บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ส่งผิดโลกแล้วกล่าวขอโทษก็จบหรือ!!

บทที่ 1 ส่งผิดโลกแล้วกล่าวขอโทษก็จบหรือ!!

ก่อนตาย หลินเสี่ยวเถียนเคยคิดว่า หากวันหนึ่งชีวิตต้องจบลง อย่างน้อยนางควรทิ้งถ้อยคำสุดท้ายที่ลึกซึ้งเอาไว้สักประโยค

อย่างเช่น...

“ชีวิตนี้ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจแล้ว”

หรือไม่ก็...

“ฝากดูแลครอบครัวของฉันด้วย”

แต่เมื่อมวลน้ำสีโคลนพัดทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านทดลอง และโรงเรือนเพาะพันธุ์ด้านหลังเริ่มพังถล่ม ถ้อยคำสุดท้ายที่นักวิจัยด้านเมล็ดพันธุ์วัยยี่สิบเก้าตะโกนออกไปกลับเป็น

“เด็กยังติดอยู่ในโรงเรือน! ใครก็ได้เอาเชือกมาเร็ว!”

เสียงฝนกระหน่ำ เสียงไม้หัก และเสียงผู้คนร้องตะโกนดังปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเสียงใดเป็นเสียงใด กระแสน้ำสูงเกือบถึงอก น้ำเชี่ยวกรากจนคนที่ยืนไม่มั่นคงอาจถูกพัดหายไปในพริบตา หลินเสี่ยวเถียนใช้เชือกผูกรอบเอว ฝ่ากระแสน้ำกลับเข้าไปในโรงเรือนซึ่งกำลังเอียงลงทีละน้อย เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบติดอยู่ใต้โต๊ะไม้ ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ริมฝีปากซีดขาว มือเล็กทั้งสองข้างกอดขาโต๊ะไว้แน่น เด็กคนนี้เธอจำได้ว่าเป็นลูกสาวของคนงานใหม่ที่เพิ่งมา

“พี่สาว...หนูกลัว!”

“ไม่ต้องกลัว! มองพี่ไว้!”

หลินเสี่ยวเถียนกัดฟันผลักชั้นวางเมล็ดพันธุ์ซึ่งล้มขวางทางออก ก่อนเอื้อมมือไปหาเด็ก

“ส่งมือมา!”

“แต่น้ำ...”

“มองหน้าพี่ อย่ามองน้ำ! เราจะออกไปพร้อมกัน!”

เด็กหญิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยมือจากขาโต๊ะแล้วคว้ามือนางไว้ หลินเสี่ยวเถียนดึงเด็กเข้ามากอด ใช้ร่างของตนบังกิ่งไม้กับเศษกระเบื้องที่ลอยมากับน้ำ จากนั้นตะโกนให้คนด้านนอกดึงเชือก เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ถูกลากออกมาถึงบริเวณปลอดภัย

หลินเสี่ยวเถียนส่งเด็กให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ริมฝีปากเพิ่งคลี่ยิ้มด้วยความโล่งอก เสียงแตกร้าวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เธอหันกลับไปมอง เสาเหล็กของโรงเรือนซึ่งถูกน้ำกัดเซาะกำลังล้มลงมา!

“เสี่ยวเถียน หลบ!”

เธอพยายามกระโดดออกจากแนว แต่พื้นใต้เท้าพังลงก่อน ร่างทั้งร่างเสียหลัก ถูกกระแสน้ำซัดเข้าหาโครงเหล็กอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นผ่านแผ่นหลัง ลมหายใจขาดห้วง เสียงรอบตัวค่อย ๆ ไกลออกไป ภาพสุดท้ายที่หลินเสี่ยวเถียนเห็นคือเด็กหญิงคนนั้นปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนมารดา เธออยากถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ไม่มีแรงเหลือพอ

‘ก็ดี...อย่างน้อยช่วยไว้ได้หนึ่งคน’

