บท
ตั้งค่า

Ep.4 เสียงเพลงจากไหน?

Ep.4 เสียงเพลงจากไหน?

ในงานดนตรีเพื่อการกุศล

เป็นงานดนตรีเล็กๆ ที่จัดขึ้นมา เพื่อนำเงินไปบริจากให้แก่เด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง

ณ ใจกลางเมือง ในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ถูกจัดอยู่ด้านนอกของร้าน ลูกค้าที่ชื่นชอบเสียงเพลงที่ร้องสดๆ ก็สามารถมานั่งทานอาหารและชมดนตรีเพลินๆไปด้วยได้

ได้ทั้งความเอร็ดอร่อย ได้ทั้งบรรยากาศอีกด้วย คุ้มจริงๆ

ช่วงเวลา 1 ทุ่ม และแล้วก็ถึงเวลาของการเล่นดนตรี โดยมี ท๊อปฟี่เป็นมือกลอง แสงเหนือเป็นมือกีตาร์และ ทานตะวันเป็นนักร้องนำ 3 คนนี้มักหาเวลาว่างไปช่วยหาเงินเพื่อรับบริจากให้กับเด็กๆเสมอ

ภายในงาน มีผู้คนที่ทานอาหาร แล้วมาชมดนตรีสดๆเยอะแยะไปหมด หน้าตาประดับประดาไปด้วยความสุข และรอยยิ้มที่ได้ชมดนตรี เพราะเสียงร้องนี้ ช่างไพเราะซะเหลือเกิน ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้มาร้องทุกวัน

ดนตรีได้บรรเลงมาเรื่อยๆ ผู้คนที่ชมการแสดงดนตรี ก็ต่างพากันมาบริจากเงิน เพื่อสนับสนุนเด็กๆ

อีกมุมหนึ่ง

“นายครับ นายจะจัดการกับเรื่องที่นายใหญ่ให้ไปทำตอนไหนครับ? ” แมกซ์ มือขวาของสก๊อตพูดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม

“ไม่น่าจะเกินสองสามวัน”

เพราะตอนนี้ สก๊อตได้เดินทางมาถึงที่หมายแล้ว ณ จังหวัดนครราชสีมานั้นเอง เขาและลูกน้องนั่งคุยงานอยู่ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง

แต่ในขณะที่ที่สก๊อตกับลูกน้องของเขากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่นั้น เสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆ จนมากระทบที่ใบหูของเขาและพวกลูกน้อง มาจากทางใดทางหนึ่ง

เสียงเพลง

'เหมือนว่าโลกของเราได้เปลี่ยนสีไป

มันสวยงามเกินกว่าจะพบได้ที่ใด

โอ เวลาดังหยุดเคลื่อนไหว

เมืองนี้ไม่เหงาอีกต่อไป

ต่อจากนี้ ฉันมีเธอ

เธออยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ข้างฉัน

ฉันไม่เคยแม้แต่ฝัน

ว่าจะได้พบเธอท่ามกลาง

คนทั้งเมืองมีเป็นล้าน

โดยไม่ต้องตามหาใคร

เมื่อเธอครอบครองฉัน…..'

“โห นักร้องเสียงเพราะจังงง!”

แซม มือซ้ายของสก๊อตกล่าวออกมาลอยๆ โดยลืมไปว่ากำลังนั่งคุยงานสำคัญอยู่ “ว่าไหมครับนาย? ” ไม่วายถามผู้เป็นนาย

“มึงมาทำงานหรือมาฟังเพลง! ไอ้แซม? ”

มาเฟียหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่มือซ้ายไม่ได้ตั้งใจฟังเขาพูดสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่หลงอยู่กับเสียงเพลง ไร้สาระ คิดแล้วก็โมโห

“มาฟังเพล เอ้ย มาทำงานสิครับนาย แฮร่ๆๆ”

มือซ้ายได้แต่หัวเราะแห้งๆ ให้กับความไม่ระวังปากของตัวเอง ที่หลุดพูดออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้ คิดแล้วก็โกรธ ‘ไอ้ปากไม่รักดีเอ๋ย’ จากนั้นเขาก็คุยงานกับผู้เป็นนายต่อ

อีกด้านหนึ่งของร้านอาหารหรู

พอการแสดงดนตรีได้จบลง ผู้คนต่างก็ปรบมือให้กับผู้แสดง ‘แปะๆๆๆ’ และต่างก็ขอบคุณที่มาแสดงให้ดู และให้ฟัง

หลังจากผ่านไป 15 นาที ผู้คนก็ทยอยกันกลับบ้าน ส่วนท๊อปฟี่ แสงเหนือ และทานตะวัน ก็พากันเก็บเครื่องดนตรีเตรียมกลับบ้าน

“โห เหนื่อยจัง แต่ก็สนุกดี มีความสุขมากๆเลยอ่ะ” ท๊อปฟี่ได้พูดบอกความรู้สึกกับเพื่อนๆ

“จริงแก เราได้รับเงินที่บริจาคมา ถือว่าค้อนข้างเยอะนะสำหรับฉัน ฉันรู้สึกมีความสุขมากเลยที่ได้ช่วยเหลือเด็กๆ” วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อย แต่ทานตะวันเธอก็มีความสุขมากๆ

“ฉันก็รู้สึกเหมือนพวกแก” แสงเหนือเธอก็เป็นอีกคนที่รู้สึกเช่นนั้น

จูจู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งสามคน แล้วบอกว่า

“น้องๆสนใจมาเล่นดนตรีสดที่ร้านพี่ไหมครับ? ”

“พี่พูดจริงๆ หรอคะ? ”

เป็นทานตะวันที่ถามไปแบบนั้น เพราะเธอรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ที่มีคนมาชวนไปเล่นดนตรีที่ร้าน

“จริงสิครับ เมื่อกี่ พวกน้องๆ เล่นดีมากๆเลยน่ะ และน้องก็ร้องเพลงเพราะมากๆ จนพี่นึกว่าน้องเป็นนักร้องจริงๆสะอีก”

ทั้งสามคนรู้สึกเขินเป็นอย่างมากกับคำชม จนต้องบิดกายไปมาเพื่อเเก้เขิน

“ขอบคุณน่ะค่ะ” ทั้งสามคน ยกมือไหว้และพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“งั้น นี่นามบัตรพี่น่ะ ว่างตอนไหนติดต่อมาได้เลย” ชายผู้นั้นหยิบนามบัตรให้กับทานตะวัน “อย่าลืมน่ะ”

“ได้ค่ะ” เสียงทั้งสามประสานกันออกมา อย่างพร้อมใจกัน

พอชายคนนั้นเดินจากไปได้สักพัก

"กรี๊ดดดดดด!!! โอ้วแม่เจ้า!!!"

ทั้งสามกรี๊ดร้องออกมาเสียงดัง ไม่สนใจคนที่อยู่แถวนั้น เพราะความดีใจที่มีคนมาชวนพาไปเล่นดนตรีสดที่ร้าน ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้

“หยุดดีใจสักแปบ ว่าแต่ตอนนี้กี่ทุ่มแล้วอ่ะ แกไม่รีบกลับใช่ไหมตะวัน? ” แสงเหนือถามทานตะวันอย่างจริงจัง

ที่ถามอย่างนั้น เพราะตากับยายของทานตะวันแกรักหลานคนนี้มาก และถ้าไปไหนแล้วกลับดึกดื่น พวกท่านจะเป็นห่วงมาก

“จริงด้วย ฉันลืมไปเลยว่าตอนนี้ดึกแล้ว มัวแต่สนุกจนลืมเวลา” เพราะตอนนี้เวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว ตากับยายของเธอต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ

“ฉันว่าพวกเรารีบกลับก่อนดีกว่า ฉันกลัวตากับยายเป็นห่วง ฉันไม่อยากให้พวกท่านรู้สึกไม่สบายใจน่ะ อีกอย่าง พวกท่านคงไม่ยอมให้ฉันไปไหนมาไหนดึกอีกแน่เลย”

“แต่เราต้องไปคุยกับร้านไม่ใช่หรอ? เพราะทางร้านว่าจะช่วยสนับสนุนเงินบริจากให้เด็กๆด้วย” ท๊อปฟี่กล่าว

“งั้นไม่ป็นไร เดี๋ยวฉันกับท๊อปฟี่จัดการเอง ส่วนแกไปก่อนก็ได้ ไปคนเดียวได้ใช่ไหม? ” เป็นแสงเหนือที่พูดเพื่อให้เพื่อนสบายใจ

“ได้สิ ขอบใจมากน่ะ งั้นฉันฝากพวกแกด้วยน่ะ ฉันไปก่อนล่ะ ไว้เจอกันน่ะ”

“ไว้เจอกันจ้า”

หลังจากที่บอกลาเพื่อนๆเสร็จ ทานตะวันก็รีบใส่เกียร์ม้าวิ่งไปอย่างไว เร็วราวกับแสงสาดส่อง เพราะคิดว่าตากับยายคงยังไม่นอน ถ้าเธอยังไม่กลับบ้าน

ตุบบบ!

“…..”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel