บทที่2 หลบภัย
"สิ่งนี้เรียกว่าถุงนอนเจ้าคะ แล้วนี้ใส่ให้ซานเอ๋อเจ้าคะ น้องจะขับถ่ายในนี้อยู่ได้หลายชัวยามเจ้าคะ เปลี่ยนเมื่อน้องถ่ายหนัก"นางไม่ลืมหยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้มารดา ของพวกนี้มีเยอะเชียวแหละ
หลัวจ่างลี่ดูบุตรสาวคนเล็กใส่กางเกงขนาดเล็กให้น้องชายก็รู้สึกสิ่งนี้จะเก็บฉี่ได้เช่นไร แต่นางก็จะเชื่อใจบุตรสาว
"ว่าแต่เราจะรู้สถานการณ์ด้านนอกได้เช่นไร?"หลัวหมิงหลานถามน้องสาว
หมิงเอ๋อก็ได้แต่สายศีรษะน้อยๆเพราะนางก็ไม่รู้เช่นกัน
"ยังไงคืนนี้เราก็นอนในนี้ก่อน ตื่นมาค่อยหาทางดูว่าด้านนอกเป็นเช่นไร ถ้าไม่มีใครเราได้เดินทางไปต่อ เมืองนี้ไม่ปลอดภัยอยู่นานไม่ได้" หลัวหวังเหว่ยเดินเข้ามาได้ยินสิ่งที่บุตรสาวถามจึงพูดขึ้น
หมิงเอ๋อนึกได้ว่าทุกคนยังไม่ได้กินอะไร จึงเดินไปหยิบอาหารกระป๋องออกมาแล้วเปิดให้ทุกคนกิน
"อาหารนี้อร่อยดีนะ "หลัวหนิงเหม่ยบอกน้องสาว น้ำแกงนี้เข้มข้นแถมยังมีเนื้อด้วย
"ใช้ อร่อยมาก พวกเราไม่ได้กินอาหารดีๆแบบนี้มากี่วันแล้วนะ"หลัวหมิงหลานที่หลายวันกินแต่มันโถแข็งๆก็รู้สึกดีมิใช้น้อย
"พวกพี่ไม่อิ่มข้าเปิดเพิ่มได้นะเจ้าคะ"หมิงเอ๋อบอกพี่สาว พี่สาวนางผอมจนน่าสงสาร
"ไม่เอาอะ เก็บไว้กินมื้ออื่นดีกว่า เสบียงเราต้องกินอย่างประหยัด ภัยสงครามไม่รู้จะยืดเยื้ออีกนานมั้ย"การเกิดสงครามเกิดมาได้6เดือนแล้ว แรกๆทุกคนก็คิดว่าอาจไม่นาน แต่ใครจะคิดว่าเมืองจะแตกแล้วทหารก็เกิดรบราฆ่าฟันไม่เลือกหน้า แถมยังเกิดโจรปล้นชิงอีก ตอนนี้เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
ครอบครัวหลัวที่หนีล่าช้าเพราะมารดาท้องแก่แล้วก็เพิ่งคลอดน้องชายแถมบิดาก็เดินไม่สะดวง จึงเพิ่งหนีได้ไม่กี่วันมานี้เอง จะซื้อเกวียนวัวหรือลาก็ไม่มีอีกในสภาวะสงครามเช่นนี้การหาซื้ออะไรก็ยากไปหมด แต่สุดท้ายก็ต้องหนีทั้งๆที่มารดาร่างกายยังไม่ฟื้นดี น้องชายก็เพิ่งจะคลอด
"ไม่ต้องห่วงเจ้าคะ ของในนี้มีมาก ไม่น่าจะหมดง่ายๆ"
"เช่นไรก็ต้องเตรียมเผื่อไว้ เราไม่รู้ว่าสงครามจะเกิดอีกนานมั้ย ประหยัดเสบียงไว้เป็นดี"หลัวจางลี่เอ่ยเตือนบุตรสาว
เมื่อทุกคนกินหมดแล้วหมิงเอ๋อก็รับหน้าที่เก็บของแล้วเอาไปทิ้งลงถังขยะที่อยู่มุมเต๊นท์ แต่พอทิ้งขยะลงไป มันก็หายไปนางจึงหันไปดูตรงชั้นวางของ ของที่หยิบออกไปเมื่อครู่ตอนนี้กลับเต็มชั้นเหมือนเก่า
แปลว่าของที่เอาออกมามันจะเติมกลับไปเหมือนเก่า แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย
"หมิงเอ๋อ มานอนได้แล้วลูก"จางลี่เรียกบุตรสาวเมื่อเห็นเด็กน้อยเดินมาใกล้
