บทย่อ
นิรารู้ทันว่าแม่สามีกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง เธอจึงได้ตัดสินใจบอกความจริงกับสามี แต่นอกจากเขาจะไม่เชื่อแล้วยังหาว่าเธอใส่ร้ายแม่ของเขาและได้ตัดสินใจหย่าขาดกับเธอ ความรักที่มีมันคงไม่มากพอให้เขาปกป้องเธอหรือความจริงมันอาจจะไม่เคยมีเลย เขาถึงได้ตัดเธอออกจากชีวิตได้ง่ายแบบนี้ /*/*/ “ฉันจะไม่ให้ลูกฉันต้องอยู่กับผู้หญิงอย่างเธอนานหรอก ยังไงฉันก็ต้องหาทางเอาเขากลับมาให้ได้” นิราที่ได้ยินแบบนี้ก็ไม่สบายใจ ดูเหมือนว่า การป่วยของภัสสรในครั้งนี้จะเป็นเพียงแผนการเพื่อดึงตัวภาสกรกลับบ้าน “ฉันจะบอกเธอให้เอาบุญนะ ฉันต้องการให้ ลูกชายของฉันกลับบ้าน ฉันหาคนที่เหมาะสมเตรียมเอาไว้ให้เขาแล้ว เธอก็น่าจะรู้ตัวเองดี ควรจะเจียมตัวเอาไว้บ้าง คนอย่างเธอมันไม่คู่ควรกับตาภาสเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเธอไม่อยากให้ลูกชายของฉันต้องตกต่ำไปมากกว่านี้ เธอก็ควรจะปล่อยเขากลับบ้าน” ถึงแม้ว่าจะโดนดูถูกแต่หญิงสาวก็ไม่คิดจะดูถูกตัวเอง จริงอยู่ที่เธอไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่ากับครอบครัวของชายหนุ่ม แต่เธอก็เป็นคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ถึงแม้ว่าเงินในบัญชีจะต่างกันแต่มันก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของเธอน้อยกว่า “ถ้าฉันพาตัวลูกฉันกลับมาได้เมื่อไหร่ ฉันจะให้เขาแต่งงานใหม่ทันที อย่าหวังว่าฉันจะยอมรับเธอเป็นสะใภ้ ชาตินี้ฉันไม่มีวันยอมรับเธอเด็ดขาด จำใส่หัวสมองเธอไว้ด้วย!” แม้ว่าอีกฝ่ายจะวางสายไปแล้ว แต่คำพูดร้ายๆก็ยังคงตกตะกอนอยู่ภายในใจของหญิงสาว นิรารู้สึกไม่สบายใจ กลัวว่าการกลับไปของสามีในครั้งนี้จะทำให้เธอต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล
ตอนที่ 1 จดทะเบียน
ตอนที่ 1
จดทะเบียน
เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารสำคัญให้กับนิราและ ภาสกรคนละใบ ทั้งสองสบตายิ้มให้กันอย่างมีความสุข เดินเคียงคู่ออกมาจากอำเภอ เมื่อขึ้นรถชายหนุ่มก็รั้งภรรยาเข้ามาใกล้ กดริมฝีปากลงบนศีรษะของเธอเพื่อแสดงถึงความรักในหัวใจ
“อะไรคะเนี่ย”
นิราหัวเราะเบาๆ เธอตีไปที่อกสามีหนึ่งทีพร้อมกับดันเขาออก ไม่รู้ว่าภาสกรครึ้มอกครึ้มใจอะไร ถึงได้ดึงเธอเข้ามากอดจูบแบบนี้
“ตอนนี้คุณเป็นภรรยาของผมแล้ว คุณห้ามไปมองผู้ชายคนอื่นอีกนะ”
“ฉันเคยทำแบบนั้นที่ไหนล่ะคะ”
ที่ผ่านมาเธอซื่อสัตย์และรักเขาเพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้เธอทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง มีรุ่นพี่และผู้บริหารตามจีบแต่นิราก็ไม่เคยสนใจ เพราะหัวใจของเธอมอบให้กับสามีอย่างภาสกรไปแล้ว
ตอนนี้เขาเป็นเจ้าของหัวใจและร่างกายเธอ และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอก็จะขออยู่เคียงข้างดูแลเขาตลอดไป
“ผมเชื่อใจคุณนะ...แต่ผมไม่เชื่อใจผู้ชาย คนอื่น”