จากนั้นทุกอย่างดับวูบลง

--------------

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง หลินเสี่ยวเถียนกลับพบว่าตนยืนอยู่ในห้องโถงสีขาวกว้างสุดสายตา โต๊ะทำงานหลายร้อยตัวเรียงเป็นแถวยาว บนโต๊ะแต่ละตัวเต็มไปด้วยม้วนเอกสาร เจ้าหน้าที่ในชุดขาวก้มหน้าก้มตาประทับตรากันมือเป็นระวิง ส่วนวิญญาณจำนวนมากยืนต่อแถวรอเรียกชื่อ บางคนร้องไห้ บางคนยังทำหน้าไม่เชื่อว่าตนตายแล้ว บางคนยืนเถียงกับเจ้าหน้าที่ว่าอายุในเอกสารไม่ตรงกับอายุจริง บรรยายกาศนั้นเหมือนการไปสถานที่ราชการของโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น ...เหนือห้องโถงมีป้ายไม้ขนาดใหญ่ เขียนอักษรสีทองว่า

“กองทะเบียนเกิดใหม่ แผนกจัดสรรชะตากรรม”

หลินเสี่ยวเถียนก้มมองตัวเอง ไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือด และไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเสื้อผ้ายังอยู่ครบ ขาดแต่รองเท้าที่หลุดหายไป ดีเหมือนกัน ตายตั้งแต่อายุยี่สิบเก้าก็น่าเสียดายพอแล้ว หากต้องมายืนเปลือยต่อหน้าวิญญาณนับพันอีก คงเป็นการตายที่ขาดทุนเกินไป

“หลินเสี่ยวเถียน! หมายเลขวิญญาณสองแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยหกสิบสอง!”

เสียงหนึ่งเรียกขึ้นจากโต๊ะด้านหน้า หญิงสาวเดินตามเสียงไป พบเจ้าหน้าที่หนุ่มใบหน้าขาวซีดนั่งอยู่หลังม้วนเอกสารกองสูงจนแทบมองไม่เห็นศีรษะ เขาดึงม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา คลี่อ่านอย่างรวดเร็ว

“หลินเสี่ยวเถียน อายุยี่สิบเก้าปี เสียชีวิตขณะช่วยผู้ประสบภัย มีคุณความดีสะสมจากการพัฒนาเมล็ดพันธุ์เพื่อเกษตรกรจำนวนมาก ได้รับสิทธิ์เกิดใหม่ในโลกบำเพ็ญเพียร...”

หลินเสี่ยวเถียนตั้งใจฟังขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่ก้มอ่านต่อ

“ปลายทาง สำนักเมฆาคราม ฐานะบุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสำนัก มีเรือนพักสิบหลัง คนรับใช้หนึ่งร้อยยี่สิบคน สัตว์อสูรประจำกายหนึ่งตัว เส้นลมปราณระดับสวรรค์ และทรัพย์สินส่วนตัวร้อยหีบใหญ่”

ดวงตาของเธอค่อย ๆ เป็นประกาย ชาติที่แล้ว เธอทำงานในโรงเรือนมากกว่าอยู่บ้าน เงินเดือนครึ่งหนึ่งส่งให้บิดามารดา อีกครึ่งหนึ่งเมล็ดพันธ์ต่างๆ ไหนจะซื้ออุปกรณ์ทดลองและจ่ายหนี้บ้าน การพักผ่อนยาวที่สุดคือสามวันในช่วงไข้หวัดใหญ่ หากชาติหน้าจะได้เกิดเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่ง มีคนรับใช้ร้อยกว่าคนคอยดูแล มีทรัพย์สินมากมายจนนับไม่ไหว นับว่าสวรรค์ยังพอมีความยุติธรรมอยู่บ้าง

แต่เดี๋ยวก่อน ด้วยความที่เกิดมานานถึง 29 ปี หลินเสี่ยวเถียน ไม่เคยไว้ใจอะไรที่ได้มาง่ายแบบนี้หรอกนะ เธอมองเจ้าหน้าที่ ที่กำลังยุ่งและเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“เงื่อนไขดีถึงเพียงนี้ ไม่มีหนี้แฝงใช่หรือไม่?”

เจ้าหน้าที่หนุ่มเงยหน้าขึ้น

“ไม่มี”

“ไม่มีภารกิจบังคับ?”

“ไม่มี!”

“ไม่ต้องกอบกู้สามภพ?”

“ไม่ต้อง!”

