บทที่ 1 ข้าไม่ยอมรับนางเป็นภรรยา
แสงสุริยันลาลับขอบฟ้า หลงเหลือเพียงความมืดแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วเมืองฉางเว่ย ยามนี้เผยให้เห็นจวนสกุลเซี่ยถูกจุดโคมไฟสวยงามไปตลอดตามทางเดิน ด้านหน้าประตูทางเข้า ยาวเข้าไปในจวนประดับประดาไปด้วยผ้าต่วนสีแดง รถม้าหลายคันถูกจอดหน้าจวน บรรดาแขกเหรื่อร่วมทยอยกันเดินเข้าไปข้างในแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวไม่ขาดระยะ
ที่แท้วันนี้เป็นงานมงคลระหว่างบุตรชายคนโตสกุลเซี่ย ‘เซี่ยสิงฉวน’ พ่วงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองฉางเว่ย กับบุตรสาวคนเดียวของสกุลจ้าว ‘จ้าวจินอิง’ การผูกสัมพันธ์นี้เป็นเพียงสัญญาหมั้นหมายที่ท่านปู่ทั้งสองตระกูลในอดีตเคยเป็นสหายกันได้ทำเอาไว้ และบิดาของเขาได้สั่งกำชับให้ทำเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่จะหมดลมหายใจจากไปด้วยโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาให้หายขาด เหล่าคนใหญ่คนโตจึงพากันนำของขวัญจำนวนมากมาร่วมแสดงความยินดี
สีหน้าของเซี่ยสิงฉวนนั้นกลับไม่ยินดีสักนิด ความดำมืดแผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาเขต ใบหน้าบึ้งตึงกระดกสุราเข้าปากหวังให้หลงลืมเรื่องราวในวันนี้ให้เสียสิ้น…เขาไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น และไม่ได้อยากแต่งงานไร้สาระนี่
“ยินดีด้วย…ยินดีด้วย”
ยินดีกับผีน่ะสิ!...เขาวางจอกสุราลงดังตึง….ชักสีหน้าไม่พอใจหลายส่วน หลับตาลงพยายามข่มความโกรธ เสียงของคนพวกนี้ช่างน่ารำคาญหูเสียจริง…
ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจมารดา เขาคงได้ปลีกตัวหายไปจากตรงนี้เสียแล้ว….
ท่าทีของเซี่ยสิงฉวนทำให้ผู้คนรอบด้าน หน้าชาวาบ เกรงกลัว เหตุใดเจ้าบ่าวถึงดูไม่ยินดีสักนิด บางคนก็กล่าวว่าแม่ทัพเซี่ยถูกบังคับให้แต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก คนในเมืองฉางเว่ยรู้ดีว่าเขานั้นมีใจให้คุณหนูใหญ่ ‘หานฉีหยี่’ บุตรสาวของใต้เท้าหานหัวหน้าสำนักตรวจการ
เสียงนินทารอบด้านเริ่มขึ้น บ้างก็ส่ายศีรษะสงสารเซี่ยสิงฉวน และหานฉีหยี่ที่ถูกนางมารที่ไหนไม่รู้มาแยกพวกเขาให้ออกจากกัน
ถัดไปอีกไม่ไกล บริเวณห้องหอเจ้าบ่าว เจ้าสาว ด้านหน้าประดับป้ายสีแดงหน้าประตู ‘มงคล’
หญิงสาวในอาภรณ์สีแดงสด มือเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ นั่งมองหน้าประตูใจจดใจจ่อเฝ้ารอว่าที่เจ้าบ่าว ข้างๆ มีสาวใช้คนสนิทคอยปรนนิบัติไม่ห่างกาย คราแล้วคราเล่าช่วงเวลาในยามค่ำคืนแห่งสันติสุขเริ่มลดถอยลง ยังคงไร้วี่แววใบหน้าบุรุษที่นางตบแต่งเข้ามาเป็นภรรยา
“ฮูหยินดึกมากแล้ว…ข้าเกรงว่าคืนนี้ท่านแม่ทัพคงจะไม่มาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นในความเงียบ นี่ก็เลยเวลามานานนับยังไร้การปรากฏตัวของชายผู้นั้น
ดวงหน้าเกลี้ยงเกลา งดงามผุดผาดพยักหน้าเบาๆ ไร้สุ้มเสียงใดๆ ตอบกลับ
เขาคงจะไม่มาแล้วสินะ…
นางถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ทอประกายดวงตาว่างเปล่าไปยังทางด้านนอก ระบายลมหายใจหนักอึ้งหลายส่วน ดูเหมือนว่านางแต่งเข้ามาคราวนี้ คงใช้ชีวิตไม่ได้ง่ายดาย สุขสบายดังเช่นที่จวนของนางนัก เข้ามาวันแรกก็ถูกเซี่ยสิงฉวนเกลียดเข้าให้เสียแล้ว
จ้าวจินอิง บุตรสาวคนเดียวกรมอาลักษณ์ขุนนางเล็กๆ ที่ต้องถูกส่งตัวมาตบแต่งกับเซี่ยสิงฉวนเพราะสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลที่ท่านปู่ทั้งสองได้ทำไว้ ไม่แปลกที่เขาผู้นั้นจะไม่อยากมาเข้าร่วมหอกับสตรีเช่นนาง
นางกำลังจะเข้าไปนอน วันนี้ร่างกายปวดเมื่อยทั้งวันจากการทำพิธีอันยุ่งยากหลายส่วนกว่าจะจบก็เล่นเอาตัวนางระบมเท้าไปหมด นางไม่ทันได้อิงกายกับหมอน ประตูเรือนถูกถีบออกดัง โครม! แทบจะหักลงมา…
จ้าวจินอิงสะดุ้ง…มองไปทางหน้าประตู นางเห็นเงาดำมืดโซซัดโซเซไร้สติของบุรุษแทบกลืนกินไปกับความมืดก้าวเข้ามาใกล้นางเรื่อยๆ ใบหน้านั้นเริ่มปรากฏชัดเจนที่แท้ก็เป็นเขา
ความตกใจไม่ทันหาย ตอนนี้นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นสุราคละคลุ้งตลบอบอวลย้อมกายของเขาจนแทบยกมือปิดจมูก “ท่านเมามากแล้ว…” นางไม่ทันได้ถอนหายใจ หันไปอีกทีก็เห็นเขาเกือบล้มลงหัวไปกระแทกผนังด้วยปฏิกิริยาว่องไว นางรีบคว้าท่อนแขนเขาดึงกลับมาย่อกายลงรับน้ำหนักกอดร่างกายของเขาไว้ทันที ขาเล็กๆ ของนางแทบจะทรุดลงไปกับพื้น นางสูดหายใจรีบขยับปลายเท้าให้มั่นคงประคองร่างกายเขาไว้ “อึก…ข้าหนักนะ”
