ตอนที่ 3 สามีหรือคนเเปลกหน้า
ตอนที่ 3
สามีหรือคนเเปลกหน้า
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้หญิงจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ก้นครัว เกตุแก้วแต่งตัวด้วยลุคที่ดูทะมัดทะแมง วันนี้เธอมีนัดกับดาราสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย แม้ว่าทั้งสองจะแยกย้ายไปทำตามความฝัน มีหน้าที่การงานของตัวเองจนแทบไม่มีเวลามาเจอกัน แต่เกตุแก้วกับกมลาก็ไม่เคยลืมกันเลย ยังคงติดต่อกันเสมอ
“คิดถึงจัง”
แม้ว่าตอนนี้กมลาจะเป็นนักแสดงที่โด่งดัง แต่เธอก็ไม่เคยลืมเพื่อนอย่างเกตุแก้ว มิตรภาพของ ทั้งสองยังคงเหนียวแน่นตัดไม่ขาด
“ฉันก็คิดถึงเธอ”
“ไปอยู่ต่างประเทศนานนึกว่าจะลืมเพื่อนซะแล้ว”
เกตุแก้วสายหน้า จะลืมลงได้อย่างไร เธอกับกมลาฝ่าฟันอะไรด้วยกันมามากมาย มีวีรกรรมหลายเรื่องถ้าขุดขึ้นมาพูดวันเดียวก็คงจะไม่หมด
กมลาเองก็ไม่ต่างจากเธอสักเท่าไหร่ เกิดในครอบครัวข้าราชการที่ตีกรอบให้ลูก ถึงแม้ว่าวันนี้เพื่อนสาวจะประสบความสำเร็จในสายงานบันเทิง แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยภูมิใจ พยายามเกลี่ยกล่อมให้สมัครงานราชการเพื่อความมั่นคงของชีวิตในภายภาคหน้า
“ฉันลืมเธอไม่ลงหรอก”
“พูดอะไรซาบซึ้งหน่อยก็ไม่ได้”
กมลาบ่นอุบ เธอตื่นเต้นแทบแย่เมื่อรู้ว่าจะได้มาเจอเพื่อนอีกครั้งในรอบสามปี แต่เกตุแก้วไม่เห็นดีใจเหมือนที่เธอดีใจเลย
“เธอไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอฉัน”
“พูดอะไรแบบนั้น ฉันดีใจมากเลยนะที่ได้เจอเธอ ฉันมีเรื่องมากมายอยากจะคุยด้วย”
เกตุแก้วชวนกมลามานั่งที่ร้านประจำสมัยเรียน สมัยก่อนร้านนี้ยังเป็นร้านเล็กๆ แต่ปัจจุบันปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้น
“ฉันได้ยินว่าเธอแต่งงานแล้ว ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไป”
“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่งานสำคัญสำหรับฉัน ฉันเลยไม่ได้บอกเธอ”
การ์ดเชิญไม่ถูกส่งไปที่บ้านกมลา เพราะ เกตุแก้วไม่คิดว่ามันเป็นงานมงคลที่น่ายินดี เธออยากให้เพื่อนได้สัมผัสกับบรรยากาศที่อบอวนไปด้วย ความรัก มากกว่าบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึดอัด
“เธอคงจะถูกพ่อแม่บังคับอีกแล้วใช่ไหม”
เกตุแก้วพยักหน้า กมลาจับมือเพื่อนรู้สึกเห็นใจ เพราะเธอเองก็หัวอกเดียวกัน ตอนนี้พ่อกับแม่พยายามแนะนำให้เธอคบหากับรองผู้ว่าหนุ่มคนหนึ่ง แต่เธอได้ยินว่าเขาเจ้าชู้มากจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย
น่าหนักใจตรงที่พ่อกับแม่ไม่สนใจข้อเสียของเขา และอยากให้เธอแต่งงานกับข้าราชการระดับสูงเพื่อความมั่นคงของชีวิต
แต่กมลาคิดว่าทุกวันนี้เงินที่เธอมีอยู่มันก็มากพอที่จะใช้จ่ายไปได้จนวันตาย ทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่ภูมิใจในความสำเร็จของเธอบ้าง
“ทำหน้าแบบนี้อย่าบอกนะว่าพ่อกับแม่เธอบังคับให้เธอแต่งงาน”
กมลาพยักหน้า สองสาวมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน จึงเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี
เกตุแก้วกลับมาที่บ้าน เห็นรถปณตจอดอยู่ก็ขับเลี่ยงไปอีกทางเพื่อไปยังโรงรถ หญิงสาวกำลังจะเดินเข้าบ้านแต่สายตาของเธอก็ดันเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถของสามี
เกตุแก้วไม่ได้สนใจ เพราะเธอรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของปณตเป็นอย่างดี จึงไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่ต้องพบเจอสถานการณ์แบบนี้
หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้าน สวนทางกับชายหนุ่มที่เดินลงมาจากชั้นบน เธอไม่ได้สนใจเขา เขาเองก็ไม่ได้สนใจเธอเช่นกัน ในสายตาของชายหนุ่มหญิงสาวก็เปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ลอยไปลอยมาอยู่ในบ้าน ในความคิดของหญิงสาเกตุแก้ว ชายหนุ่มก็ไม่ได้ต่างกัน
เกตุแก้วมีเรื่องให้คิดมากมาย มากกว่าที่จะมานั่งสนใจเรื่องของสามีในนาม เธอต้องรีบออก ผลิตภัณฑ์ใหม่เพราะสัปดาห์หน้าจะมีนักแสดงจากอเมริกาเดินทางมาที่นี่ และแบรนด์ของเธอได้รับเลือกให้ซัพพอร์ตนักแสดงดังคนนั้น
เกตุแก้วตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ปกติเธอดูภาพยนตร์ของอีกฝ่ายผ่านหน้าจอ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันจริงๆ
หญิงสาวอดหลับอดนอนออกแบบเสื้อผ้าสำหรับนักแสดงสาวโดยเฉพาะ เธอต้องการให้อีกฝ่ายประทับใจจึงระดมสมองเพื่อกลั่นความคิดที่สร้างสรรค์
เที่ยงคืน เกตุแก้วได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา เธอรู้ว่าปณตกลับมาเเล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจ หญิงสาวเก็บงานทั้งหมดใส่แฟ้ม เตรียมตัวอาบน้ำเข้านอนเหมือนทุกๆวัน
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง เขาถอดเสื้อออกอย่างช้าๆโดยไม่ได้สนสายตาหญิงสาว
เกตุแก้วรีบหันหลัง ไม่คาดคิดว่าปณตจะกล้าแก้ผ้าต่อหน้าเธอแบบนี้ แต่เข้าใจได้เขาอาจจะเมาเลยทำไปโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวไม่ถือสา ล้มตัวลงนอนก่อนหันหลังให้ชายหนุ่มเหมือนทุกๆคืน เธอพยายามข่มตานอนแต่ก็นอนไม่หลับเพราะปณตเอาแต่คุยโทรศัพท์ทั้งคืนจนทำให้เช้านี้หญิงสาวตื่นมาด้วยท่าทางงัวเงียไม่สดใส เธอนอนไม่เต็มอิ่ม ทำให้วันนี้อารมณ์ค่อนข้างขุ่นมัว
เกตุแก้วขับรถมาถึงร้าน เธอรีบแวะร้านกาแฟใกล้ๆหาอะไรเพื่อให้ตัวเองสร่างจากความง่วง เธออู้งานไม่ได้เพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว เธอจะต้องออกแบบเสื้อผ้าไม่ต่ำกว่า 5 ชุดเพื่อนักแสดงหญิง เพราะฉะนั้นเธอจะต้องใช้เวลาเพื่อตีโจทย์ที่ทางทีมงานมอบให้
แต่สมองของเธอไม่แล่นเอาเสียเลย อาจเป็นเพราะว่านอนน้อยทำให้วันนี้เธอรู้สึกตื้อๆ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณแก้ว”
“พอดีเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ”
หญิงสาวรู้สึกปวดหัว เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอและดื่มกาแฟตั้งแต่เช้าทั้งที่ยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง พอถึงเวลาทำงานเธอก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“คุณแก้วพักผ่อนก่อนดีกว่านะคะ ถ้าได้นอนเต็มอิ่มรับรองว่าสมองแล่นแน่ๆเลยค่ะ”
“เอางั้นเหรอ”
ถึงจะเป็นนายจ้างแต่เธอก็รู้สึกเกรงใจและเป็นห่วงงาน ที่ผ่านมาเธอไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง มอบหมายหน้าที่ให้เหมาะสมกับค่าจ้าง หากมีงานพิเศษที่ต้องทำกระทันหันเธอก็จะจ่ายค่าจ้างแยก ไม่เคยใช้งานฟรี
“ถ้าอย่างนั้นฉันฝากร้านด้วยก็แล้วกัน แล้วงานด่วนที่ลูกค้านำมาให้ทำ ฉันฝากเธอจัดการด้วย เดี๋ยวฉันจะให้เธอเป็นพิเศษ”
ตอนนี้หนังตาเธอจะปิดอยู่แล้ว เกตุแก้วเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว ล้มตัวนอนลงบนเตียงเล็กๆที่มีไว้สำหรับพักผ่อน เพียงไม่นานเธอก็ผล็อยหลับไป
