บทที่ 5 จุดแตกหักในใจ
ค่ำคืนวันศุกร์สิ้นเดือน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาบางๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร การจราจรบนท้องถนนติดขัดอย่างหนัก
ทว่าภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองซึ่งแพรวาพึ่งเช่าไว้เป็น ‘เซฟโซน’ และออฟฟิศขนาดย่อมสำหรับแพ็กของ กลับเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ จากก้านไม้หอมระเหย
ใช่แล้ว แพรวาเริ่มขยับขยายพื้นที่ของตัวเอง เธอใช้เงินปันผลก้อนใหญ่จากยอดขายแบรนด์ที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด มาเช่าคอนโดแห่งนี้ไว้โดยที่นนท์ไม่เคยระแคะระคาย
หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเข้ารูป นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวโปรด มือเรียวถือไอแพดกวาดสายตาอ่านรายงานยอดขายประจำสัปดาห์ด้วยความพึงพอใจ ตัวเลขเจ็ดหลักในบัญชีทำให้แพรวายิ้มมุมปาก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะ แพรวาละสายตาจากหน้าจอไอแพด หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ข้อความที่ส่งมาจาก ‘ก้องเกียรติ’ นักสืบเอกชนมือฉมัง ทำให้แววตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
ก้องเกียรติ : [ส่งโลเคชัน The VVIP Exclusive Club ทองหล่อ]
ก้องเกียรติ : ‘เป้าหมายอยู่ที่นี่ครับคุณแพร วันนี้ดูเหมือนจะฉลองใหญ่ มีเพื่อนในกลุ่มมาด้วยสองคน (แมนกับบาส) แล้วก็เรียกเด็กนั่งดริ้งก์ระดับตัวท็อปมาประกบถึงสามคนเลยครับ ท่าทางคืนนี้จะยาว’
แพรวาจ้องมองข้อความนั้นนิ่งๆ ก่อนหน้านี้เพียงสองชั่วโมง นนท์พึ่งจะโทรศัพท์มาบอกเธอด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและเหนื่อยล้าว่า
‘วันนี้พี่มีเลี้ยงรับรองลูกค้าต่างชาติที่โรงแรมแถวสุวรรณภูมินะ คงต้องอยู่เอนเตอร์เทนจนดึก แพรนอนไปก่อนเลย ไม่ต้องรอนะคนดี พี่รักแพรนะ’
รักงั้นเหรอ? คำว่ารักจากปากผู้ชายคนนี้ มันก็แค่สคริปต์ราคาถูกที่เอาไว้หลอกคนโง่เท่านั้นแหละ
แพรวาคว้ากุญแจรถสปอร์ตเปิดประทุนคันใหม่เอี่ยมที่เธอพึ่งถอยมาด้วยเงินสดเมื่อสองวันก่อน แน่นอนว่านนท์ยังไม่เห็นรถคันนี้ เพราะเธอจอดมันไว้ที่คอนโด
หญิงสาวสวมแว่นกันแดดสีดำแบรนด์เนมและหมวกปีกกว้างเพื่ออำพรางใบหน้า ก่อนจะขับรถพุ่งทะยานออกสู่ท้องถนนยามราตรี
รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดซุ่มอยู่ในมุมมืดฝั่งตรงข้ามกับ ‘The VVIP Exclusive Club’
แพรวาดับเครื่องยนต์ เลื่อนกระจกลงเล็กน้อยเพื่อรับลมเย็นๆ และจับจ้องไปยังประตูทางเข้าของคลับหรูระดับไฮเอนด์
เวลาล่วงเลยไปจนถึงตีสองครึ่ง...
ประตูบานใหญ่ของคลับเปิดออก พร้อมกับร่างสูงของนนท์ที่เดินเซไปเซมาออกมาด้านหน้า
เขาไม่ได้เดินออกมาคนเดียว แต่มีหญิงสาวหุ่นสะบึมในชุดเดรสรัดรูปสั้นกุดถึงสองคนขนาบข้าง
คนหนึ่งคือ ‘น้องเชอรี่’ เจ้าเก่าที่แพรวาจำหน้าได้แม่นจากรูปที่นักสืบเคยส่งมาให้
ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มที่กำลังใช้หน้าอกอวบอิ่มเบียดเสียดสีท่อนแขนของนนท์อย่างจงใจ
นนท์หัวเราะร่วน ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือหนาข้างหนึ่งโอบเอวคอดของเชอรี่ ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงสะเปะสะปะไปตามสะโพกของผู้หญิงอีกคนอย่างไม่อายฟ้าดิน
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ชัดเจนยิ่งกว่าภาพระดับ 4K ในจอทีวีเสียอีก
แพรวานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นกันแดดสีดำจดจ้องภาพความมักง่ายของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘สามี’ อย่างไม่คลาดสายตา
ถ้าเป็นแพรวาคนเก่า ป่านนี้คงเปิดประตูรถพุ่งเข้าไปกรีดร้อง อาละวาด ตบตีแย่งชิง ร้องไห้ฟูมฟายจนเครื่องสำอางเลอะเทอะ และคงถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยของคลับลากตัวออกมาอย่างน่าสมเพช
แต่แพรวาคนนี้ ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
หญิงสาวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดบันทึกวิดีโอ ซูมภาพให้เห็นใบหน้าของนนท์และผู้หญิงทั้งสองคนอย่างชัดเจน
รวมถึงป้ายทะเบียนรถยุโรปคันหรูของนนท์ที่พนักงานรับรถพึ่งขับมาจอดเทียบ
“อื้อออ พี่นนท์ขา คืนนี้เราไปต่อที่ไหนกันดีคะ ไปคอนโดน้องเชอรี่ หรือว่าจะเปิดห้องสวีตดีคะ” เสียงแหลมปรี๊ดของเชอรี่ดังแว่วเข้ามาให้ได้ยิน
“ไปเปิดห้องสวีตเลยจ้ะเด็กๆ คืนนี้ป๋าเหมาสอง จะเอาให้เดินไม่เป็นกันไปข้างนึงเลย ฮ่าๆๆ”
นนท์พูดด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย ก่อนจะก้มลงหอมซอกคอของหญิงสาวทั้งสองคนสลับกันไปมา แล้วดันพวกเธอเข้าไปในเบาะหลังของรถ โดยที่ตัวเขาก้าวตามเข้าไปติดๆ
ปล่อยให้เพื่อนในแก๊งอย่างแมนและบาสที่เดินตามออกมาทีหลัง หัวเราะชอบใจและแยกย้ายกันไปขึ้นรถของตัวเอง
ภาพรถยุโรปของสามีที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปจากหน้าคลับ เป็นเหมือนคมมีดที่ตัดเส้นใยบางๆ เส้นสุดท้ายที่แพรวาเคยมีให้เขาจนขาดสะบั้น
ความทรงจำตลอดห้าปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมาในหัว ภาพที่เธอตื่นตีห้ามาทำกับข้าว ภาพที่เธอนั่งรอเขาจนหลับคาโซฟา ภาพที่เธอยอมทิ้งโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเพียงเพราะเขาบอกว่า ‘อยากให้เธอมีเวลาดูแลบ้านให้พี่’
ทั้งหมดนี้ เธอทำไปเพื่ออะไร? เพื่อแลกกับความซื่อสัตย์จอมปลอมของผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องระบายความใคร่ และมองเมียที่บ้านเป็นแค่ ‘ศาลพระภูมิ’ ที่มีไว้กราบไหว้สร้างภาพความดูดีให้ตัวเองงั้นหรือ?
“น่าขยะแขยง...” แพรวาพึมพำออกมาเบาๆ เสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาด
ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความผูกพันเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจที่ตีตื้นขึ้นมาจนแทบอยากจะอาเจียน
ผู้ชายคนนี้สกปรกเกินกว่าที่เธอจะยอมใช้นามสกุลร่วมด้วย สกปรกเกินกว่าที่เธอจะยอมให้มาสัมผัสร่างกายของเธออีก
หญิงสาวกดบันทึกวิดีโอและส่งไฟล์ทั้งหมดเข้าคลาวด์ส่วนตัวทันที ก่อนจะต่อสายตรงหาใครบางคนแม้ว่าตอนนี้จะดึกมากแล้วก็ตาม
“ฮัลโหล พี่วิทย์ ขอโทษที่โทรมากวนตอนดึกนะคะ” แพรวาเอ่ยทักทายทนายความส่วนตัวของเธอด้วยน้ำเสียงมั่นคง
(ไม่เป็นไรครับคุณแพร มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ?) ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นตัว
“แพรมีหลักฐานชิ้นโบแดงส่งไปให้ในอีเมลแล้วนะคะ ทั้งภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ สลิปโอนเงิน แล้วก็ไทม์ไลน์ทั้งหมด แพรต้องการให้พี่วิทย์ร่างหนังสือฟ้องหย่า และฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเด็กที่มันเลี้ยงไว้ทุกคนที่มันเคยโอนเงินให้ เอาให้หนักที่สุด เอาให้มันหมดตัวและไม่มีที่ยืนในสังคมเลยนะคะ”
(ได้ครับคุณแพร หลักฐานแน่นขนาดนี้ ชนะใสๆ แน่นอนครับ แล้วคุณแพรจะให้ผมส่งเอกสารไปให้ทางนั้นเมื่อไหร่ดีครับ?)
แพรวากดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและทรงอำนาจ
“ยังค่ะพี่วิทย์ อย่าพึ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น ตอนนี้แพรกำลังสนุกกับการดูพวกมันเล่นละครปาหี่อยู่ ให้พวกมันเสวยสุขกันไปก่อน พอถึงเวลา แพรจะเอาซองเอกสารฟ้องหย่าไปตบหน้ามันด้วยตัวเอง ถึงวันนั้น แพรจะเหยียบมันให้จมดินจนเงยหน้าไม่ขึ้นเลยคอยดู”
เมื่อวางสายจากทนายความ แพรวาก็เหยียบคันเร่งรถสปอร์ตพุ่งทะยานฝ่าความมืดของกรุงเทพฯ กลับไปยังคอนโดส่วนตัวของเธอ
คืนนี้ เธอจะนอนหลับให้เต็มอิ่ม บำรุงผิวให้สวยฉ่ำ เพราะพรุ่งนี้เช้าแพรวาคนใหม่ที่มีทั้งความสวย เงินทอง และความแค้นที่อัดแน่นเต็มอก จะเริ่มเปิดฉากเกมปั่นประสาทให้ไอ้ผัวเฮงซวยและแก๊งเพื่อนของมันต้องกระอักเลือดตายกันไปข้างหนึ่ง
เตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้ให้ดีเถอะนนท์ เกมของจริงมันพึ่งจะเริ่มขึ้นต่างหาก