"แล้วไอ้ที่นอนนี้นอนยังไง หรือปูไว้เฉยๆ"หมิงหลานถามน้องสาว
หมิงเอ๋อเดินไปแล้วสาธิตให้ดู
"พี่รองเปิดตรงนี้นะเจ้าคะ แล้วเอาตัวเข้าไปนอนแล้วรูดซิปขึ้นแบบนี้เจ้าคะ"
"อะไร..เจ้านี้เรียกซิปหรือ?"หมิงหลานมองถุงนอนอย่างสนใจ
"เจ้าคะ"
"คืนนี้เราพักผ่อนก่อน พวกเราไม่ได้นอนแบบจริงจังกันหลายวันเต็มที"หลัวหวังเหว่ยรู้ว่าทุกคนอดนอนกันมาหลายวัน คืนนี้ขอนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้เคยคิดว่าจะทำเช่นไรต่อดี
แม่หลัวกล่อมบุตรชายให้หลับก่อนแล้วนางค่อยหลับตาม ส่วนสมาชิกทุกคนก็หลับลงด้วยความอ่อนเพลีย
หมิงเอ๋อที่นอนไม่หลับจึงลุกมาเดินดูสถานที่รอบๆ
ที่อ่างน้ำดื่มน้ำเหลือน้อยลงจากตอนแรกเต็มอ่างตอนนี้เหลือแค่1/4เท่านั้น ทำไมถึงลดลงละ พวกน้ำวิเศษมันต้องมีตลอดไม่ใช่เหรอ! นางจึงก้มมองดูว่ามันจะแห้งจริงมั้ย
พอมองดีๆ ตรงก้นอ่างมีเหมือนตาน้ำ แต่อาจต้องใช้เวลา วันนี้ครอบครัวนางกระหายน้ำจนดื่มกันคนละหลายอึก มันเลยลดลงมาก นางจะค่อยดูว่าใช้เวลาแค่ไหนน้ำถึงจะเต็มอ่าง
'แล้วน้ำในลำธารละ' เด็กหญิงเดินไปดูลำธาร
น้ำในลำธารใส นางลองเอามือตักขึ้นมาดื่ม
'ไม่เห็นรู้สึกแบบน้ำในอ่างเลยแต่ก็สดชื่นดีเหมือนกัน' นางสบัดน้ำออกจากมือ แต่พอน้ำโดนหญ้าบริเวณนั้นหญ้ากลับงาม แล้วตรงที่พวกนางอาบน้ำแล้วมีน้ำหยดลงพื้นดิน บริเวณนั้นหญ้าจะขึ้นงามกว่าที่อื่น
'หรือน้ำในลำธารจะเอาไว้รดผักผลไม้ ' โอเค แปลว่าน้ำทั้งสองที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างกัน แต่ว่านางจะไปหาผักผลไม้ที่ไหนมาปลูกกัน ตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนสู้กัน แล้วนางกับครอบครัวจะอยู่ในนี้ตลอดไปไม่ได้
เด็กหญิงเดินไปดูที่อ่างน้ำอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม 'สงสัยจะค่อยๆซึมออกมาแนเลย'
เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางจึงเดินเข้าไปในเต๊นท์แล้วล้มตัวนอนตามสมาชิกที่ตอนนี้แต่ละคนหลับกันเงียบ
หมิงเอ๋อกำลังหลับอย่างสบายก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน นางจึงลืมตาขึ้นดูว่าใครคุยกัน หรือถึงเวลาเปลี่ยนเวรที่ศูนย์อพยพหรือไงกัน
แต่พอลืมตาก็งุนงงว่าคนพวกนี้เป็นใคร ก่อนสมองจะปรับว่าเกิดอะไรขึ้น
ใช่แล้ว นางตายแล้วแล้วก็ได้ข้ามมิติมาอยู่ในยุคโบราณแห่งแค้วนฮัน ที่ตอนนี้กำลังเกินสงครามระหว่างแคว้น ทำให้ประชาชนต้องหนีตายทหารแคว้นเหลียงบุกที่ไหนก็จะเข่นฆ่าชาวบ้านอย่างไม่ปราณี แถมยังมีโจรชุกชุมอีกด้วย อะไรมันจะลำบากขนาดนี้ชีวิต
หมิงเอ๋อตื่นแล้วก็พับถุงนอนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปดูว่ามารดาและพี่ๆทำอะไรกัน
"ท่านแม่ทำอะไรอยู่เจ้าคะ"เด็กหญิงเดินไปนั้งข้างๆคนทั้งสาม ส่วนบิดาอุ้มหลีซานเดินเล่นรอบๆเต๊นท์
"แม่กำลังดูว่าเราจะก่อไฟได้เช่นไรเพื่อจะได้หุงหาอาหารนะแต่ไม่มีฟืนเลย"ด้วยอากาศในมิติกำลังเย็นสบาย ทำให้เมื่อคืนไม่ต้องก่อไฟแถมถุงนอนก็อุ่นดีด้วย แต่เช้านี้จำต้องก่อไฟแต่มองตรงไหนก็ไม่มีต้นไม้หรือขอนไม้ที่จะสามารถนำมาเป็นฟืนได้
"ไม่ต้องใช้ฟืนเจ้าคะ เดี๋ยวนะเจ้าค่ะ ลูกไปดูก่อนว่าเตาปิกนิกอยู่ไหน"พูดจบก็เดินไปที่มุมชั้นเก็บของ
"พี่ใหญ่เจ้าคะ มาช่วยข้าหยิบเตาหน่อยเจ้าคะ ข้าหยิบไม่ถึง"ด้วยขนาดตัวที่เล็ก แต่เตาปิกนิกวางอยู่ชั้นบน นางจึงหยิบไม่ถึง
"ชิ้นไหนหรือ?"
"ที่เป็นกล่องหิ้วสีนำเงินนะเจ้าค่ะ"หลัวหนิงเหม่ยเงยหน้ามองแล้วหยิบตามที่น้องสาวบอก
"ชิ้นนี้ใช่มั้ย?"แต่ด้วยพี่สาวก็ตัวโตกว่านางไม่มากจึงต้องไปหาเก้าอี้มาต่อขา
"ใช่เจ้าคะ..พี่ใหญ่หยิบห่อที่อยู่ในลังออกมา5,6ห่อเจ้าคะ เราจะเอามาต้มกิน"
เมื่อได้ของครบแล้วก็เดินกลับไปหามารดา
"เช้านี้เราจะต้มบะหมี่กันนะเจ้าคะ ออกไปทำข้างนอกดีกว่าเจ้าคะ"หลัวหมิงเอ๋อบอกกับทุกคน
พอทุกคนออกมาจากเต๊นท์ ก็มานั้งดูหมิงเอ๋อจุดเตา หมิงหลานที่เดินไปตักน้ำมาจากลำธารก็เอามาตั้งบนเตา
"พอน้ำเดือดท่านแม่ก็เทบะหมี่แห้งลงไปในหม้อเลยเจ้าคะ แล้วซีกหอเครื่องปรุงใส่ลงไป เพียงชั่งครู่ก็ได้กินแล้วเจ้าคะ"
แม่หลัวทำตามที่บุตรสาวคนเล็กบอก ไม่นานทั้งครอบครัวหลัวก็มานั้งล้อมวงกินบะหมี่รสชาติแปลก แต่อร่อย
"บะหมี่นี้รสชาติดีมาก "แม่หลัวเอ่ยปากบอกทุกคน
"ใช่เจ้าคะ..มีรสเผ็ดนิดๆแต่ก็อร่อย"หลัวหนิงเหม่ยถูกใจกับรสชาติของบะหมี่แกงกระหรี่เนื้อเป็นอย่างมาก
"ว่าแต่ แล้วเราจะออกไปจากที่นี้ได้เช่นไร เราจะอยู่ในนี้ตลอดไปไม่ได้นะหมิงเอ๋อ"พ่อหลัวถามบุตรสาว ในนี้มันก็ปลอดภัย แต่เขาก็ยังอยากรู้สถานการณ์โลกภายนอก
"เดี๋ยวลูกออกไปดูก่อนเจ้าคะ ว่าพวกโจรไปกันหรือยัง เพราะลูกสามารถหายตัวเข้ามาในนี้ได้หากเจอพวกโจร"เด็กสาวกำลังคิดว่าจะออกไปดูลาดเลาอยู่พอดี
แต่ก่อนที่นางจะออกไปก็เดินที่ตรงชั้นวางของแล้วมองหาอาวุธให้ตนเองและคนในครอบครัวไว้ป้องกันตัว นางเจอกระบองไฟฟ้า นางจึงเอามาเสียบไว้หลังเอวแล้วหยิบมีดเดินป่าขนาด12นิ้วที่เจ้าหน้าที่เอาไว้ตัดต้นไม้ที่รกให้บิดาถือ ส่วนพี่สาวทั้งสองนางให้ที่ช็อดไฟฟ้าของส่วนตัวนางในชาติที่แล้วและไม่ลืมบอกวิธีการใช้ ส่วนมารดานางให้ปืนไฟฟ้าที่พอยิงออกไปจะตัวชนวนไฟวิ่งออกไปถูกตัวแล้วมีกระแสไฟแรงสูงไปช็อดคู่ต่อสู้