“ไม่มีระบบที่วันดีคืนดีจะขู่ว่า หากทำภารกิจล้มเหลวจะถูกฟ้าผ่าตาย?”

“ไม่มี!!”

หลินเสี่ยวเถียนยังไม่วางใจ จึงถามต่ออีกประโยค

“แล้วมีคู่หมั้นที่ภายหลังจะควักแก่นวิญญาณของข้าไปมอบให้นางในดวงใจหรือไม่?”

คราวนี้เจ้าหน้าที่หนุ่มเงียบไปสองอึดใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างประหลาด

“เหตุใดเจ้าจึงถามละเอียดถึงเพียงนี้?”

“เคยอ่านมามาก ย่อมต้องป้องกันตนเอง!”

เจ้าหน้าที่ก้มลงตรวจเอกสารอีกครั้ง ก่อนจะยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่มี! ชีวิตใหม่ของเจ้าดีมาก ไม่มีภารกิจบังคับ ไม่มีหนี้ ไม่มีคู่หมั้นวิปริตอะไรทั้งนั้น!เจ้าไม่เคยได้ยินหรือที่คนเขาพูดกันว่า สวรรค์ยุติธรรมเสมอนะ...”

หลินเสี่ยวเถียนชั่งใจเล็กน้อยกับคำลวงเหล่านี้ ก่อนจะเหลือบมองเอกสารอีกครั้งอย่างรอบคอบ แต่เมื่อนึกว่าอย่างไรตนก็ตายไปแล้ว จะให้ต่อรองกับสวรรค์เรื่องสวัสดิการหลังความตายก็ดูเกินความสามารถไปสักหน่อย เธอจึงรับพู่กันมา

“ก็ได้”

ปลายพู่กันลากผ่านกระดาษอย่างเด็ดขาด ก่อนปรากฏตัวอักษรสามคำอย่างชัดเจน

หลินเสี่ยวเถียน

เจ้าหน้าที่หนุ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วหยิบตราประทับหยกขึ้นมามือขาวซีดเอื้อมไปหยิบตราประทับหยก ยกขึ้นสูงเตรียมกดลงบนช่อง สำนักเซียนเร้นเมฆา

“เตรียมตัวได้”

ทว่าในจังหวะนั้นเอง โต๊ะทำงานตัวข้างๆ กลับมีเสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น

“พี่หวัง! วิญญาณพระชราตัณหากลับจากประเทศไทยผู้นี้ วิญญาณตรงนี้ไม่ยอมไปเกิด!”

เจ้าหน้าที่หนุ่มที่กำลังจะกดตราประทับพลันชะงักกึก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม เส้นโลหิตข้างขมับเต้นตุบๆ เขาสะบัดหน้าหันขวับไปตวาดสหายร่วมงานอย่างเหลืออด

“อีกแล้วหรือ?!”

“ปลายทางระบุให้ไปเกิดเป็นสุกร แต่เขาบอกว่าชาติที่แล้วมีเงินมาก จะจ่ายเพิ่มเพื่อขอเลือกคอกเอง!”

“...”

เส้นเลือดตรงขมับของเจ้าหน้าที่หวังเต้นตุบ ๆ

“ตายแล้วยังจะใช้เงินอีกหรือ?!”

คนข้างโต๊ะรีบกล่าวต่อ

“เขายังขอแม่สุกรสิบตัวเป็นอนุภรรยาด้วย!”

ปึก!

เจ้าหน้าที่หวังตบโต๊ะอย่างเหลืออด

“เกิดเป็นหมูยังจะคิดมีอนุภรรยาอีกหรือ! ส่งไปคอกตอนเสีย!”

“แต่พี่หวัง...”

“ข้ากำลังยุ่ง!”

ชายหนุ่มสะบัดหน้าหันไปตวาดสหายร่วมงานด้วยความโมโห และเพราะมัวแต่หันไปอีกทาง มือที่ถือตราประทับค้างอยู่กลางอากาศจึงกดลงมาโดยไม่ทันมอง

ปึก!

แสงสีทองระเบิดวาบขึ้นจากใต้โต๊ะ! หลินเสี่ยวเถียนสะดุ้ง

“เอ๊ะ?”

