บทที่ 3: ศึกนางพญาโรงครัว
บทที่ 3: ศึกนางพญาโรงครัว
รุ่งสาง ณ ท่าน้ำเรือนท่านขุน
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า นกกาเริ่มส่งเสียงร้องรับวันใหม่ แต่สำหรับ 'ผู้กองเข็ม' เช้านี้คือเช้าแห่งความวินาศสันตะโร
"โอ๊ย! มันพันยังไงวะเนี่ย! จะรัดคอตายอยู่แล้ว!"
เขมิกายืนหมุนติ้วอยู่หน้ากระจกเงาบานเล็กที่บ่าวไพร่นำมาให้ ข้างกายมี 'จุก' บ่าวสาววัยรุ่นผมจุกหน้าตาจิ้มลิ้มยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คอยลุ้นเอาใจช่วยแม่หญิงแปลกหน้า
หลังจากที่เมื่อคืนรอดตายมาได้ เช้านี้เข็มได้รับคำสั่งให้ 'แปลงโฉม' เพื่อเตรียมตัวไปทำงานในครัว แต่ปัญหาระดับชาติคือ... ชุดไทยโบราณ!
"แม่หญิงเจ้าขา... อย่ายืนถ่างขาเช่นนั้นเจ้าค่ะ มันไม่งาม" จุกเตือนเสียงอ่อย เมื่อเห็นเข็มยืนกางขาพยายามดึงผ้าโจงกระเบนขึ้นมา "แล้วผ้านุ่งนั่น ต้องม้วนแล้วตลบไปข้างหลังเจ้าค่ะ ไม่ใช่มัดเป็นปมเงื่อนตายแบบนั้น!"
"ก็มันหลุดนี่นา!" เข็มบ่นอุบ "ชุดบ้าอะไรเนี่ย ใส่ยากกว่าชุดเกราะกันกระสุนอีก! แล้วไอ้ผ้าแถบที่รัดหน้าอกเนี่ย... แน่นจนนมจะมารวมกันที่คอหอยแล้วนะจุก!"
"ว้าย! แม่หญิงพูดจาหยาบคาย!" จุกเอามือปิดปาก หน้าแดงแปร๊ด
กว่าจะทุลักทุเลแต่งตัวเสร็จ เขมิกาก็อยู่ในสภาพที่... พอไปวัดไปวาได้ (ถ้าไม่นับท่าเดินอาดๆ เหมือนนักเลงคุมซอย) เธอสวมเสื้อคอกระเช้าสีมอซอทับด้วยผ้าแถบสีเข้ม และนุ่งโจงกระเบนสีตุ่นๆ ผมเผ้าที่เคยกระเซิงถูกจุกช่วยหวีและมัดรวบตึงเป็นมวย
"เอ้า! เสร็จแล้วก็รีบไปเถอะเจ้าค่ะ 'ป้าปริก' รอประเดี๋ยวเดียว แกจะอาละวาดเอา" จุกรีบดึงแขนเข็ม
"ป้าปริก? ใครอะ? น่ากลัวกว่าผู้กำกับที่ สน. เหรอ?"
จุกกลืนน้ำลายเอือก "น่ากลัวกว่าเสือในป่าอีกเจ้าค่ะ"
...
เรือนครัวหลังใหญ่
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในเขตเรือนครัว กลิ่นเครื่องแกง กลิ่นควันไฟ และกลิ่นกะทิหอมฟุ้งก็ปะทะจมูก พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งงานที่ดังลั่นยิ่งกว่าเสียงโทรโข่ง
"นังอิ่ม! มึงตำเครื่องแกงหรือมึงเกาครก! เสียงเบาปานมดตด! ตำแรงๆ ให้มันแหลก!" "ไอ้มิ่ง! ไฟมอดแล้ว มึงจะรอให้เทวดาลงมาเป่าหรือไง! ใส่ฟืนเข้าไป!"
กลางวงล้อมของบ่าวไพร่ที่กำลังหัวหมุน คือหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวดำแดง ใบหน้าดุบึ้งตึง ริมฝีปากเคี้ยวหมากหยับๆ มือถือไม้เรียวก้านมะยมยืนเท้าสะเอวสั่งการราวกับแม่ทัพบัญชาการรบ
นางคือ 'แม่ปริก' เจ้าแม่แห่งโรงครัวเรือนท่านขุนปราบ
"มาแล้วเจ้าค่ะป้าปริก... แม่หญิงที่ท่านขุนฝากมา" จุกพาเข็มเดินเข้าไปรายงานตัวเสียงสั่น
แม่ปริกหันขวับ สายตาคมกริบกวาดมองเข็มตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วแค่นเสียง "เหอะ! นี่รึ... คนที่ท่านขุนเก็บมาได้ สภาพดูไม่ได้ ผอมกะหร่องกะแหร่ง แขนขาเก้งก้างอย่างกับเปรตวัดสุทัศน์ จะมีแรงยกหม้อแกงรึ?"
