บทที่ 1 ของตายบนหิ้ง
“เซรั่มตัวนี้แพรใช้เองจริงๆ ค่ะทุกคน เนื้อบางเบามาก ซึมไว ไม่เหนอะหนะเลย สำหรับใครที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อยแบบแพร ตัวนี้ช่วยกู้ผิวโทรมได้ดีมากๆ เลยนะคะ สั่งซื้อคืนนี้ในไลฟ์ แพรจัดโปรส่งฟรีให้เลยค่ะ”
เสียงหวานที่พยายามดัดให้ดูสดใสและมีพลัง ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ ภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ แสงจากไฟวงแหวนสาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘แพรวา’ หญิงสาววัยยี่สิบแปดปี ที่กำลังนั่งยิ้มแย้มพูดคุยกับหน้าจอสมาร์ทโฟน
แม้ปากจะยิ้ม แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด รอยคล้ำใต้ตาที่แม้แต่คอนซีลเลอร์สี่ชั้นก็แทบจะเอาไม่อยู่ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเธออดหลับอดนอนมานานแค่ไหน
แพรวาเป็นพนักงานบริษัทระดับหัวหน้างานที่ต้องตอกบัตรเข้าออฟฟิศตั้งแต่แปดโมงเช้า เลิกงานหกโมงเย็น แต่หน้าที่ของเธอไม่ได้จบแค่นั้น
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอต้องสวมบทบาทภรรยาที่แสนดี เตรียมอาหาร ซักรีดเสื้อผ้า ดูแลความเรียบร้อยทุกตารางนิ้วเพื่อรอคอยสามีกลับมา
และในระหว่างที่รอ เธอจะใช้เวลาว่างปลุกปั้นแบรนด์อาหารเสริมและเครื่องสำอางเล็กๆ ของตัวเอง ด้วยการไลฟ์สดขายของในยามวิกาล
จำนวนผู้ชม 45 คน
แพรวาเหลือบมองตัวเลขมุมจอแล้วลอบถอนหายใจ แบรนด์ของเธอยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ยอดขายแต่ละวันพอประคองตัวไปได้ แต่เธอไม่เคยคิดจะล้มเลิก เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังมี ‘คุณค่า’ นอกเหนือจากการเป็นแค่ ‘เมีย’ ของใครสักคน
“วันนี้แพรคงต้องขอตัวลงไลฟ์ก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาพูดคุยและอุดหนุนกันค่ะ ฝันดีนะคะทุกคน”
ติ๊ด...
ทันทีที่ปลายนิ้วกดปุ่มสิ้นสุดการถ่ายทอดสด รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าก็เลือนหายไปทันที แพรวาทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง ยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ นาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะบอกเวลา 02.15 น.
ดึกป่านนี้แล้ว ‘นนท์’ สามีของเธอก็ยังไม่กลับบ้าน
แพรวาแต่งงานกับนนท์มาได้เกือบห้าปีแล้ว นนท์เป็นผู้ชายหน้าตาดี มีหน้าที่การงานมั่นคง ภายนอกเขาคือ ‘แฟมิลี่แมน’ ที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา เพื่อนฝูงของเขามักจะพูดคำนี้กรอกหูเธอเสมอเวลาไปทานข้าวด้วยกันว่า...
‘ไอ้นนท์มันรักแพรมากเลยนะ เลิกงานก็ตรงดิ่งกลับบ้าน ไม่เคยแวะร้านเหล้า ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนเลย แพรโชคดีมากที่ได้มันเป็นผัว’
ใช่ เธอเคยเชื่อแบบนั้น เชื่อจนหมดหัวใจ เชื่อว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกสตาฟไว้ให้เป็นเพียง ‘ของตายบนหิ้ง’ ที่สามีคิดว่ากลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ
มือเรียวเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชัก หน้าจอแสดงแอปพลิเคชันติดตาม GPS ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ขนาดจิ๋วซึ่งเธอแอบซ่อนไว้ใต้เบาะรถของสามีเมื่อเดือนก่อน หลังจากที่เธอเริ่มระแคะระคายถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเขา
จุดสีแดงบนแผนที่ไม่ได้กะพริบอยู่ที่คอนโดของท็อป เพื่อนสนิทของนนท์ตามที่เขาโทรมาบอกเมื่อหัวค่ำ แต่มันกลับหยุดนิ่งอยู่ที่คลับวีไอพีย่านใจกลางเมือง สถานบันเทิงหรูหราที่ขึ้นชื่อเรื่องเด็กนั่งดริ้งก์ระดับพริตตี้
แพรวามองหน้าจอนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงความเย็นเยียบที่กัดกินหัวใจ เธอชินชากับความเจ็บปวดนี้เสียแล้ว
บรื้น...
เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงรถตอนเวลาตีสามครึ่งแพรวารีบเก็บโทรศัพท์เครื่องนั้นลงลิ้นชัก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินออกไปรับสามีที่หน้าประตูบ้านเหมือนอย่างเคย
ร่างสูงของนนท์เดินโซเซเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทันทีที่เห็นภรรยายืนรออยู่ เขาก็รีบปรับท่าทีให้ดูปกติตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด
“ทำไมเธอยังไม่นอนอีก พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอ” นนท์เอ่ยเสียงอ่อนพลางสวมกอดร่างบางของภรรยา เขาใช้คำพูดที่ดูเหมือนห่วงใย แต่แพรวารู้ดีว่ามันคือความรำคาญใจที่ถูกจับจ้อง
“แพรพึ่งไลฟ์สดเสร็จน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ ไม่ได้กอดตอบ “แล้วนี่ พี่นนท์ไปกินเหล้าที่ห้องพี่ท็อปมาเหรอคะ ทำไมกลับดึกจัง”
“ใช่สิ กินเหล้าห้องไอ้ท็อปไง คุยเรื่องโปรเจกต์งานใหม่กันเพลินไปหน่อยกว่าจะเลิกก็ดึกเลย พี่ขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องรอ”
เขายิ้มบางๆ มือหนาลูบศีรษะเธออย่างแสนดี เป็นจังหวะเดียวกับที่แพรวาขยับตัวเข้าใกล้ และจมูกของเธอก็ได้กลิ่นบางอย่าง
มันไม่ใช่แค่กลิ่นเหล้าหรือบุหรี่ แต่มันคือกลิ่นน้ำหอมผู้หญิง กลิ่นวานิลลาผสมฟลอรัลที่หวานเลี่ยน เป็นกลิ่นที่แพรวาไม่เคยใช้ และไม่มีวันซื้อใช้เด็ดขาด
สายตาของแพรวาเลื่อนต่ำลงไปที่ปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของสามี บริเวณตะเข็บคอเสื้อด้านใน มีรอยคราบสีชมพูจางๆ ของลิปกลอสติดอยู่
รอยจางๆ ที่ถ้าไม่สังเกตดีๆ คงไม่มีทางเห็น แต่สำหรับคนที่เป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางอย่างเธอ มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคือร่องรอยของการนัวเนียอย่างหนักหน่วง
“งั้นพี่ไปอาบน้ำเถอะค่ะ แพรเตรียมชุดนอนไว้ให้แล้ว” แพรวาคลี่ยิ้มบางๆ
“ขอบใจมากนะ เธอเป็นภรรยาที่ดีที่สุดของพี่เลย” นนท์หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ โล่งใจที่เมียจอมซื่อบื้อจับไม่ได้ ก่อนจะผิวปากอารมณ์ดีเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
แพรวาขยะแขยงสัมผัสนั้นจนอยากจะวิ่งไปล้างหน้าทิ้ง เธอเดินไปที่ตะกร้าผ้า หยิบเสื้อเชิ้ตตัวนั้นของสามีขึ้นมาพาดบนโต๊ะ ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปคราบลิปสติกและปกเสื้อเอาไว้อย่างชัดเจนทุกมุม รวมถึงอัดเสียงการสนทนาที่เธอกดบันทึกไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเข้าบ้าน
โฟลเดอร์ลับในโทรศัพท์ของเธอที่ชื่อว่า ‘ขยะ’ มีรูปถ่าย คลิปเสียง สลิปโอนเงิน และบันทึกเส้นทาง GPS ของนนท์อัดแน่นอยู่เต็มไปหมด เธอเก็บรวบรวมมันมาเงียบๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
หญิงสาวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง
ผู้หญิงในกระจกคือยายเพิ้งที่สวมชุดนอนย้วยๆ ปล่อยผมเผ้ารุงรัง หน้าตาหมองคล้ำไร้ราศี ทุ่มเทชีวิตทำงานงกๆ เพื่อหาเงินมาหมุนเวียนในบ้านและดูแลสามี แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือการถูกทรยศหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้ชายคนนั้นเอาเงินไปเปย์ผู้หญิงอื่น ไปเที่ยวคลับหรู ซื้อความสุขใส่ตัว ปล่อยให้เธอหาเงินเลี้ยงตัวเองและจ่ายค่าใช้จ่ายภายในบ้านเพียงคนเดียว แล้วคิดว่าเธอนั่งโง่ๆ อยู่บนหิ้งที่บ้าน
‘เป็นภรรยาที่ดีที่สุดของพี่งั้นเหรอ?’ แพรวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
“ในเมื่อความดีมันซื้อความซื่อสัตย์ไม่ได้” แพรวาพึมพำกับตัวเอง สายตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าว “ฉันก็จะไม่เป็นมันแล้ว เมียแสนดีที่รอผัวอยู่ที่บ้านน่ะ”
นี่จะเป็นค่ำคืนสุดท้าย ที่เธอจะยอมเป็นของตายให้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้เหยียบย่ำ
..............
เปิดเรื่องมาก็อยากจะหยุมหัวอิผัวตัวดีกับแก๊งเพื่อนตัวดีแล้วไหมคะทุกคน ทำมาเป็นตีหน้าซื่อตาใส หารู้ไม่ว่าเมียแอบติด GPS ไว้หมดแล้วจ้า
ใครเคยเจอประสบการณ์ผัวแอบเลว หรือเพื่อนผัวคอยเป็นกันชนแบบนี้บ้าง เมาท์มาสิคะ มาเป็นทีมเดียวกับแพรวาค่ะ เมียอย่างเราจะไม่ทนอีกต่อไป เตรียมตัวพบกับการฟาดกลับแบบสับๆ และการเบิกเนตรเข้าสู่วงการ ‘ซื้อกินฟินกว่าเยอะ’ ได้เลยคร้า
เจอกันตอนหน้านะคะ มาดูว่าแพรวาจะจัดการกับผัวตัวดียังไง เผื่อจะเป็นแนวทางให้แม่ๆ ทั้งหลายที่กำลังตกอยู่ในสถานะการณ์เดียวกันกับแพรวาอยู่ก็ได้นะคะ
