บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 แก๊งเพื่อน(ร่วม)สาบาน

ค่ำวันศุกร์ ณ ร้านอาหารรูฟท็อปสุดหรูใจกลางเมือง บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีแจ๊สและแสงไฟสลัวที่สะท้อนกับแก้วไวน์ราคาแพง

แพรวาก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับนนท์ ร่างบางสวมชุดเดรสสีครีมเรียบร้อย ความยาวคลุมเข่า มิดชิดเสียจนแทบไม่เห็นสัดส่วน ผมยาวถูกรวบไว้ครึ่งหัวด้วยกิ๊บเรียบๆ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบาจนแทบจะกลืนไปกับความจืดชืด

นี่คือ ‘ยูนิฟอร์มเมียแสนดี’ ที่นนท์ชอบให้เธอใส่เวลาออกมาพบปะเพื่อนฝูงของเขา

ทันทีที่พนักงานพามาถึงโต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้าน ชายหนุ่มสามคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็หันมายิ้มร่าต้อนรับ

“มาแล้วเหรอวะไอ้นนท์ แหม ควงคุณภรรยาคนสวยมาซะด้วย สวัสดีครับน้องแพร”

ท็อป ชายหนุ่มท่าทางเจ้าสำราญเอ่ยทักทายขึ้นเป็นคนแรก ตามด้วยแมนและบาส ที่ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ แพรวายิ้มตอบบางๆ พร้อมกับพนมมือไหว้เพื่อนของสามีอย่างมีมารยาท

“รอนานไหมวะ พอดีพาแพรแวะซื้อของนิดหน่อยน่ะ” นนท์เอ่ยปากพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยาอย่างแสนดีจนเพื่อนร่วมโต๊ะพากันโห่แซว

“โอ๊ยยย พ่อแฟมิลี่แมน พ่อคนรักเมีย กูละหมั่นไส้มึงจริงๆ เลยว่ะ” บาสหัวเราะร่วน

“แน่นอนสิวะ เมียทั้งคน ไม่รักได้ไง ใช่ไหมแพร?” นนท์หันมายิ้มหวานให้แพรวาพร้อมกับเอื้อมมือมาบีบมือเธอเบาๆ

แพรวาส่งยิ้มกลับไปให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีต่อหน้ากระจก เพื่อไม่ให้สายตาเผยความรังเกียจออกมา เธอค่อยๆ ดึงมือออกอย่างแนบเนียนโดยทำทีเป็นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเรื่องสัพเพเหระและเรื่องธุรกิจของพวกผู้ชาย แพรวานั่งฟังเงียบๆ ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีด้วยการตักอาหารให้สามีและเพื่อนๆ ของเขา จนกระทั่งบทสนทนาวกเข้าสู่วีรกรรมของนนท์เมื่อคืนก่อน

“แพรโชคดีมากเลยนะที่ได้ไอ้นนท์เป็นสามี” ท็อปเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าขนลุก

“เมื่อคืนมันอยู่คุยงานที่คอนโดพี่จนถึงตีสองตีสาม บ่นเป็นห่วงแพรตลอดเลยนะ บอกว่ากลัวเมียรอนาน พี่ชวนดริ้งก์ต่อมันก็ไม่ยอม เอาแต่บอกว่าจะกลับบ้านไปหาเมียอย่างเดียว”

“จริงครับน้องแพร” แมนรีบผสมโรงทันที “ไอ้นนท์มันรักครอบครัวสุดๆ พวกพี่ชวนไปเที่ยวไหนมันก็ปฏิเสธหมด มันบอกว่าทำงานเสร็จก็อยากกลับไปกินข้าวฝีมือแพรมากกว่า พวกพี่ล่ะอิจฉามันจริงๆ ที่มีภรรยาแสนดีแถมยังทำกับข้าวเก่งแบบนี้”

แพรวามองหน้าชายหนุ่มทั้งสามคนสลับกันไปมาด้วยแววตาซื่อบริสุทธิ์

โอ้โห รางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมต้องเข้าแล้วล่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงยิ้มแก้มปริและภูมิใจจนเนื้อเต้นที่สามีรักและให้เกียรติเธอขนาดนี้

แต่ตอนนี้ ในหัวของแพรวากำลังฉายภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน GPS ที่โชว์หราว่ารถของนนท์จอดนิ่งสนิทอยู่ที่คลับวีไอพีย่านทองหล่อตั้งแต่ห้าทุ่มยันตีสามต่างหาก

“เหรอคะ” แพรวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มละมุน “พี่นนท์นี่ทำงานหนักจังเลยนะคะ คุยงานที่คอนโดพี่ท็อปจนถึงตีสามเลย แล้วพี่ท็อปได้ใช้น้ำหอมกลิ่นวานิลลาหรือเปล่าคะ?”