เข็มคิ้วกระตุก 'หนอย... อีป้าปากแจ๋ว ด่ากูเปรตเลยเรอะ เดี๋ยวแม่ปัดจับข้อหาหมิ่นประมาทซะนี่'
แต่เธอก็ท่องพุทโธในใจ ยิ้มหวานสู้เสือ "สวัสดีจ้ะป้าปริก ฉันชื่อเข็ม ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย งานราษฎร์งานหลวงเข็มสู้ตาย!"
"ใครเป็นป้ามึง!" แม่ปริกสวนทันควัน "ข้าเป็นบ่าวเก่าแก่ เลี้ยงท่านขุนมาแต่อ้อนแต่ออก อย่ามาตีสนิท! เรียกข้าว่า 'แม่ปริก' ...แล้ววาจาเจ้ามันเป็นกระไร ไม่มีหางเสียง เจ้าคะ เจ้าขา พูดไม่เป็นรึ?"
"อ๋อ... ได้จ้ะ... เอ้ย ได้เจ้าค่ะ แม่ปริก" เข็มกัดฟันตอบ
"ดี! งั้นงานแรกของเอ็ง... ไปขูดมะพร้าวตรงนู้น! กองเท่าภูเขานั่นแหละ ขูดให้หมดก่อนเพล ถ้าไม่เสร็จ อดข้าว!" แม่ปริกชี้ไม้เรียวไปที่กองมะพร้าวแก่ที่วางกองพะเนินเทินทึก
เข็มมองตามแล้วตาค้าง "โห... เยอะขนาดนี้ ใช้เครื่องปั่นเถอะป้า... เอ้ย แม่ปริก"
"เครื่องปั่นกระไรของเอ็ง! ไปทำเดี๋ยวนี้!"
เขมิกาจำใจเดินไปนั่งที่ 'กระต่ายขูดมะพร้าว' เครื่องมือโบราณที่เป็นรูปตัวกระต่ายมีเหล็กแหลมยื่นออกมา เธอเคยเห็นแต่ในพิพิธภัณฑ์ ไม่คิดว่าชีวิตนี้ต้องมานั่งคร่อมมันใช้งานจริงๆ
หญิงสาวนั่งลงบนหลังกระต่ายด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ พยายามเอาซีกมะพร้าวไปขูดกับฟันเหล็ก
ครืด... ครืด...
เสียงขูดดังแผ่วเบา เนื้อมะพร้าวหลุดออกมาทีละฝอยเล็กๆ ราวกับขี้มด
"โอ๊ย! เมื่อไหร่จะเสร็จวะเนี่ย!" เข็มบ่นอุบ เหงื่อเริ่มไหลเข้าตา "นวัตกรรมยุคนี้มันช้าแท้ทรู รู้มั้ยยุคฉันนะ กดปุ่มปุ๊บ กะทิไหลปั๊บ!"
"นั่งให้มันดีๆ นังไพร่!"
เพียะ!
ไม้เรียวก้านมะยมฟาดลงที่ก้นงอนๆ ของผู้กองเข็มเต็มรัก!
"โอ๊ย! ตีทำไมเนี่ย!" เข็มกระโดดโหยง หันไปมองตาขวาง
แม่ปริกยืนค้ำหัว หน้าถมึงทึง "เป็นสาวเป็นนาง นั่งขูดมะพร้าวถ่างแข้งถ่างขาเหมือนลิงกัง! เก็บขาเดี๋ยวนี้! นั่งพับเพียบหรือนั่งซ้อนขาให้มันเรียบร้อย!"
"ก็นั่งพับเพียบมันขูดไม่ถนัดนี่นา!" เข็มเถียง "มันต้องใช้แรงส่งจากเอวนะแม่ปริก หลักกายวิภาคศาสตร์น่ะรู้จักมั้ย?"
"อย่ามาเถียงคำไม่ตกฟาก! ข้าสั่งให้นั่งยังไงก็นั่ง!" แม่ปริกง้างไม้เรียวอีกรอบ
เข็มรีบหุบขาฉับ "โอเคๆ! ยอมแล้วจ้า! นั่งพับเพียบก็พับเพียบ!"
เธอพยายามขูดมะพร้าวด้วยท่านั่งกุลสตรีศรีสยาม ซึ่งผลลัพธ์คือ... ปวดหลัง ปวดเอว และขูดได้ช้ากว่าเดิมสิบเท่า
ผ่านไปสักพัก เสียงโวยวายก็ดังขึ้นอีกฝั่งของครัว
"ว้าย! ช่วยด้วย! ไก่หลุด!"
