หงส์ทวงปีก

150.0K · จบแล้ว
BigM00N
66
บท
5.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เพราะความไว้ใจ นางจึงถูกบิดาและน้องสาวต่างมารดาช่วงชิงทุกสิ่งไป ทั้งทรัพย์สิน ชื่อเสียง อำนาจ ถูกถอนขนเด็ดปีกจนพลาดมงกุฎหงส์ ต้องสิ้นชีพด้วยความแค้นใจ เกิดใหม่ชาตินี้ ทุกสิ่งที่นางเคยถูกช่วงชิงไป นางจะขอทวงคืน… ชาติที่แล้วเพียงเพราะต้องการความรักจากบิดา นางจึงยอมตามใจเขาทุกสิ่ง แบ่งปันและเสียสละ ผลสุดท้ายนางถูกแย่งชิง ถูกใส่ความและถูกหักหลัง สูญสิ้นทุกสิ่งไม่เหลือแม้แต่ชีวิต เมื่อได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ ทุกสิ่งที่นางเคยสูญเสียไปในชาติที่แล้ว ทั้งทรัพย์สิน ชื่อเสียง และตำแหน่งฮองเฮาที่ควรจะเป็นของนาง นางจะทวงคืนกลับมาให้หมด

นิยายจีนโบราณแม่ทัพฮองเฮานางเอกเก่งแก้แค้นจีนโบราณกลอุบายในวังผู้สืบทอด

บทที่ 1 ความโง่เขลาในชาติก่อน

สายลมอันเหน็บหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่ไม่มีสิ่งใดปกปิดทำให้ซูหรงหรงขดร่างกายอันผอมบางของนางมากยิ่งขึ้น สายตาอันพร่าเลือนของนางจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า เนื้อตัวอันสั่นเทาของนางทำให้คนที่กำลังยืนจ้องมองนางอยู่อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้

“พี่หญิง ท่านคงคิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ที่คนอย่างท่านต้องตกต่ำอยู่ในสภาพย่ำแย่เยี่ยงนี้ใช่หรือไม่”

ซูเถียนเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนทำให้คนที่กำลังขดกายอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองซูเถียนเถียนที่ในยามนี้ถูกห่อคลุมด้วยเสื้อคลุมกันลมสีเหลืองทอง ปักดิ้นเงินดิ้นทองด้วยลายหงส์อย่างประณีต ใบหน้างามถูกประทินโฉมอย่างบางเบา บนศีรษะเกล้าผมอย่างงดงาม นอกจากปิ่นระย้าอันวิจิตรแล้วนางยังมีปิ่นหงส์ที่แสดงถึงฐานะองค์ฮองเฮาประดับอยู่บนมวยผม

ซูเถียนเถียนจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของซูหรงหรงแล้วก็หัวเราะออกมา

“ข้างดงามหรือไม่พี่หญิง ตำแหน่งฮองเฮาของข้าคงจะทำให้ท่านรู้สึกริษยาอยู่ไม่น้อยเลยสินะเจ้าคะ”

คำถามของซูเถียนเถียนทำให้ซูหรงหรงพยักหน้า

“ก็นับว่างดงามดี แต่ข้ากลับไม่ริษยาเจ้า”

ซูหรงหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า ในใจก็คิดว่าเมื่อไหร่ซูเถียนเถียนและคนของนางจะจากไปได้เสียที

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพี่หญิงจะไม่ริษยาข้า ตำแหน่งนี้เดิมทีฝ่าบาทตั้งพระทัยจะมอบให้ท่าน แต่เป็นเพราะชื่อเสียงอันด่างพร้อยของท่าน อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาที่แม้ว่าฝ่าบาทจะทรงไม่เชื่อแต่ก็ไม่อาจจะหาหลักฐานมาโต้แย้งได้ ยามนี้พี่หญิงจึงคว้าไม่ได้เลยแม้สักตำแหน่ง แถมยังต้องถูกส่งตัวมาอยู่ในตำหนักเย็นอันเปลี่ยวร้างเช่นนี้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางยกฝ่ามืออันเรียวงามขึ้นไปลูบคลำปิ่นปักผมที่นางเพิ่งจะได้รับพระราชทานแล้วยิ้มออกมา

ซูหรงหรงจ้องมองการกระทำของนางด้วยสายตาอันเย็นชา แต่แล้วสายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นชายเสื้อคลุมกันลมอันคุ้นตา ดวงตาที่ยังคงอ่อนแสงของนางจึงพลันสว่างวาบขึ้นมา

“เจ้าภูมิใจนักหรือที่ใส่ร้ายข้าได้ หากไม่ใช่เพราะความลำเอียงของท่านพ่อ เจ้าจะสามารถใส่ความข้าได้อย่างไร้ที่ติเช่นนี้หรือ”

