บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เช่นนั้นก็แค่ตาย (2)

ดวงตาของสุ่ยตัวตัววาววับ เซี่ยเวยออกรบตั้งแต่อายุสิบสี่ เป็นแม่ทัพในวัยสิบแปด เขาไม่เคยหาความสำราญกับเรือนร่างสตรีหรือชมชอบหญิงสาวคนใดเลยสักราย

หากหมอหญิงที่งดงามตรงหน้านางผู้นี้สามารถสั่นคลอนน้ำแข็งในใจของพี่ชายได้เพียงน้อยนิด นางก็ยินดีจะลองดูเพื่อลบคำสบประมาทของผู้คน ไม่เช่นนั้นแล้วผู้อื่นจะได้คิดว่าแม่ทัพเซี่ยเป็นโรคร้ายหรือไม่ก็คงเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อเป็นแน่

“โอ้โห พี่หญิงเมิ่งหลาน นี่เจ้างามกว่าสตรีเมืองหลวงเสียอีก ท่านพี่เซี่ยเก็บหงส์ป่าได้หรอกหรือ”

ซูเมิ่งหลานหลุบตามองต่ำ เสื้อผ้าของสุ่ยตัวตัวสวมได้พอดีนัก ทว่ากลับดูนุ่มนิ่มไม่เข้ากับบรรยากาศค่ายทหารไปสักหน่อย ไฉนลูกพี่ลูกน้องของแม่ทัพเซี่ยเวยคนนี้จึงเป็นมิตรกับคนที่เพิ่งพบเห็นจนน่าตกใจ นางคงไม่ได้มีแผนการใช่หรือไม่

“มาเถอะ ข้าจะพาท่านไปหาท่านพี่เซี่ย”

“ข้าขอไปพบเสี่ยวเป้ยก่อนได้หรือไม่”

“เจ้าเด็กปากดีคนนั้นหรือ ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ตอนนี้หลับไปแล้ว”

“จริงหรือ”

“ข้าจะหลอกท่านไปเพื่อสิ่งใด วางใจเถอะ สถานะของท่านทั้งสองได้รับการตรวจสอบแล้ว คนที่นี่ย่อมไม่รังแกผู้บริสุทธิ์”

ซูเมิ่งหลานโล่งใจ นางพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง แม้แรกเริ่มจะถูกเซี่ยเวยขู่เข็ญจนอกสั่นขวัญแขวน แต่ก็ดีกว่าระเหเร่ร่อนกันอยู่ด้านนอก ค่ายทหารยังมีหลังคาให้อาศัยบังน้ำค้างบังลมหนาว เช่นนั้นซูเมิ่งหลานจะยอมตอบแทนเขาด้วยการช่วยถอนพิษร้ายก็แล้วกัน

“ท่านพี่เซี่ย ข้าพาคนมาแล้วเจ้าค่ะ”

“เข้ามาเถอะ”

สุ่ยตัวตัวผลักซูเมิ่งหลานเข้ามาด้านในลำพัง ขาเสลาพันกันยุ่งจนเกือบล้มลง

“เอ๊ะ เหวอ…”

ก่อนจะล้มคะมำหน้าจุ่มพื้น คอเสื้อของนางก็ถูกหิ้วเอาไว้เสียก่อน ซูเมิ่งหลานใจเต้นครึกโครม หญิงสาวช้อนตามองอีกฝ่าย นัยน์ตาคมเข้มจับจ้องที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาด้วยความตกตะลึง

‘นางราวกับเป็นคนละคน’

ซูเมิ่งหลานยิ้มแห้งขอด “ท่านแม่ทัพ”

เซี่ยเวยหลุดจากภวังค์ เขาปล่อยคอเสื้อที่คว้าเอาไว้ออก ร่างระหงล้มลงฉับพลัน “โอ๊ย! ท่านจะปล่อยเหตุใดไม่บอกก่อนเจ้าคะ”

เซี่ยเวยแค่นเสียง เขาปรายตามอง

ซูเมิ่งหลานสะดุ้งโหยง สายตาของชายหนุ่มราวกับจะกระชากเอาดวงวิญญาณของนางออกมาอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านมองข้าเช่นนี้ได้อย่างไร”

