล่อ... แถมเสียงดุซะด้วย สเปกเลยว่ะ"
และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของหายนะ (หรือพรหมลิขิต) ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกรุงรัตนโกสินทร์ไปตลอดกาล!