บ่าวคนหนึ่งทำไก่เป็นๆ ที่กำลังจะเชือดหลุดมือ ไก่ตัวใหญ่วิ่งพล่านไปทั่วโรงครัว กระพือปีกตีหม้อไหกระจาย บ่าวไพร่พากันวิ่งไล่จับกันจ้าละหวั่น แม่ปริกตะโกนด่าจนคอแตก
"จับมันสิวะ! ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง! ประเดี๋ยวท่านขุนจะกินข้าวเที่ยงแล้ว!"
ไก่เจ้ากรรมวิ่งตรงดิ่งมาทางเข็ม
"เสร็จโจร!"
สัญชาตญาณตำรวจทำงานไวกว่าความคิด เขมิกาถีบกระต่ายขูดมะพร้าวออก คว้ามีดปอกผลไม้เล่มเล็กที่วางอยู่ข้างๆ แล้วกระโจนตัวพุ่งเข้าหาไก่
ไม่ใช่การวิ่งไล่จับแบบชาวบ้าน แต่เป็นการ 'สไลด์ตัว' ไปกับพื้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งตะปบขาไก่ไว้อย่างแม่นยำ พร้อมกับหมุนตัวลุกขึ้นยืนในท่าเตรียมพร้อม
"กุ๊กๆๆ ... หยุดดิ้นนะไอ้น้อง เดี๋ยวแม่จับย่างซะนี่!"
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ทั้งโรงครัวตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เข็ม ซึ่งตอนนี้ยืนถือไก่ห้อยหัวอยู่ในมือข้างหนึ่ง และถือมีดในมืออีกข้างด้วยท่าทางทะมัดทะแมงสุดๆ
แม่ปริกอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะจับไก่ได้ แต่เพราะ... ท่าทางการใช้มีดของนาง
เข็มเห็นทุกคนมอง จึงยักไหล่ "มองไรกันอะ? จะให้เชือดเลยมั้ย? หรือจะให้ทำไก่ใต้น้ำ? แต่เครื่องเทศต้องถึงนะ ไม่งั้นคาว"
เธวางไก่ลง (ที่ตอนนี้มึนจนเลิกดิ้น) แล้วควงมีดในมือเล่นโชว์หนึ่งรอบ ก่อนจะฉับลงไปที่กองผักบุ้งข้างๆ
ฉับๆๆๆๆๆๆๆ!
เสียงมีดกระทบเขียงดังรัวเร็วจนมองตามไม่ทัน ผักบุ้งกำใหญ่ถูกหั่นเป็นท่อนเท่ากันเป๊ะทุกชิ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที
"นี่ไง... สกิลหั่นผักฉบับเด็กหอ" เข็มยิ้มแฉ่ง ภูมิใจในสกิลที่ฝึกมาจากการทำกับแกล้มในวงเหล้า
แม่ปริกมองผักบุ้งที่ถูกหั่นอย่างสวยงาม แล้วเงยหน้ามองเข็ม แววตาจากที่เคยดูถูกเริ่มเปลี่ยนเป็นความฉงนปนทึ่ง
"เอ็ง... เคยเป็นแม่ครัวรึ?"
"เปล่าจ้ะ" เข็มตอบหน้าตาย "เคยแต่ผ่าศพ... เอ้ย! ผ่าฟืน!"
"ผ่าศพ?" แม่ปริกทวนคำ หน้าซีดเผือด
"ช่างมันเถอะจ้ะ! เอาเป็นว่า เรื่องงานละเอียดแบบร้อยมาลัย เข็มขอบาย แต่ถ้าเรื่องใช้มีด ใช้กำลัง งานแบกหาม หรือจับเป็ดจับไก่... เรียกใช้เข็มได้เลยแม่ปริก!"
แม่ปริกหรี่ตามองนางอีกครั้ง แม้นางจะดูกะโดกเกเดก วาจาประหลาด แต่ฝีมือการใช้มีดและความว่องไวนั้น... ของจริง
"เออ... งั้นเอ็งไม่ต้องขูดมะพร้าวแล้ว" แม่ปริกสั่งเสียงเข้มแต่แฝงความยอมรับเล็กน้อย "ไปช่วยไอ้มิ่งผ่าฟืนกับเชือดไก่ไป! อย่ามานั่งเกะกะขวางหูขวางตาแถวนี้!"
"รับทราบเจ้าค่ะ!" เข็มรับคำอย่างแข็งขัน
ขณะที่ความวุ่นวายในครัวเริ่มสงบลง ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ที่หน้าต่างเรือนใหญ่ชั้นบน ร่างสูงของ 'ขุนปราบ' กำลังยืนกอดอกมองลงมาที่โรงครัว มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
"จับไก่รึ... คล่องแคล่วนักนะ แม่ตัวยุ่ง"