เมือดูแล้วว่าทุกคนได้อาวุธครบนางก็หายตัวออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอก
คนบ้านหลัวเห็นว่าอยู่ๆบุตรสาวก็หายตัวไปก็ต่างตกใจ แถมยังสงสัยอีกว่า ในนี้ปลอดภัยแล้วหมิงเอ๋อทำไมต้องให้อาวุธพวกตนด้วย
ส่วนหมิงเอ๋อเมื่อหายตัวก็มาปรากฏตัวตรงที่เดิมที่หายไปเมื่อวาน นางค่อยๆเดินไปปากโพรงแล้วมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นใครก็เดินออกจากที่ซ่อน แล้วสำรวจทั่วบริเวณ จนมั่นใจว่าปลอดภัยนางจึงพาครอบครัวออกมา
แม่หลัวที่เอาผ้ามาผูกบุตรชายไว้กับอกเช่นเดิม เมื่อเห็นสถานที่รอบๆก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่เหมือนตอนอยู่ในมิติของบุตรสาว
ส่วนพ่อหลัวพอออกมาก็หันมองรอบๆอย่างระวังภัย
"ชาวบ้านหายไปไหนหมด"หนิงเหม่ยบุตรสาวคนโตเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เมื่อวานคนมีหลายสิบครอบครัว แต่วันนี้หายไปไหนหมด"หมิงหลานพูดเบาๆออกมา
"ลูกว่าเราต้องมีรถม้าแล้วเจ้าคะ เดินเท้าแบบนี้เราเสียเปรียบมาก"หมิงเอ๋อเสนอความคิด
"ไม่ใช่ว่าพ่อไม่คิด มารดาเจ้าเพิ่งคลอดน้อง แต่สถานการณ์มันหาซื้อยากนะลูก "พ่อหลัวตอบบุตรสาว ตอนที่จะหนีเขาพยายามทีจะหาซื้อรถม้าหรือวัวเทียนเกวียนเพราะสงสารภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตรชาย ไหนจะบุตรสาวทั้งสามอีก แต่ด้วยช่วงสงครามทำให้หาซื้อยาก ตลอดหลายวันที่หนีมาต่างต้องเดินเท้าไม่ได้หยุด จนเมื่อวานที่มีกลุ่มโจรเข้ามาปล้นทำให้กลุ่มอพยพแตกกระจายไปกันคนละทาง
"เช่นไรเราก็ต้องมีรถม้าเจ้าคะ เราจะได้ปลอดภัยอีกหน่อย"
"เมืองข้างหน้าอาจมี แต่อาจแพงกว่าปกติ"พ่อหลัวอธิบายให้บุตรสาวเข้าใจ
" แวะเลยเจ้าคะ ส่วนเรืองเงิน เดี๋ยวข้าหาทางเองเจ้าคะ"
เมื่อตกลงกันไปทุกคนก็ออกเดินทางโดยคอยมองระวังภัยอยู่ตลอดทาง
ระหว่างทางก็เห็นมีศพชาวบ้านนอนตายมากมายสร้างความหดหู่อย่างมาก
จนผ่านไปสองชัวยามครอบครัวหลัวก็มาถึงเมืองอี้เจิน
แต่ถูกทหารสั่งห้ามไม่ให้เข้าเมือง
"พวกเราแค่เข้าไปซื้อเสบียงเท่านั้นขอรับ ได้เสบียงแล้วก็จะรีบไปทันที เช่นไรพี่ชายก็ช่วยเหลือหน่อยนะขอรับ"พ่อหลัวพูดพร้อมหยิบอีแปะใส่มือทหารเฝ้าประตูเมือง
"ถ้าไม่ค้างคืนก็เข้าไปได้ แต่ข้าให้เวลาแค่หนึ่งชัวยามเท่านั้น ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าถูกจับแน"ทหารเฝ้าประตูเมือเห็นเหรียญในมือหลายอีแปะก็พอใจ ในช่วงสงครามเช่นนี้เงินทองถือว่ามีค่ามาก
