บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 [2/2]

หลังจากนั้นเอแคลร์ก็บังเอิญเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ที่มีป้ายประกาศรับสมัครพนักงานติดอยู่หน้าประตู เอแคลร์เดินเข้าไปสอบถามในทันที พนักงานประจำร้านจึงเรียกผู้จัดการมาพูดคุยด้วย

คราวนี้การสัมภาษณ์ใช้เวลาไม่นานนัก ผู้จัดการถามถึงเวลาว่างและความสะดวกในการทำงานเป็นกะ ก่อนแจ้งว่าอาจต้องฝึกงานหลายวัน และจัดตารางให้ตรงกับความต้องการของร้าน

“ถ้าต้องทำกะดึกเป็นบางวัน น้องไหวไหม”

“กะดึกถึงกี่โมงคะ” เอแคลร์ชะงักไปเล็กน้อย

“บางวันก็เที่ยงคืน บางวันตีสอง ขึ้นอยู่กับตารางงาน”

“ฉันยังเรียนอยู่ค่ะ ถ้าต้องเลิกดึกขนาดนั้น ฉันอาจเดินทางกลับห้องไม่สะดวก” เธอก้มมองมือของตัวเอง ก่อนตอบตามตรง

“งั้นคงต้องรอรอบหน้าละกันนะ ถ้ามีกะที่เหมาะกับน้องมากกว่านี้ พี่จะติดต่อไป” ผู้จัดการพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เอแคลร์ยิ้มรับ แม้จะรู้ดีคำว่าจะติดต่อไป อาจไม่ได้หมายความว่าจะมีการติดต่อเกิดขึ้นจริง หลังจากเดินออกมาจากร้านหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะยกมือถือขึ้นดูเวลา

เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว…

เธอยังต้องไปเรียนในช่วงบ่าย และยังมีร้านกาแฟอีกแห่งที่ต้องไปสอบถาม เอแคลร์เดินไปยังป้ายรถประจำทาง พลางเปิดสมุดจดบันทึกตำแหน่งงานที่สมัครไว้ ข้างชื่อร้านสะดวกซื้อเธอเขียนเพิ่มว่า

เวลางานไม่ตรงกับตารางเรียน

ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ต้องการ เธอต้องหางานที่เหมาะกับตัวเองให้ได้ ไม่ใช่รับทุกอย่างเพียงเพราะกลัวว่าจะไม่มีเงิน หากเธอเสียการเรียนไปด้วย เธอก็จะยิ่งไม่มีทางเลือกในอนาคต เอแคลร์เก็บสมุดลงกระเป๋า ก่อนก้าวขึ้นรถประจำทางที่เพิ่งมาถึง

วันนี้ยังไม่จบ เธอยังต้องพยายามต่อไป…

ช่วงบ่ายห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษา เอแคลร์นั่งอยู่แถวกลาง พลางเปิดสมุดจดเลกเชอร์และพยายามตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายเนื้อหา แต่ความคิดกลับลอยไปถึงรายการค่าใช้จ่ายที่เธอเขียนไว้เมื่อคืนเป็นระยะ

คำว่าหนึ่งสัปดาห์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด เธอมีเวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่วัน ก่อนถึงกำหนดที่ซ่งเฮ่อเทียนขีดเส้นตายเอาไว้ ถึงแม้จะยังไม่รู้จำนวนเงินที่ต้องจ่าย แต่เธอก็ไม่อาจทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

“เอแคลร์”

เสียงเรียกจากด้านข้างทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ภาคิน ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ เอียงหน้ามองสมุดจดที่มีลายมือเรียบร้อยเต็มหน้า ก่อนขมวดคิ้ว

“เธอจดอะไรอยู่เนี่ย อาจารย์เพิ่งพูดไปเมื่อกี้เองนะ”

เอแคลร์กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรีบก้มลงมองสมุดของตัวเอง เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเขียนข้อความเดิมซ้ำอยู่มุมกระดาษหลายครั้ง

หางาน

หาเงิน

ต้องหาทาง

“ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดเรื่องอื่นนิดหน่อย” หญิงสาวรีบปิดสมุดทันที

“ช่วงนี้เธอดูเหนื่อย ๆ นะ เมื่อวานก็เหมือนไม่ค่อยได้นอน วันนี้ยังมานั่งเหม่ออีก” ภาคินมองเธออย่างไม่เชื่อนัก

“ช่วงนี้ฉันนอนดึกนิดหน่อยน่ะ”

“อ่านหนังสือเหรอ”

“ประมาณนั้น”

“ดื่มน้ำหน่อย เดี๋ยวปวดหัว”

ภาคินไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขาเพียงพยักหน้าก่อนเลื่อนขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้หญิงสาว

“ขอบใจนะ” เอแคลร์มองขวดน้ำ ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ

“ไม่เป็นไร”

เขาหันกลับไปสนใจการสอนต่อ แต่ก่อนที่อาจารย์จะเริ่มอธิบายหัวข้อถัดไป ภาคินก็เลื่อนกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กมาให้เธอ บนกระดาษมีข้อความเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ

ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ

เอแคลร์อ่านอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ ไม่ใช่เพราะข้อความนั้นพิเศษอะไร แต่เป็นเพราะตั้งแต่เรื่องในวันนั้น เธอเพิ่งได้รับความห่วงใยจากคนอื่นโดยไม่ต้องร้องขอเป็นครั้งแรก เธอหยิบปากกาขึ้นมาเขียนตอบกลับทันที

ขอบใจมากนะ แต่ตอนนี้ฉันจัดการได้จริง ๆ

จากนั้นก็เลื่อนกระดาษคืนให้เขา ภาคินอ่านข้อความก่อนหันมามองเธอ เขาไม่ได้พูดว่าเธอโกหก ไม่ได้บอกว่าเธอดูไม่เหมือนคนที่จัดการทุกอย่างได้ เขาเพียงยิ้มให้เล็กน้อยแล้วหันกลับไปเรียนต่อ

เอแคลร์ก้มมองกระดาษในมืออีกครั้ง ก่อนพับมันเก็บไว้ในช่องเล็ก ๆ ของสมุดจด บางทีการมีใครสักคนที่พร้อมรับฟังก็เป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ใครฟัง

เธอไม่อยากให้ภาคินต้องเข้ามาพัวพันกับปัญหาของเธอ และไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใคร เพียงเพราะไม่สามารถยืนด้วยตัวเองได้

เธอจะบอกเขาเมื่อถึงเวลาที่พร้อม

ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือเรียนให้จบคาบ แล้วรีบไปสมัครงานอีกแห่งหนึ่ง เอแคลร์เงยหน้าขึ้นตั้งใจฟังอาจารย์อีกครั้ง แม้ชีวิตส่วนตัวจะกำลังพังทลาย แต่เธอก็จะไม่ปล่อยให้อนาคตของตัวเองพังตามไปด้วย

เย็นวันนั้น เอแคลร์เดินออกจากมหาวิทยาลัยพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เธอไปสอบถามงานที่ร้านกาแฟอีกแห่งหนึ่ง และได้คำตอบว่าให้รอการติดต่อกลับเช่นเดียวกับที่อื่น

แม้จะผิดหวัง แต่เธอก็ยังเดินทางไปยังร้านถ่ายเอกสารใกล้หอพักนักศึกษา เพื่อสอบถามตำแหน่งพนักงานชั่วคราว เจ้าของร้านบอกว่าต้องการคนช่วยจัดเอกสารและพิมพ์งานในช่วงเย็น โดยจะจ่ายค่าแรงเป็นรายชั่วโมง

จำนวนเงินไม่ได้มากนัก แต่เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น ๆ ที่เธอมีอยู่ในเวลานี้ งานดังกล่าวกลับดูเป็นไปได้มากที่สุด

“ฉันเริ่มงานได้วันไหนคะ”

“ถ้าว่างพรุ่งนี้ก็มาได้เลยนะ ช่วงเย็นลูกค้าเยอะ ต้องช่วยรับงานกับจัดเอกสารด้วย” เจ้าของร้านเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์

“ได้ค่ะ ฉันว่างหลังเลิกเรียนพอดี”

“งั้นเอาเบอร์โทรไว้ เดี๋ยวพี่ส่งตารางงานให้”

เอแคลร์รีบจดเบอร์โทรศัพท์ลงในกระดาษที่เจ้าของร้านยื่นให้ โดยไม่ลืมยกมือไหว้ขอบคุณเขาซ้ำ ๆ หลังจากเดินออกมาจากร้าน เธอรู้สึกว่าแรงกดทับบนหน้าอกเบาบางลงเล็กน้อย

อย่างน้อยก็มีงานหนึ่งที่เธอพอจะเริ่มทำได้ รายได้จากร้านถ่ายเอกสารอาจไม่มากพอสำหรับหนี้ก้อนใหญ่ แต่จะช่วยให้เธอมีเงินซื้ออาหาร จ่ายค่าเดินทาง และประคองตัวเองให้ผ่านแต่ละวันไปได้

เธอไม่อาจใช้ชีวิตโดยคิดถึงแต่เงินยี่สิบล้านตลอดเวลา ก่อนจะหาทางจัดการหนี้ เธอต้องทำให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อได้เสียก่อน

เอแคลร์ตัดสินใจแวะซื้อข้าวกล่องราคาประหยัด จากร้านอาหารข้างทางก่อนเดินกลับห้องเช่า ระหว่างทางเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ ไม่มีสายที่ไม่ได้รับจากแม่ ไม่มีข้อความจากพ่อ ไม่มีแม้แต่คำถามจากพิมพ์ว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

หญิงสาวก้มมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนปิดมันลง ความหวังที่ครอบครัวจะติดต่อกลับมาค่อย ๆ ลดน้อยลงในทุกชั่วโมงที่ผ่านไป

แต่เธอก็ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองยืนรออยู่ที่เดิมได้อีกแล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel