บทที่ 9 เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
ค่ำคืนวันศุกร์ ณ เลานจ์สุดหรูบนชั้นรูฟท็อปของโรงแรมห้าดาว บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีบีตหนักๆ แสงไฟวิบวับ และกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพง
วันนี้เป็นงานปาร์ตี้วันเกิดครบรอบสามสิบสามปีของท็อป แก๊งเพื่อนสนิทที่นนท์ยกย่องนักหนาว่าเป็นเพื่อนตาย
ที่โซนวีไอพีมุมสุดของร้าน นนท์กำลังกระดกวิสกี้เข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ ตั้งแต่วันที่โดนแพรวาตอกหน้าหงายกลางลานจอดรถคอนโด เขาก็แทบเป็นบ้า
โทรหาแพรวาก็ไม่ติด ไปหาที่บริษัทก็โดน รปภ. เชิญตัวออก แถมเมื่อเช้า เขายังได้รับหมายศาลฟ้องหย่าส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านจริงๆ
“มึงเป็นเหี้ยอะไรวะไอ้นนท์ หน้าบูดเป็นตูดหมาตั้งแต่งานเริ่มละ” ท็อปเจ้าของวันเกิดในชุดสูทสีแดงเบอร์กันดีเอ่ยถามพลางโอบเอวเด็กเลานจ์ข้างกาย
“ก็เมียกูน่ะสิ แม่ง ตั้งแต่หนีออกจากบ้านไปก็ทำตัวกร่างฉิบหาย วันนี้กูได้หมายศาลฟ้องหย่าด้วย แม่งกะจะเอาให้กูหมดตัวเลย” นนท์สบถอย่างหัวเสีย
แมนกับบาสที่นั่งอยู่ตรงข้ามหัวเราะร่วน
“โธ่ไอ้นนท์ มึงกลัวอะไรวะ ผู้หญิงก็แค่อยากเรียกร้องความสนใจไปงั้นแหละ ปล่อยมันบ้าไปสักพัก เดี๋ยวเงินหมดมันก็ซมซานกลับมาหามึงเอง เมียมึงก็แค่พนักงานบริษัทตัวเล็กๆ เงินเดือนก็น้อยนิด และขายของออนไลน์จะได้เงินสักกี่บาทเชียว”
“พวกมึงไม่รู้อะไร...” นนท์กัดฟันกรอด ภาพแพรวาในชุดเดรสแหวกหลังที่ยืนคู่กับไอ้เด็กเขตต์ยังคงตามหลอกหลอนเขา
“ตอนนี้แม่งเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สวยขึ้น เอ็กซ์ขึ้น แถมยังมีไอ้เด็กหน้าจืดที่ออฟฟิศมาตามจีบอีก กูยอมไม่ได้หรอกโว้ย อีนั่นมันเมียกู กูไม่ยอมปล่อยให้มันไปเสวยสุขกับหมาตัวไหนแน่”
ในขณะที่แก๊งเพื่อนผู้ชายกำลังจับกลุ่มนินทาและหัวเราะเยาะอย่างสนุกปาก เสียงฮือฮาจากโต๊ะข้างๆ ก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมองที่บันไดทางเข้าเลานจ์
ร่างบางระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีเพชรแวววาวกำลังก้าวเดินเข้ามา เดรสตัวนั้นแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนทุกตารางนิ้ว
รอยผ่าด้านข้างของกระโปรงสูงขึ้นมาจนถึงต้นขาขาวเนียน เผยให้เห็นเรียวขาเรียวยาวที่ก้าวเดินบนรองเท้าส้นเข็มสีเงินอย่างมั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มบางๆ ที่ดูทั้งเซ็กซี่และอันตรายในเวลาเดียวกัน
เสียงเพลงในเลานจ์แทบจะถูกกลืนหายไปกับสายตาหื่นกระหายของชายหนุ่มนับสิบคนที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว
“เชี่ย! นางฟ้าลงมาเดินดินชัดๆ ใครวะนั่นโคตรเด็ด” ท็อปถึงกับเผลอปล่อยมือจากเอวเด็กเลานจ์ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึง
“สเปกกูเลยว่ะ หุ่นแม่งโคตรสับ เอวเป็นเอว นมเป็นนม” แมนกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
นนท์หันไปมองตามสายตาเพื่อน ก่อนที่แก้ววิสกี้ในมือจะร่วงหล่นลงกระแทกโต๊ะจนน้ำแข็งกระเด็น
“แพรวา...”
นนท์ครางชื่อนั้นออกมาเสียงแผ่ว ใบหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุหลอด เลือดในกายเดือดพล่านเมื่อเห็นสายตาโลมเลียของเพื่อนตัวเองและผู้ชายทั้งร้านที่จับจ้องไปที่เมียตัวเอง
แพรวาเดินกรีดกรายตรงมาที่โต๊ะวีไอพีของพวกเขา หญิงสาวหยุดยืนตรงหน้าท็อป ยื่นถุงกระดาษแบรนด์เนมสุดหรูที่บรรจุไวน์ราคาเหยียบแสนให้เจ้าของวันเกิด
“สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่ท็อป แพรขอให้พี่มีความสุขมากๆ รวยๆ แล้วก็เลิกสับขาหลอกให้คนอื่นสักทีนะคะ เดี๋ยวเวรกรรมจะตามสนองเอา”
แพรวายิ้มหวานหยดย้อย คำพูดที่เปล่งออกมาทำเอาท็อปหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
“แพรจริงๆ เหรอเนี่ย! สวยขึ้นจนพี่จำแทบไม่ได้เลย นั่งก่อนสิครับแพร ดื่มอะไรดี?” ท็อปรีบปรับสีหน้า กุลีกุจอเลื่อนเก้าอี้ให้แพรวานั่งข้างๆ ตัวเองแทนที่จะเป็นข้างนนท์
แพรวานั่งลงอย่างสง่างาม หญิงสาวไขว่ห้างช้าๆ รอยผ่าของกระโปรงเปิดอ้าออกจนเห็นต้นขาขาวเตะตา แมนกับบาสถึงกับชะโงกหน้ามองจนคอแทบเคล็ด
“แต่งตัวบ้าอะไรของเธอแพร! แล้วใครเชิญเธอมาที่นี่ฮะ!”
นนท์ทนไม่ไหว ตวาดลั่นพร้อมกับถอดเสื้อสูทของตัวเองออก หมายจะเอาไปคลุมท่อนขาที่เปิดเปลือยของภรรยา
แพรวาปัดมือของนนท์ออกอย่างแรง สายตาเย็นเยียบตวัดมองอดีตสามี
“แพรเจอพี่ท็อประหว่างทางตอนไปทำงาน พี่ท็อปเลยชวนแพรมาร่วมงานด้วย แพรก็แค่มาตามมารยาท แล้วก็กรุณาเก็บเสื้อเหม็นๆ ของคุณออกไปไกลๆ ด้วยค่ะ แพรร้อน”
“นี่เธอ!” นนท์ชี้หน้า จะอ้าปากด่า แต่ท็อปรีบแทรกขึ้นมาทันที
“เอาน่าไอ้นนท์ มึงจะโวยวายทำไมวะ แพรเขาแต่งตัวสวยๆ มางานวันเกิดกู มึงก็ให้เกียรติแพรเขาหน่อยดิวะ”
ท็อปออกโรงปกป้องแพรวาเต็มที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้หญิงสาว
“สวยระดับนี้ ต้องให้คนมองเยอะๆ สิครับถึงจะคุ้มค่าชุด จริงไหมครับแพร?”
“ขอบคุณค่ะพี่ท็อปที่เข้าใจ ดีจังเลยนะคะที่พี่ท็อปเข้าใจโลก ไม่เหมือนบางคนที่หัวโบราณ ทำตัวเป็นหมาหวงก้าง ทั้งที่ตัวเองก็มั่วไม่เลือก” แพรวาจงใจเหน็บแนมนนท์ให้ได้อายกลางโต๊ะ
นนท์โกรธจนตัวสั่น แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเพื่อนในกลุ่มกลับทำเป็นหูทวนลม ไม่มีใครเข้าข้างเขาสักคน ซ้ำยังเอาแต่จ้องหน้าอกและเรียวขาของแพรวาอย่างโจ่งแจ้ง
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงแพรวานั่งจิบแชมเปญอย่างใจเย็น พูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนของสามีด้วยท่าทีเซ็กซี่แพรวพราว เธอรู้ดีว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ แต่ไฟพวกนี้มันกระจอกเกินกว่าจะลวกมือเธอได้
จังหวะที่นนท์ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ และแอบไปรับสายอีหนูที่โทรมาตาม ท็อปก็ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้แพรวาจนแทบจะเกยกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายฉุนจมูกลอยมาแตะจมูกจนแพรวาแอบเบ้หน้า แต่เธอก็ยังปั้นยิ้มสู้
“ช่วงนี้ แพรกับไอ้นนท์คงมีปัญหากันหนักเลยใช่ไหมครับ?” ท็อปกระซิบถามเสียงอ่อนโยน สายตาไล่มองร่องอกอวบอิ่มอย่างไม่ปิดบัง
“ก็ ถึงขั้นฟ้องหย่าแล้วน่ะค่ะ แพรตาสว่างแล้วว่าใครเป็นคนยังไง” แพรวาแสร้งทำน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย แต่แววตากลับท้าทาย
“ไอ้นนท์มันตาถั่วจริงๆ ครับที่ทิ้งเพชรเม็ดงามอย่างแพรไป ถ้าแพรเลิกกับมันแล้ว แพรคงจะเหงาแย่” ท็อปยื่นมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของแพรวา นิ้วโป้งกรีดไล้ไปมาอย่างจาบจ้วง
“ถ้าไม่รังเกียจ ทักหาผมได้เสมอนะครับ ผมพร้อมจะดามใจให้แพรทุกเมื่อ นี่นามบัตรส่วนตัวของผมครับ แอดไลน์เบอร์นี้ได้เลย”
ท็อปยัดนามบัตรสีดำขลิบทองใส่มือแพรวา
ไม่ทันที่แพรวาจะตอบรับ แมนที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็ขยับเข้ามาแทรก
“ไอ้ท็อป มึงอย่ามาเนียน นามบัตรมึงแพรเขาไม่อยากได้หรอก แพรครับ แอดไลน์พี่ดีกว่า ไอ้นนท์มันชอบหนีเที่ยว แต่พี่น่ะชอบขลุกอยู่แต่บน ‘เตียง’ นะครับ รับรองว่าแพรจะไม่มีวันเหงาแน่นอน”
แพรวามองหน้าชายหนุ่มทั้งสองคนที่แย่งกันเสนอตัวเป็นชู้กับเมียเพื่อนอย่างหน้าไม่อาย หญิงสาวแค่นหัวเราะในใจอย่างสมเพช
นี่สินะ สันดานที่แท้จริงของแก๊งเพื่อนร่วมสาบานที่นนท์รักนักหนา ศีลเสมอกันทั้งกลุ่ม เลวทราม หักหลังกันเองหน้าตาเฉยเพียงเพราะความตัณหา
แพรวารับนามบัตรของทั้งคู่มาถือไว้ คลี่ยิ้มบางๆ ที่ทำให้ผู้ชายทั้งสองคนแทบคลั่ง
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะ ถ้าว่างแพรจะลองทักไปคุยด้วยก็แล้วกันค่ะ”
แพรวาเก็บนามบัตรลงในกระเป๋าอย่างแนบเนียน นี่แหละคือหลักฐานชั้นดีที่เธอจะเอาไว้ตอกหน้านนท์ให้รู้ซึ้งว่าเพื่อนที่มันรักนักหนา แท้จริงแล้วก็แค่ฝูงหมาจิ้งจอกที่รอตะครุบเมียมันอยู่
วิ้ง~
หน้าจอโทรศัพท์ของแพรวาสว่างวาบขึ้น ข้อความไลน์จากใครบางคนเด้งขึ้นมา หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูแล้วรอยยิ้มจริงใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เขตต์ : ‘ผมมารอรับพี่ที่หน้าคลับแล้วนะครับ ถ้ารู้สึกอึดอัดก็ออกมาได้เลยนะ ผมจอดรถรออยู่ตรงทางเข้าเลย’
ข้อความสั้นๆ ทำเอาหัวใจของแพรวาอุ่นวาบ เขตต์รู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่อปั่นประสาทสามีกับแก๊งเพื่อน และเขาก็ขออาสามาเป็นสารถีรับส่งเพื่อความปลอดภัยของเธอโดยไม่ก้าวก่าย
“แพรคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะพี่ท็อป พอดีคนพิเศษของแพรมารอรับแล้วค่ะ” แพรวาลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าเตรียมตัวกลับ
“รีบกลับจังเลยครับแพร อยู่ต่ออีกนิดไม่ได้เหรอ” ท็อปทำหน้าราบเรียบ
จังหวะนั้นเอง นนท์เดินกลับมาจากห้องน้ำ ทันทีที่เห็นแพรวากำลังจะเดินออกไป เขาก็รีบปรี่เข้ามาขวางหน้า
“จะไปไหนแพร! งานพึ่งเริ่มเองนะ เดี๋ยวเธอกลับพร้อมพี่นี่แหละ”
“อย่ามายุ่งกับแพรค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว และคนพิเศษของแพรก็มารอรับแล้วด้วย ขืนแพรมัวแต่ไปเสียเวลากับ ‘ขยะ’ เดี๋ยวเขาจะรอนาน” แพรวาเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยเสียงที่ดังพอจะให้โต๊ะรอบข้างได้ยิน
“แพรวา!” นนท์ตะเบ็งเสียง โกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ยังไม่ทันจะได้คว้าตัวภรรยาแพรวาก็สะบัดหน้าเดินกรีดกรายฝ่าฝูงชนออกไปจากเลานจ์อย่างสง่างาม ทิ้งให้นนท์ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของคนทั้งงาน
“มึงปล่อยแพรไปได้ไงวะไอ้นนท์ ควายจริงๆ หย่ากันเมื่อไหร่มึงคอยดูนะ กูจะจีบแพรมาทำเมียให้ดู” แมนพึมพำกับตัวเอง แต่ดังพอที่นนท์จะได้ยิน
นนท์หันขวับไปมองหน้าเพื่อนรักทั้งสองคน แววตาเต็มไปด้วยความสับสน โกรธแค้น และความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า
เขาไม่ได้สูญเสียแค่ภรรยาที่แสนดี แต่เขากำลังจะถูกเพื่อนรักหักหลัง และถูกเหยียบย่ำจนจมดินด้วยฝีมือของผู้หญิงที่เขาเคยมองว่าเป็นแค่ของตาย