คำพูดของซูหรงหรงทำให้ซูเถียนเถียนแค่นหัวเราะแล้วย่อกายลง ยื่นฝ่ามืออันเรียวงามของนางไปบีบปลายคางอันซูบผอมของซูหรงหรงด้วยความสาแก่ใจ ใบหน้าที่ถูกกรีดจนเสียโฉมของซูหรงหรงทำให้นางหัวเราะออกมา

“ลำเอียงเช่นนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าต้องชดเชยให้ข้า หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อถูกบีบบังคับให้แต่งงาน มีหรือที่ข้าจะต้องกลายเป็นลูกนอกสมรสที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกมานานหลายปี ในขณะที่พวกเจ้าสองพี่น้องกลับเสพสุขอยู่ในจวน ในฐานะคุณหนูและคุณชายสายตรงของจวนหย่งอันโหว”

คำพูดของซูเถียนเถียนทำให้ซูหรงหรงหัวเราะออกมาเบาๆ

“ชดเชยเช่นนั้นหรือ ซูเถียนเถียน หากไม่ใช่เพราะข้าเห็นแก่ความเป็นพี่น้องคงไม่ยินยอมให้ท่านพ่อรับตัวพวกเจ้าสองแม่ลูกเข้ามาในจวน ยามที่เจ้าอยากได้สิ่งใดข้าก็ไม่เคยขัด เจ้าอยากให้ข้าช่วยสอนเจ้าคัดลายมือ วาดภาพ ดีดพิณ ข้าล้วนไม่เคยเกี่ยงงอน แม้กระทั่งงานปักของข้าที่เจ้าขโมยไปในตอนคัดเลือกพระชายา ข้าก็ไม่เคยเปิดโปงเจ้า”

ถ้อยคำประโยคนี้ของซูหรงหรงทำให้ซูเถียนเถียนหัวเราะออกมาเบาๆ

“นั่นเพราะเจ้าโง่เขลา คิดดูแคลนข้าที่เป็นบุตรสาวของอนุ เจ้าคิดว่าต่อให้ข้าได้รับเลือกเข้าตำหนักบูรพาก็ไม่มีทางเอาชนะสตรีที่มีสัญญาหมั้นหมายมาตั้งแต่วัยเยาว์เช่นเจ้าได้ แล้วเป็นอย่างไรเล่า เจ้าทำของหมั้นที่ฝ่าบาทเคยประทานให้ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งไท่จื่อหายไป ข้าจึงฉวยโอกาสนี้ผลักดันตนเองจนได้เป็นไท่จื่อเฟย ส่วนเจ้าเป็นได้แค่เพียงเหลียงตี้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางหัวเราะออกมา ส่วนซูหรงหรงก็แค่เพียงแค่นยิ้มออกมาด้วยใบหน้าเย้ยหยัน

“ข้าโง่เขลาจริงๆ นั่นแหละ โง่เขลาที่ไว้วางใจคนเช่นเจ้า โง่เขลาที่คิดว่าขอแค่เพียงข้าเชื่อฟังท่านพ่อ เขาจะหันมารักข้าบ้างสักครั้ง”

นางกลืนน้ำลายพลางเอ่ยต่อด้วยความเจ็บแค้น

“ข้าโง่เขลาที่ไม่ระแวดระวัง ปล่อยให้ท่านพ่อกลืนกินอำนาจทางการทหารของท่านตาและยักยอกสินเดิมของข้าไปมอบให้เจ้า ส่วนเจ้าก็ขโมยทั้งชื่อเสียง ผลงาน รวมไปถึงเส้นสายที่ท่านแม่ของข้าทิ้งเอาไว้ให้ผลักดันจนตัวเจ้าก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา หลังจากนั้นทั้งท่านพ่อและเจ้าก็ร่วมมือกันใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของข้า บีบให้ข้าสิ้นไร้หนทางรอดชีวิต”

ซูหรงหรงเอ่ยพลางเหลือบไปมองชายเสื้อคลุมสีเหลืองสดแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “สิ่งที่ข้าโง่เขลามากที่สุดก็คือคิดว่าความรักที่ข้ามีต่อฝ่าบาทจะช่วยทำให้ข้ารอดพ้นจากทุกสิ่งที่เจ้าและท่านพ่อกระทำได้”

คำพูดของซูหรงหรงทำให้เจ้าของเสื้อคลุมสีเหลืองเผยร่างออกมา การปรากฏตัวของเขาทำให้ซูเถียนเถียนที่หันไปมองถึงกับผงะร่างถอยมาทางด้านหลัง จนเกือบจะเหยียบลงมาบนนิ้วมือที่ซูบซีดของซูหรงหรง โชคดีที่ซูหรงหรงเลื่อนมือหลบออกมาทัน

“ฝ่าบาท” ซูเถียนเถียนเอ่ยออกมาพลางรีบคุกเข่าลง ใบหน้าอันงดงามของนางมีน้ำตาไหลรินลงมาแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ

“หม่อมฉันเห็นว่าวันนี้อากาศหนาวเย็นจึงนึกเป็นห่วงพี่หญิง คิดไม่ถึงว่าพอมาถึงนางไม่เพียงตัดพ้อต่อว่าหม่อมฉัน แต่ยังลุกลามไปถึงฝ่าบาทด้วย”

หากเซียวเทียนเช่อไม่ได้ยืนฟังคำพูดก่อนหน้านี้ของนางและซูหรงหรงมาก่อน เขาก็คงจะหลงเชื่อคำพูดของซูเถียนเถียนไปแล้ว เขาละสายตาจากใบหน้าน้อยอกน้อยใจของซูเถียนเถียนแล้วหันไปจ้องมองร่างกายอันบอบช้ำของซูหรงหรง

“หรงหรง”

เสียงอันสั่นพร่าของเซียวเทียนเช่อทำให้ในใจของซูหรงหรงพลันเกิดความหวังขึ้นมา แม้ว่าความรักใคร่ที่เคยมีต่อกันจะเจือจางลงไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรนางกับเขาก็เคยถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันจนเติบใหญ่ นางจึงคาดหวังว่าเซียวเทียนเช่อจะเห็นแก่ที่เคยเป็นสหายร่วมเรียนมาด้วยกัน ช่วยให้นางรอดพ้นจากวิกฤตในยามนี้ไปได้

“ฝ่าบาททรงตั้งพระทัยจะเสด็จมาบอกข่าวร้ายกับพี่หญิงเรื่องการตายของหรงเจ๋อใช่ไหมเพคะ เมื่อครู่นี้หม่อมฉันตั้งใจจะบอกกับนางแล้วแต่นางหาเรื่องทะเลาะกับหม่อมฉันเสียก่อน หม่อมฉันจึงยังไม่ได้บอกนาง”

คำพูดของซูเถียนเถียนทำให้ทั้งเซียวเทียนเช่อและซูหรงหรงนิ่งงันไป

“พี่หญิงเรื่องนี้พี่หญิงจะโทษฝ่าบาทไม่ได้นะเพคะ เป็นเพราะความโง่เขลาของหรงเจ๋อที่คิดว่าจะสามารถใช้วรยุทธ์ดุจแมวสามขาของเขาบุกเข้าวังหลวงมาช่วยพี่หญิงได้”

ซูเถียนเถียนเอ่ยพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดริมฝีปากแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“สุดท้ายหรงเจ๋อก็เลยถูกลูกธนูขององครักษ์หลวงทำให้เขาสิ้นชีพ โชคดีที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาไม่ถือสาการกระทำของเขา ไม่เช่นนั้นจวนหย่งอันโหวของพวกเราก็คงจะได้รับโทษเพราะการกระทำอันอุกอาจของหรงเจ๋อไปแล้ว”

คำพูดของซูเถียนเถียนและสีหน้าของเซียวเทียนเช่อทำให้ซูหรงหรงกระอักโลหิตออกมาในทันที

“เจ้าน้องโง่” ซูหรงหรงพึมพำออกมา

เซียวเทียนเช่อตั้งใจจะทรุดร่างมาดูอาการของนาง แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของซูหรงหรง ทำให้เขายืนจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเพียงเท่านั้น

“ข้าเคยคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านพ่อ ต่อให้ท่านพ่อลำเอียงรักใคร่แค่เพียงเจ้า ท่านพ่อก็ไม่มีทางปล่อยให้เขาตาย คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายเขาต้องมาตายเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือข้า”

ซูหรงหรงเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา หยาดโลหิตที่ไหลลงมาจากริมฝีปากของนางทำให้สีหน้าของเซียวเทียนเช่อพลันมืดมนลงไป

“ปี้เถา เจ้ารีบเข้าไปดูแลนายหญิงของเจ้า ข้าจะส่งแพทย์หลวงมาดูอาการของนาง”

เมื่อเอ่ยจบเขาก็ถอดเสื้อคลุมกันลมที่ปักลวดลายมังกรของตนเองออกแล้วนำมาคลุมร่างของซูหรงหรงเอาไว้ ความอ่อนโยนของเขาทำให้ซูเถียนเถียนกำฝ่ามือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่ซูหรงหรงกลับยังคงมีสีหน้าเลื่อนลอยอยู่เช่นเดิม

“ฮองเฮาเจ้าจงตามข้ามาเถิด มีหลายเรื่องที่พวกเราต้องคิดบัญชีกัน” เมื่อเอ่ยจบเขาก็ส่งสายตาที่ทำให้ซูเถียนเถียนไม่กล้าขัดขืน หลังจากที่เซียวเทียนเช่อและซูเถียนเถียนเดินออกไป ปี้เถาก็รีบเข้าไปช่วยประคองร่างของซูหรงหรงขึ้นมาจากพื้นในทันที