ภาสกรรู้ว่านิราเป็นคนยังไง เธอไม่มีวันทรยศเขาอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดกังวลไม่ได้ เวลาที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่งวุ่นวายกับเธอเขาก็ ร้อนรนกระวนกระวาย
ภาสกรอยากแต่งงานกับหญิงสาว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขากับเธอไม่สามารถจัดงานแต่งได้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพานิรามาจดทะเบียนสมรส เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาจะดูแลและรักเธอตลอดไป
“ตอนนี้คงไม่มีใครมายุ่งกับฉันแล้วค่ะ”
เธอตัดสินใจลาออกและย้ายมาอยู่กับภาสกรที่ต่างจังหวัด ทั้งสองมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ โดยที่มีเงินติดตัวคนละก้อนเท่านั้น
นิรามีเงินเก็บจากการทำงานมาตลอดหลายปี ถึงจะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ก็พอที่จะช่วยสามีลงทุนธุรกิจใหม่ได้
ส่วนภาสกร แม้ว่าเขาจะออกมาตัวเปล่าแต่ก็พอมีเงินก้อนหนึ่งติดตัวมาด้วย เงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของคนทั้งสอง จึงต้องวางแผนให้รอบคอบ
“แต่เมื่อกี้ผมเห็นมีเจ้าหน้าที่แอบมองคุณ ผมไม่ชอบเลย”
“อย่าคิดมากสิคะ เขาก็แค่มอง”
ภาสกรรู้สึกไม่พอใจเวลามีผู้ชายมามองคนรักของเขา นิราเป็นผู้หญิงที่สวยหมดจด เดินไปไหนก็สะดุดตาผู้คน ความสวยของเธอเตะตาเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ทำให้เขารัก เหตุผลที่เขารักเธอไม่ใช่แค่หน้าตาที่สะสวย แต่รวมถึงนิสัยของเธอด้วยที่ทำให้เขารักนิราจนหมดใจ
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสาว”
ชายหนุ่มยังคงรู้สึกผิด เขารู้ว่าความฝันลึกๆของหญิงสาวคือการได้สวมชุดแต่งงานสักครั้ง แต่เพราะว่าครอบครัวเขาไม่ยอมรับเธอ การแต่งงานที่ไม่มีพ่อแม่มาร่วมงาน เขาเองก็คงไม่มีความสุขสักเท่าไรจึงได้อธิบายเรื่องนี้ให้นิราฟัง โชคดีที่หญิงสาวเข้าใจ นอกจากเธอไม่โกรธเขา ยังปลอบใจไม่ให้เขาคิดมากอีก
“ฉันบอกคุณหลายครั้งแล้วนะคะว่าฉันไม่ได้คิดอะไร”
ที่ผ่านมาภาสกรดูแลเธอเป็นอย่างดี ไม่เคยทำให้เธอต้องรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถสานฝันของเธอให้เป็นจริงได้ แต่ถึงอย่างนั้นการที่มีเขาอยู่เคียงข้างก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีแล้ว
ภาสกรขยันทำงาน ไม่เคยวอกแวก ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนหรือใกล้ชิดกับใคร ให้เธอต้องรู้สึกหวาดระแวง เขาทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดอยู่เสมอ
“ถึงผมจะจัดงานแต่งงานให้คุณไม่ได้ แต่ผมมีบางอย่างอยากจะให้คุณนะ”
ภาสกรหยิบกล่องแหวนขึ้นมา นี่คือแหวนเพชรราคาหลักแสนที่เขาแอบซื้อเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่คบกับหญิงสาวแรกๆ ตอนนั้นเขาจริงจังกับเธอมากถึงขั้นคิดจะขอแต่งงาน แต่พอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ กลับถูกคัดค้าน และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขารู้ว่าแม่ไม่ชอบนิรา ไม่ยอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้
แต่ภาสกรก็ไม่ได้เลิกกับหญิงสาวตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ เขาโตแล้วมีสิทธิ์ที่จะเลือกคู่ชีวิตด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้ใครมาชี้นิ้วสั่ง
อีกอย่างเขามั่นใจในนิรา เธอคือคนที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพราะฉะนั้นไม่ว่าแม่จะพูดอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเลิกกับนิราเด็ดขาด
“คุณช่วยสวมแหวนนี้เอาไว้ได้ไหม อย่างน้อยๆมันก็คงเป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่ผมสามารถให้คุณได้ในเวลานี้”
ก่อนหน้านี้เขาเป็นถึงรองประธานบริษัท แถมยังมีหุ้นปันผล แต่ตอนนี้เขาไม่มีอะไรเลยเพราะคืนทุกอย่างให้แม่ไปหมดแล้ว แม่ยื่นคำขาดว่าถ้าเขาเลือกนิราก็ให้เขาคืนทุกอย่างและไปแต่ตัว
ภาสกรรู้ดีว่าหลังจากนี้ชีวิตของเขากับนิราจะไม่สุขสบายเหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกหัวใจตัวเอง
“ท่าทางจะแพงนะคะเนี่ย คุณไม่เห็นต้องซื้อของแพงขนาดนี้ให้ฉันเลย”
หญิงสาวรู้สึกเกรงใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธตอนที่ชายหนุ่มสวมแหวนให้
“แหวนวงนี้ผมซื้อไว้นานแล้ว ตั้งใจว่าจะขอคุณแต่งงาน โชคดีจริงๆที่วันนี้มีโอกาสได้สวมแหวนให้คุณ”
เขาเก็บแหวนวงนี้มานานหลายปี แต่เพราะเก็บเป็นอย่างดีแหวนจึงยังดูใหม่เอี่ยม หญิงสาวยิ้มน้ำตารื้น ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำเพื่อเธอขนาดนี้ เขายอมเดินออกมาจากชีวิตที่สุขสบาย เพียงเพราะต้องการอยู่กับเธอ
ลึกๆแล้วนิราก็รู้สึกผิด แต่เธอรักและไม่สามารถขาดเขาได้ เธอจึงตั้งใจว่าจะอยู่เคียงข้างคอยเป็นกำลังใจให้ชายหนุ่ม แม้ว่าจะต้องลำบาก เธอก็จะจับมือเขาไม่ยอมปล่อย
ทั้งสองเดินทางมาแถวๆตลาดใจกลางเมือง ชายหนุ่มติดต่อกับเจ้าของห้องแถวเอาไว้ เขาตกลงทำสัญญาเช่าหลังจากที่ได้เห็นทำเล ตรงนี้นอกจากรถที่ผ่านไปผ่านมาแล้วยังมีผู้คนเดินผ่านหน้าร้านตลอดทั้งวัน
ภาสกรตัดสินใจว่าจะเปิดร้านเบเกอรี่ที่นี่ เขาคิดแล้วลงมือทำทันทีไม่ได้รอช้า ชายหนุ่มติดต่อหาช่างให้เข้ามาปรับปรุงอาคาร ก่อนที่ตัวเขาจะชวนนิราไปห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทุนวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ทำเบเกอรี่ขาย
“เหนื่อยหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อให้ คนรัก วันนี้อากาศร้อน ภาสกรเดินหาวัตถุดิบที่ร้านขายส่งจนเหงื่อท่วม แต่เขาก็ไม่บ่นสักคำ หญิงสาวรู้สึกสงสารอยากให้ชายหนุ่มพักก่อน แต่เขาก็ยืนยันว่ายังไหว
“ผมไม่เหนื่อยหรอกครับ เหลือของไม่กี่อย่างที่เราต้องไปซื้อ ซื้อทีเดียวแล้วค่อยกลับบ้าน”
ชายหนุ่มไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรครึ่งๆกลางๆ ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง เขาจะทำให้สำเร็จในคราวเดียว ซึ่งบางครั้งนิราก็ไม่ค่อยชอบนิสัยนี้ของเขาสักเท่าไหร่ เพราะบางครั้งเวลาที่เขาป่วยเขาก็ยังฝืนลุกขึ้นมานั่งทำงาน ถ้าทำไม่เสร็จเขาก็จะไม่ยอมนอนพักผ่อนเด็ดขาด!