“เจ้าคิดจะทำอะไร”

“ข้า…ข้าหรือ” ซูเมิ่งหลานชี้ปลายนิ้วเข้าหาตัวเอง นางไม่เข้าใจเลยสักนิด ทั้งที่เซี่ยเวยเรียกนางเข้ามาพบเอง ยังจะมาถามว่านางคิดทำสิ่งใด เป็นนางต่างหากที่ควรถามเขา ไล่นางไปอาบน้ำไม่พอยังจะให้เข้ามาพบในกระโจมดึก ๆ ดื่น ๆ

“อย่าคิดจะใช้ความงามล่อลวงข้า ว่ามา พิษในกายของข้าเจ้ารักษาได้จริงหรือไม่”

ซูเมิ่งหลานหน้าชาวาบ คนผู้นี้คงไม่เคยพบเห็นสตรี นางไปใช้ความงามล่อลวงเขาตั้งแต่เมื่อใด อยากจะเอามะเหงกลงหัวเขานัก หญิงสาวสลัดความคับข้องใจทิ้ง ซูเมิ่งหลานจะไม่ถือสาคนบ้าก็แล้วกัน

“แน่นอนว่าข้ารักษาได้ แต่ท่านต้องรับปากข้าหนึ่งเรื่องแลกกับการรักษาได้หรือไม่”

เซี่ยเวยตวัดตามองเข้ม “เจ้ามีสิทธิ์ใดมาต่อรองข้า แค่ไว้ชีวิตเจ้าก็นับว่าสมควรแล้ว”

ซูเมิ่งหลานพ่นลมขึ้นจมูก “ตกลงท่านจะรักษาหรือไม่หากไม่อยาก เช่นนั้นก็แค่ตาย”

“เจ้า!”

“พิษของท่านไม่ได้โดนมาสามวันเจ็ดวันนะเจ้าคะ นึกอยากจะถอนก็ถอนออกได้ทันที” ซูเมิ่งหลานตัดบท

“เช่นนั้นเจ้าจะบอกว่าข้าโดนพิษนี้มานานมากแล้ว”

“ก็ต้องให้ข้าตรวจดูจนแน่ใจก่อน”

“ได้ แต่หากเจ้าวินิจฉัยผิด ข้าจะดับลมหายใจของเจ้าเสีย”

“ตามใจท่าน หากไม่กลัวว่าจะโดนครหาว่าแม่ทัพรังแกราษฎร ท่านอยากฆ่าอย่างไรก็ฆ่าเลยเถอะ”

“ปากเก่งเสียด้วย อย่าชักช้า รีบเข้ามา”

เซี่ยเวยหย่อนกายลงนั่ง พลางยื่นแขนไปตรงหน้า ซูเมิ่งหลานยื่นปลายนิ้วเพื่อตรวจชีพจรของเขา คิ้วสวยเคลื่อนบรรจบกันช้า ๆ เซี่ยเวยสังเกตสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนาง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงอีกหลายส่วน

“ทำไม… บอกไม่ได้หรือ?”

ซูเมิ่งหลานขมวดคิ้วยุ่งเหยิง นางผ่อนลมหายใจก่อนจะส่ายหน้าอย่างเวทนา “นึกไม่ถึงว่าท่านจะโดนพิษตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา”

บรรยากาศภายในกระโจมเงียบงันลงเดี๋ยวนั้น เซี่ยเวยจ้องมองซูเมิ่งหลานตาไม่กะพริบ แม้แต่หมอหลวงก็ยังไม่รู้ว่าเขาโดนพิษอะไร ซ้ำยังวินิจฉัยไม่ได้ด้วยว่าพิษนี้โดนเมื่อใด

นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวบ้านป่าผู้หนึ่งเพียงจับชีพจรและสังเกตจากเลือดลมบนใบหน้าของเขาก็รู้ทันทีว่าพิษรักในกายของเขามีมาแต่กำเนิดแล้ว

‘นางไม่ธรรมดาจริงด้วย’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel