5 ข้อเสนอดี ๆ
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกฤตดนัยดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น และเมื่อบานประตูเปิดออก มาริสาก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้า แต่แววตาของเธอยังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
“ริสา เธอมาสายไปตั้ง 5 นาที” กฤตดนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะจับผิดทุกการกระทำ
“ขอโทษค่ะ วันนี้รถเมล์คนเยอะมาก” มาริสาตอบสวนกลับทันควัน เธอไม่แม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินตรงไปยังมุมห้องเพื่อหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำวัน ราวกับไม่สนใจสีหน้าฉุนเฉียวของอีกฝ่ายที่กำลังขุ่นมัวที่เธอไม่ยอมสบตา
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ฉันไปรับเธอสิ” เขาเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวคุณก็อ้างบุญคุณ ฉันขี้เกียจชดใช้” เธอปฏิเสธอย่างไม่ลังเล คำพูดของเธอราวกับมีดที่กรีดแทงลงไปในความหยิ่งทะนงของเขา
“หึ! ทำเป็นหยิ่ง” กฤตดนัยแค่นหัวเราะในลำคอ แต่เสียงบ่นของเขาไม่สามารถดึงความสนใจของมาริสาไปได้เลย เธอลงมือปัดกวาดเช็ดถูอย่างขะมักเขม้น โดยไม่สนใจสายตาคมกริบที่เฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหวของเธอ เขายกแก้วกาแฟขึ้นดื่มจนหมดอีกแก้ว ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
ไม่นานนัก กฤตดนัยก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่มาริสาอ่านไม่ออก เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอที่กำลังเช็ดกระจกอยู่ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น
“มานี่” เขาออกคำสั่งเสียงทุ้มต่ำ
“จะพาฉันไปไหน” มาริสาถามด้วยความตกใจ พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา
“ไปทานข้าวกับผม ผมหิว” เขาตอบสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“คุณก็ไปเองสิ ฉันไม่ว่างต้องทำงาน” เธอพยายามขัดขืน
“เดี๋ยวผมให้แม่บ้านมาทำ” เขาพูดอย่างไม่แยแส ก่อนจะออกแรงลากเธอให้เดินตามเขาไปอย่างไม่เต็มใจ มาริสาแทบจะถูกลากขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขา
“คุณจะทำอะไร อย่า...” เธอร้องห้ามเมื่อเขากำลังจะปิดประตูรถ
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่า” เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา
“คุณนี่หวงตัวขัดกับการแต่งตัวจังเลยนะ” คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
“ยังไง” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงกระด้าง
“ก็ดูคืนนั้นที่คุณแต่งตัวสิ” เขาหมายถึงชุดเดรสรัดรูปที่เธอสวมใส่ในคืนนั้น ที่มันช่างเร้าอารมณ์เขาเป็นอย่างมาก
“เพื่อนฉันขอให้แต่งหรอก อีกอย่างเป็นวันเกิดเพื่อน ฉันไม่อยากขัด” เธออธิบายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
กฤตดนัยไม่ตอบอะไร เขาขับรถพาเธอไปยังร้านอาหารหรูใจกลางเมือง บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความโรแมนติก แสงไฟสลัวๆ และเสียงดนตรีคลอเบาๆ ทำให้มาริสารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้มานั่งทานอาหารในสถานที่แบบนี้กับผู้ชายที่เธอเกลียดเข้าไส้
หลังจากทานอาหารเสร็จ เขาก็พาเธอไปดูหนัง ฟังเพลง ราวกับเป็นคู่รักที่กำลังออกเดตกัน มาริสารู้สึกสับสนในใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ บางครั้งเขาก็ดูร้ายกาจ บางครั้งเขาก็ดูอ่อนโยนจนเธออดใจอ่อนไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงคอนโดของเขา กฤตดนัยก็หันมาเผชิญหน้ากับเธอด้วยแววตาที่จริงจัง
“มาริสา ฉันมีข้อเสนอให้เธอ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ข้อเสนออะไรคะ” เธอถามด้วยความระแวง
“มาเป็นแฟนฉัน แล้วหนี้ทั้งหมดฉันจะยกให้” คำพูดของเขาทำให้มาริสาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดคำนี้ออกมา
“คุณพูดอะไรของคุณคะ”
“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก ผมจะจ้างคุณมาเป็นแฟนผม” เขาย้ำชัด
“และถ้าคุณยอมเป็นแฟนผม หนี้ห้าแสนของคุณก็จะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อยๆ”
มาริสารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะดูถูกเธอได้ถึงเพียงนี้
“คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันคะ”
“ผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นผู้หญิงประเภทไหน แต่ผมกำลังให้โอกาสคุณ” เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“เปลืองตัวแต่หนี้ลด เธอไม่เอารึไง” คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกโกรธจนตัวสั่น
“ฝันไปเถอะ” เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโมโห
“คิดดูให้ดีๆ นะริสา โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ” เขาย้ำเตือน
มาริสาไม่ตอบอะไร เธอเดินหนีเขาเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้ความสับสนและความโกรธเข้าครอบงำ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์นี้ เธอเกลียดเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ
กฤตดนัยยืนมองประตูห้องน้ำที่ปิดลงด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่ามาริสาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับข้อเสนอของเขา และเขาก็พร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือหัวใจของเธอ