ตอนที่ 3 ลำบากใจ
ตอนที่ 3
ลำบากใจ
ชีวิตของสองสามีภรรยาดำเนินไปอย่างราบเรียบ ภาสกรตื่นแต่เช้าออกไปดูงานที่ร้าน ส่วนนิราก็มีหน้าที่ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน แถมเธอยังได้รับความไว้วางใจจากสามีให้เป็นคนดูแลเงินทั้งหมดของเขา นิราไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย รู้จักเก็บรู้จักใช้ ไม่เคยซื้อของไร้สาระ เธอเป็นคนที่คำนึงถึงอนาคตเสมอเเละไม่เคยสร้างหนี้สิน
นี่เป็นเหตุผลที่สามีไว้ใจหญิงสาเธอวมาก อีกอย่างเขาอยากแสดงให้เธอเห็นว่าเขารักเธอและเชื่อใจเธอมากแค่ไหน
นิราอยู่บ้านเพียงลำพัง ในขณะที่เธอกำลังเตรียมอาหารเย็นเพื่อต้อนรับสามี เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้น หญิงสาวชะโงกหน้าออกมาเห็นผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ แต่เธอไม่รู้จักอีกฝ่ายและไม่รู้สึกคุ้นตาเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นนิราก็ออกมาต้อนรับตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ”
หญิงสาวเอ่ยถาม เธอไม่ได้เปิดประตูให้อีกฝ่ายในทันที เพราะภาสกรสั่งเอาไว้ว่าอย่าให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน นิราจึงทำตามอย่างเคร่งครัดเพราะเข้าใจว่าสามีเป็นห่วง
“คุณภาสกรอยู่ไหมคะ”
หญิงสาวอายุราวๆสี่สิบปีเอ่ยถามพร้อมกับชะโงกหน้ามองเข้ามาด้านใน นิรามองอีกฝ่ายอย่างหวาดระแวง เธอส่ายหน้าพร้อมกับขอให้ไปพบชายหนุ่มที่ร้านเบเกอรี่
“คุณภาสกรอยู่ที่ร้านค่ะ”
“ร้าน? ร้านอะไรคะ”
นิราเริ่มไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายรู้จักสามีเธอจริงๆหรือเปล่า หากเป็นคนสนิทก็น่าจะรู้ว่าสามีเธอเปิดร้านเบเกอรี่ที่นี่
“คุณมีธุระอะไรกับสามีฉันหรือเปล่าคะ บอกฉันได้นะคะ ฉันเป็นภรรยาของเขาเอง”
“คือ…”อีกฝ่ายมีท่าทางลังเลเหมือนไม่อยากบอก
“ธุระสำคัญหรือคะ หรือว่าธุระส่วนตัว” หญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้ง
“เป็นธุระที่สำคัญและด่วนมากค่ะ ตอนนี้คุณภัสสรป่วยหนัก อยากให้คุณภาสกรรีบเดินทางไปเยี่ยม”
นิราได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว เธอเปิดประตูให้ผู้หญิงแปลกหน้าเข้ามานั่งในบ้าน บอกให้อีกฝ่ายนั่งรอสักครู่อีกไม่นานภาสกรก็จะกลับมาแล้ว นิราเห็นว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนของภัสสร เธอควรจะต้อนรับอย่างดี ไม่ใช่ปล่อยให้แขกยืนตากแดดอยู่ข้างนอก
“ขอบคุณนะคะที่ให้เข้ามานั่งรอในบ้าน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ปล่อยให้คุณยืมตากแดดอยู่นาน พอดีฉันกับสามีเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่จึงกังวลเรื่องความปลอดภัย”
ผู้ช่วยของภัสสรไม่ได้พูดอะไรเพียงพยักหน้าเบาๆ เธอมาที่นี่ตามคำสั่งของผู้เป็นนายนั่นก็คือ การแจ้งข่าวให้ภาสกรรู้เท่านั้น หลังจากทำหน้าที่ตัวเองเสร็จแล้วเธอก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที
“คุณนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะเดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้”
นิราเดินเข้ามาในครัว เธอตั้งใจจะโทรบอกสามีว่ามีคนมารอพบ แต่เขาดันกลับมาถึงพอดี ภาสกรแปลกใจที่เห็นผู้ช่วยของแม่นั่งอยู่ในบ้าน เขายกมือไหว้เนื่องจากอีกฝ่ายอายุมากกว่าเขาถึงสิบปี
“คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาสบตาภรรยาก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวอีกครั้ง
“ดิฉันมีเรื่องด่วนจะมาแจ้ง ตอนนี้คุณภัสสรป่วยหนัก ท่านต้องการให้คุณกลับไปดูแล”
ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นสีหน้าก็ไม่ค่อยดี ถึงแม้ว่าเขากับแม่จะมีเรื่องบาดหมางใจกัน แต่เขาก็รู้สึกเป็นห่วงแม่มาก และไม่ได้คิดจะทอดทิ้งมาอยู่ที่นี่
ในฐานะลูกชายเพียงคนเดียว เขาไม่สามารถ นิ่งดูได้ดายได้ และไม่อาจเฉยชาเมื่อได้ยินว่าแม่กำลังป่วยหนัก
“แม่เป็นอะไรครับทำไมจู่ๆถึงได้ป่วยหนัก ปกติแม่แข็งแรงมาก”
แม่เขาดูแลตัวเองเป็นอย่างดีตั้งแต่ยังสาว จนถึงตอนนี้ร่างกายก็ยังคงแข็งแรงแทบจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แต่จู่ๆดันล้มป่วย มันจึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยไม่น้อย
“คุณหมอแจ้งว่าเป็นโรคหัวใจค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นไม่แสดงอาการ คุณท่านคงจะเครียดมากอาการก็เลยกำเริบหนักจนทรุด”
“แล้วตอนนี้แม่รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลไหนครับ”
“ตอนนี้กลับมารักษาตัวต่อที่บ้านแล้วค่ะ คุณท่านไม่ยอมนอนโรงพยาบาล เลยต้องจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแล”
หญิงสาวอธิบาย พยายามโน้มน้าวให้ชายหนุ่มกลับไปกับเธอ
“กลับไปกับดิฉันเถอะนะคะ คุณภัสสรรอคุณอยู่”
ภาสกรนิ่งไป เขายังไม่เชื่อเต็มร้อยว่าตอนนี้แม่กำลังป่วย นี่อาจจะเป็นแผนการหลอกเขากลับบ้าน
“ผมขอคิดดูก่อนได้ไหมครับ แล้วผมจะติดต่อไป”
“คุณภาสคะ คุณภัสสรเป็นแม่คุณนะคะ ตอนนี้กำลังป่วยหนักด้วย คุณจะใจดำได้ลงคอเลยหรือ”
“ผมไม่มีทางใจดำกับแม่ตัวเอง แต่ผมอยากจะไตร่ตรองอะไรสักหน่อย ถ้าผมพร้อมที่จะกลับไปเมื่อไหร่ผมจะติดต่อหานะครับ”
ชายหนุ่มไล่อีกฝ่ายทางอ้อม เขาเครียดจากร้านกลับมาบ้านนึกว่าจะได้พักผ่อนหย่อนใจ ดันเจอเรื่องเครียดหนักกว่าเดิม ภาสกรถึงกับกุมขมับเมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นมากระทันหัน
หลังจากที่ผู้ช่วยของแม่กลับไปแล้ว นิราก็เดินออกมาจากครัว
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
เธอเอ่ยถามสามีด้วยความเป็นห่วง ก่อนช่วยเขานวดคลึงศีรษะเบาๆ
“คุณคิดว่ายังไง”
ชายหนุ่มเอ่ยถาม เขาอยากรู้ว่านิราเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้แม่ของเขากำลังป่วยอยู่
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
หญิงสาวไม่อยากออกความเห็นเรื่องนี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องของเธอแต่เป็นเรื่องในครอบครัวของ ชายหนุ่ม เธอไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะรู้ดีว่าภัสสรไม่ชอบหน้าเธอมากแค่ไหน
“แม่อยากให้ผมกลับไปคนเดียว แต่ผมทิ้งคุณไม่ได้”
ชายหนุ่มเอ่ย รู้สึกหนักใจ ห่วงใยหญิงสาวแต่ก็ห่วงใยแม่เช่นเดียวกัน เวลาของครอบครัวต่างคนต่างใช้ความคิดของตัวเอง ทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันเหมือนทุกๆวัน หลังจากทำอะไรเสร็จก็แยกย้ายกลับไปนอน
หญิงสาวรับหลับไปแล้วเพราะอ่อนเพลียมาทั้งวัน ในขณะที่ชายหนุ่มข่มตาหลับไม่ลง เขารู้สึกเป็นห่วงแม่มากจนแอบส่งข้อความหาผู้ช่วยของแม่เพื่อถามไถ่อาการ
ผู้ช่วยอ้างว่าตอนนี้แม่ของเขาป่วยหนักมาก ป่วยจนเดินไปไหนไม่ได้ นอนอยู่บนเตียงและมีพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พอได้ยินข้อมูล ภาสกรก็ยิ่งเป็นห่วงแม่มากขึ้น จนแทบจะตัดสินใจกลับบ้านในทันที
แต่เมื่อเขาหันมามองนิรา เขาก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ หากเขาจะกลับไปเขาก็ต้องบอกเธอก่อน ภาสกรไม่อาจทิ้งภรรยาให้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง เขาอาจจะพาเธอไปด้วยแต่อยู่ที่ว่านิราจะไปหรือไม่
ภาสกรขยับเข้าไปใกล้ภรรยา เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวพลิกตัวกลับมาก่อนพาดแขนบนหน้าท้องชายหนุ่ม ซุกใบหน้ากับอกคล้ายกับลูกแมวที่กำลังหาความอบอุ่น