กึก!

ช้อนส้อมในมือของนนท์ชะงักกึก เช่นเดียวกับเพื่อนทั้งสามคนที่จู่ๆ ก็เงียบกริบไปชั่วขณะ ท็อปกะพริบตาปริบๆ มองหน้าแพรวาอย่างงุนงงระคนตกใจ

“เอ่อ...น้ำหอมอะไรเหรอครับแพร?”

“ก็เมื่อคืนตอนพี่นนท์กลับมา แพรได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงชัดมากเลยค่ะ กลิ่นหวานเลี่ยนเหมือนกลิ่นวานิลลาผสมฟลอรัล แถมที่ปกเสื้อก็มีคราบสีชมพูจางๆ เหมือนลิปกลอสด้วย แพรก็เลยสงสัยน่ะค่ะว่า หรือที่คอนโดพี่ท็อปจะมีสาวๆ แวะมาหาหรือเปล่าคะ?”

แพรวาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวหรือจับผิด เธอจงใจโยนระเบิดลูกเล็กๆ ลงกลางโต๊ะอาหารเพื่อดูปฏิกิริยาของพวกผู้ชายสับปลับพวกนี้

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที นนท์หน้าถอดสี รีบหันไปมองหน้าท็อปเพื่อส่งซิกขอความช่วยเหลือ

“อ๋อ! ใช่ๆๆ!” ท็อปรีบหัวเราะกลบเกลื่อนเสียงดัง

“เมื่อคืนน้องมายด์ แฟนพี่แวะมาหาที่คอนโดน่ะครับ พอดีน้องเขาพึ่งซื้อน้ำหอมกับลิปสติกมาใหม่ ก็เลยเอามาเทสต์ให้พวกพี่ดู ไอ้นนท์มันคงบังเอิญเดินไปชนตอนน้องเขากำลังลองลิปสติกพอดีน่ะครับ แพรอย่าคิดมากเลยนะ ไอ้นนท์มันไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนหรอก”

“อ้อ น้องมายด์นี่เอง” แพรวาพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้อย่างงดงาม ทว่าในใจเธอกำลังสบถด่าความแถสีข้างถลอกของชายตรงหน้า

แฟนชื่อมายด์งั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี เมื่ออาทิตย์ก่อนยังเห็นควงผู้หญิงชื่อแอนนาไปกินข้าวอยู่เลย

“ใช่ๆ เธอไม่ต้องคิดมากนะ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไปคุยงานจริงๆ” นนท์รีบคว้ามือแพรวามากุมไว้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโล่งอกที่แพรวาดูเหมือนจะเชื่อคำโกหกนั้นอย่างสนิทใจ “พี่รักเธอคนเดียว ไม่เคยวอกแวกไปไหนหรอก”

“แพรทราบค่ะ แพรเชื่อใจพี่นนท์นะคะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมกับบีบมือเขากลับเบาๆ

เชื่อใจงั้นหรือ? หึ เชื่อใจว่าผู้ชายพวกนี้มันเลวระยำพอๆ กันหมดต่างหาก

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กลับมาปกติ พวกผู้ชายก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและหันไปชนแก้วดื่มเหล้ากันต่อ นนท์ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้แพรวานั่งอยู่กับแก๊งเพื่อนของเขาตามลำพัง

“แพรนี่ใจเย็นดีจังเลยนะครับ เป็นผู้หญิงคนอื่นคงโวยวายบ้านแตกไปแล้ว” บาสเอ่ยชมขึ้นมา

“นั่นสิ ไอ้นนท์มันถึงได้รักและเกรงใจแพรไง แพรเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีมากจริงๆ” แมนเสริม

แพรวามองผู้ชายตรงหน้าทีละคน ท็อปที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่ยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แมนที่แอบเอาเงินเก็บของครอบครัวไปเปย์เด็กเลานจ์ และบาสที่ชอบทำตัวเป็นพ่อสื่อหาผู้หญิงมาประเคนให้เพื่อนในกลุ่ม

พวกหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกว่าเธอเป็นแม่ศรีเรือนที่แสนดี แต่ลับหลังก็คอยสนับสนุนให้ผัวเธอไปมั่วสุมกับผู้หญิงขายบริการ

“ขอบคุณนะคะที่ชม” แพรวายิ้มหวาน นิ้วเรียวสวยกรีดกรายหยิบแก้วไวน์แดงขึ้นมาแกว่งช้าๆ “แพรก็แค่คิดว่า ผู้หญิงเราถ้าฉลาดพอ ก็ไม่จำเป็นต้องโวยวายให้เสียสติหรอกค่ะ แค่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็พอ จริงไหมคะ?”

คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยนัยบางอย่าง ทำให้ชายหนุ่มทั้งสามคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มของแพรวาในตอนนี้ดูไม่เหมือน ‘เมียแสนดีที่หัวอ่อน’ อีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังมองดูพวกเขากำลังเล่นละครปาหี่อย่างสมเพช

เมื่อนนท์กลับมาที่โต๊ะ แพรวาก็กลับไปสวมบทบาทภรรยาผู้เรียบร้อยตามเดิม เธอใช้เวลาตลอดมื้ออาหารไปกับการสังเกตพฤติกรรมและจำจดทุกรายละเอียดของแก๊งเพื่อนสามี

รอให้ถึงเวลาเอาคืนเมื่อไหร่ เธอจะส่งหลักฐานแฉความเลวของพวกมันทุกคน ไปให้ภรรยาและคู่หมั้นของพวกมันดูถึงหน้าบ้านเลยคอยดู

กว่ามื้ออาหารจะจบลงก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม นนท์ขับรถพาแพรวากลับบ้านด้วยความอารมณ์ดี เขารู้สึกรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิดและมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าภรรยาสุดทึ่มของเขาไม่มีทางตามทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาแน่นอน

เมื่อรถจอดสนิทในโรงรถ นนท์ก็เดินฮัมเพลงเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้แพรวานั่งอยู่ในรถเพียงลำพัง หญิงสาวล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องที่สองออกมาจากกระเป๋าสะพาย เปิดแอปพลิเคชันบันทึกเสียงที่เธอกดอัดไว้ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในร้านอาหาร

‘...เมื่อคืนน้องมายด์ แฟนพี่แวะมาหาที่คอนโดน่ะครับ...’

เสียงแถสดของท็อปดังขึ้นแพรวากดยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวกดเซฟไฟล์เสียงนั้นเข้าไปรวมกับหลักฐานชิ้นอื่นๆ ในโฟลเดอร์ ‘ขยะ’ เรียบร้อย

เธอเงยหน้าขึ้นมองกระจกมองหลัง สำรวจใบหน้าที่ซีดเซียวและเสื้อผ้าที่แสนจะจืดชืดของตัวเอง แพรวาคนนี้ตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความโง่เขลาและความซื่อสัตย์ที่มอบให้ผู้ชายไร้ค่า

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์เครื่องหลักขึ้นมา เปิดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ เลื่อนหาคอนแทคของคลินิกความงามระดับท็อปที่เธอเคยทักไปสอบถามข้อมูลเมื่อหลายวันก่อน นิ้วเรียวพิมข้อความส่งไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

‘สวัสดีค่ะ พรุ่งนี้ช่วงบ่าย แพรขอนัดคิวปรึกษาคุณหมอเรื่องปรับรูปหน้า ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และทรีตเมนต์คอร์สเจ้าสาวชุดใหญ่เลยนะคะ แพรพร้อมโอนจองคิวค่ะ’

เตรียมบอกลาเมียแสนดีคนเก่าได้เลย เพราะพรุ่งนี้แพรวาคนใหม่จะมาทวงคืนความแซ่บและเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel