บทย่อ
การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองไม่ราบรื่นตั้งแต่แรกเริ่ม แก้วเกตุทนไม่ได้กับการที่สามีของเธอเป็นที่หมายปองของผู้หญิงมากมาย เธอเป็นเมียที่ไม่เคยสืบหาความจริงหรือเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขา เธอเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเองและในที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอหย่าพร้อมกับหอบลูกในท้องหนีไปจากชีวิตของเขานานถึงแปดปี
ตอนที่ 1 แต่งงานกับคนไม่มีใจ
ตอนที่ 1
แต่งงานกับคนไม่มีใจ
งานแต่งงานระหว่างลูกสาวของนักการเมือง ชื่อดังและลูกชายเพียงคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ กลายเป็นที่สนใจของประชาชนและสำนักข่าว
ทุกความเคลื่อนไหวของกรรชัยมักจะเป็นจุดสนใจอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครัฐบาล
ส่วนอีกฝ่ายเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปีนี้ เนื่องจากธุรกิจของเขาเป็นที่สนใจของ คนหมู่มากและเข้าถึงรากหญ้า ทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจที่ถูกสรรเสริญว่าเป็นนักบุญ
แม้เบื้องหลังจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ผู้คนไม่ได้สนใจ ตราบใดที่ได้ประโยชน์พวกเขาก็พร้อมที่จะสรรเสริญ
“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเห็นลูกของเรามายืนเคียงข้างกัน”
กรรชัยเอ่ยขึ้น ความจริงเขาก็ไม่ได้ชอบว่าที่ลูกเขยคนนี้สักเท่าไหร่ ได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นคนเจ้าชู้มีข่าวกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาแทบทุกวงการ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้ลูกสาวหลงรักปักฐานกับผู้ชายใจโลเลแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ผลประโยชน์มันหอมหวาน แม้แต่คนเป็นพ่อก็ยอมละทิ้งความรู้สึกของลูกเพื่อที่จะคว้าเอาเงินทองของมีค่า
“ต้องขอบคุณท่านนะครับ ที่ให้เกียรติครอบครัวเรามากขนาดนี้”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับคุณประสิทธิ์ เราสองคนต่างรู้ดีว่างานแต่งงานนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่มีใครเป็นหนี้บุญคุณใคร ต่างฝ่ายต่างก็เอื้อผลประโยชน์ให้กันและกัน”
กรรชัยเป็นคนพูดตรงๆ แต่การที่เขาพูดอะไรอย่างตรงไปตรงมาก็ทำให้ประสิทธิ์รู้สึกพึงพอใจ เพราะเจรจาง่าย อยากได้อะไรก็สามารถบอกกรรชัยได้ตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อมไปมา
“ใกล้ถึงเวลางานเริ่มแล้วรีบเข้าไปข้างในเถอะค่ะ”
เรวดีออกมาตามสามี อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องเข้าร่วมพิธีแต่งงานแล้ว แต่สามีของเธอยังมัวแต่ยืนคุยอยู่กับประสิทธิ์ เธอจึงได้รีบออกมาตาม
“ได้เวลาที่จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว รีบเข้าไปดีกว่า”
พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะดูมึนตึงต่อกันแต่คนในงานก็ไม่ได้สนใจ เพราะงานในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มองไปทางไหนก็มีแต่อาหารระดับมิชลิน 5 ดาววางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ผู้คนแทบไม่สนใจเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยซ้ำ พวกเขาใส่ซองมาจึงคิดแต่จะกินให้คุ้ม เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ขาดทุน
เกตุแก้วกวาดตามองไปรอบๆ เธอไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ผู้คนที่มาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อแสดงความยินดีกับเธออย่างจริงใจ แต่เป็นพวกกระหายผลประโยชน์ทั้งนั้น
งานพิธียังคงดำเนินต่อไป ปณตสวมแหวนให้เจ้าสาวลวกๆ แต่เกตุแก้วก็ไม่ได้ทำพฤติกรรมเดียวกับเขา เธอยังคงไว้หน้าพ่อแม่อยู่บ้าง ไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจกับการแต่งงานในครั้งนี้
“เอาล่ะครับ ได้เวลาสำคัญแล้ว ทุกคนคงอยากจะรู้ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีประวัติความเป็นมาอย่างไรรู้จักกันได้อย่างไร แล้วเริ่มรักกันตั้งแต่ตอนไหน เอาเป็นว่าเราไปชมคลิปแนะนำเรื่องราวกันเลยดีกว่าครับ”
หลังจากที่พิธีกรกล่าวจบ บนหน้าจอโปรเจคเตอร์ก็ปรากฏให้เห็นภาพถ่ายหลายภาพที่เลื่อนสลับกันไปมา ซึ่งเป็นภาพถ่ายของเจ้าสาวกับเจ้าบ่าว แม้ว่าจะเป็นภาพพรีเวดดิ้ง แต่รอยยิ้มของเกตุแก้วและปณตก็แข็งกระด้างไม่มีกลิ่นอายของความหวานแม้เเต่นิดเดียว
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจมากที่สุด หลายๆคนกำลังซาบซึ้งกับความรักจอมปลอมของเธอกับชายหนุ่ม สิ่งที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอเป็นเรื่องราวที่ถูกแต่งเติมขึ้นมา ไม่มีความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอกับเขาเพิ่งมีโอกาสได้เจอหน้ากันเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนที่ถูกบังคับให้ไปถ่ายรูปแต่งงานอย่างไม่เต็มใจ
“ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับเรื่องราวที่แสนหวาน ผมคิดว่าแขกผู้มีเกียรติทุกคนคงอยากจะรู้เรื่องราวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากกว่านี้ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตสัมภาษณ์เลยก็แล้วกันนะครับ”
พิธีกรสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอึดอัดของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่เพราะเขาผ่านงานมามากมายและเป็นมืออาชีพมากพอ จึงพยายามมองข้ามบรรยากาศที่น่าอึดอัด
“เจ้าสาวจำได้ไหมครับว่าเจอกับเจ้าบ่าวครั้งแรกที่ไหน”
หญิงสาวนิ่งก่อนตัดสินใจส่ายหน้า ก็เธอไม่รู้จะให้ตอบว่าอะไรล่ะ
“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรครับคงจะคบหากันมานานหลายปีก็มีหลงๆลืมๆไปบ้าง”
พิธีกรชายแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เขาหันไปถามเจ้าบ่าวแทน
“แล้วเจ้าบ่าวจำได้ไหมครับว่าเจอเจ้าสาว ครั้งแรกที่ไหน”
“สนามหญ้า”
ปณตตอบสั้นๆ ครั้งแรกที่เขาเจอเธอเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในวันนั้นเขาถูกพ่อหลอกให้ไปถ่าย พรีเวดดิ้งกับหญิงสาว เขาต้องยกเลิกนัดกับพริตตี้คนสวย เพื่อไปทำเรื่องไร้สาระตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ
“น่าอิจฉาเจ้าสาวจริงๆนะครับ มีเจ้าบ่าวที่ใส่ใจขนาดนี้”
พิธีกรไม่ปล่อยให้ความเงียบทำลายบรรยากาศ เขารีบยิงคำถามต่อทันที
“แล้วเจ้าสาวจำได้ไหมครับว่าคบกันมากี่ปีแล้ว”
หญิงสาวยังคงส่ายหน้าเหมือนเดิม ซึ่งนั่นทำให้แขกเหรื่อรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่พิธีกรชายก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดี เขาสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือเจ้าบ่าวเจ้าสาว และให้งานในวันนี้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น
“ถ้าอย่างนั้นขอสลับมาถามเจ้าบ่าวบ้างนะครับ เจ้าบ่าวจำได้ไหมครับว่าคบกันมากี่ปีแล้ว”
“สิบมั้ง”
ชายหนุ่มตอบส่งๆ ถึงมันจะเป็นคำโกหกแต่เขาอยากให้ทุกอย่างจบลงเร็วๆจะได้รีบไปพักผ่อนเสียที ปณตแสดงท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากเกตุแก้วที่นิ่งสงบกว่า
“เอาเป็นว่าเราเข้าสู่ช่วงตัดเค้กเลยดีกว่า นะครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตัดเค้กเรียบร้อยจะได้ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ ดีไหมครับทุกคน”
ไม่ใช่แค่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเท่านั้นที่อยากให้งานจบเร็วๆ แม้แต่พิธีกรชายก็อยากออกไปจากที่นี่ใจจะขาด เขาไม่เคยอึดอัดมากขนาดนี้มาก่อน เจ้าบ่าวเจ้าสาวแทบไม่ให้ความร่วมมือกับคำถามของเขา โชคดีแค่ไหนที่เขาพบเจอสถานการณ์มาหลากหลายรูปแบบ ไม่อย่างนั้นเขาคงจะรับมือไม่ได้
ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะถูกส่งตัวไปยังเรือนหอ แขกเหรื่อละความสนใจจากคนสำคัญของงานและดื่มด่ำกับอาหารราคาเเพง