พื้นใต้เท้าพลันปรากฏวงแสงขนาดใหญ่ ร่างของเธอเริ่มจมลงไปอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยว!”

เจ้าหน้าที่หวังหันกลับมา สีหน้าที่เดิมขาวซีดอยู่แล้ว พลันขาวยิ่งกว่ากระดาษ

“หา?”

สายตาของหลินเสี่ยวเถียนกวาดไปยังม้วนเอกสารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าตราประทับหยกไม่ได้กดลงบนเอกสารสำนักเมฆาคราม หากแต่กดลงบนเอกสารเก่าอีกฉบับที่วางซ้อนอยู่ด้านข้าง!

ตรงช่องปลายทางมีตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

อำเภอชิงเหอ แคว้นต้าเซิ่ง

รูม่านตาของหลินเสี่ยวเถียนหดลงทันที

“เดี๋ยวๆ!!ท่านประทับผิดฉบับแล้ว!!เดี๋ยวก่อน!””

เจ้าหน้าที่หวังรีบยื่นมือไปหมายจะคว้าร่างวิญญาณของเธอเอาไว้ แต่คว้าได้เพียงอากาศ

วูบ!

ร่างของหลินเสี่ยวเถียนหายวับลงไปในหลุมแสง พร้อมเสียงกรีดร้องที่ดังลั่นไปทั่วกองทะเบียนเกิดใหม่

“ไอ้เจ้าหน้าที่สวรรค์ทำงานชุ่ยยยยย!”

จากนั้นทุกอย่างก็เงียบลง เจ้าหน้าที่โต๊ะข้าง ๆ ค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกมาอย่างระมัดระวัง

“พะ...พี่หวัง...”

“อย่าพูด”

“ท่านส่งผิดจริง ๆ หรือ?”

“บอกว่าอย่าพูด!”

เจ้าหน้าที่หวังรีบคว้าเอกสารขึ้นมาอ่าน มือที่ถือกระดาษเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด คนข้าง ๆ ยังอดถามไม่ได้

“ส่งไปที่ใด?”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย

“อำเภอชิงเหอ”

“ครอบครัวใด?”

“ครอบครัวนายอำเภอ”

อีกฝ่ายถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“อย่างน้อยก็ยังเป็นบุตรสาวขุนนาง ฟังดูไม่ถึงกับแย่”

เจ้าหน้าที่หวังพลิกเอกสารไปหน้าถัดไป แล้วนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น

“อะไร?”

“...”

“พี่หวัง?”

ชายหนุ่มอ่านออกเสียงช้า ๆ

“นายอำเภอถูกระงับเงินเดือนมาสี่เดือน นำทรัพย์สินส่วนตัวไปซื้อเสบียงช่วยชาวบ้านจนเกือบหมด อำเภอชิงเหอประสบภัยแล้งต่อเนื่องสองฤดู และหากอีกสามเดือนยังส่งภาษีธัญพืชไม่ครบ นายอำเภอจะถูกถอดตำแหน่งพร้อมถูกสอบสวนบัญชีคลัง”

ใบหน้าของเจ้าหน้าที่โต๊ะข้าง ๆ ค่อย ๆ ซีดลง

บริเวณนั้นเงียบกริบไปชั่วขณะ

ครู่ต่อมา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ยินต่างพร้อมใจกันยกม้วนเอกสารขึ้นมาบังหน้า ก้มหน้าก้มตาทำงานของตนต่ออย่างขะมักเขม้น ราวกับเมื่อครู่ไม่มีผู้ใดได้ยินเรื่องราวบัดซบนี้เลยแม้แต่คนเดียว

------------------

ในเวลาเดียวกัน หลินเสี่ยวเถียนกำลังร่วงลงไปในช่องว่างระหว่างมิติ

ลมแรงพัดจนเส้นผมปลิวกระจาย เสื้อผ้ากระพือจนแทบพันตัว เธอก่นด่าเจ้าหน้าที่สวรรค์ไปตลอดทางอย่างไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป

“สำนักเซียนเร้นเมฆาของข้าเล่า?! เรือนสิบหลังของข้าเล่า?! คนรับใช้หนึ่งร้อยยี่สิบคนของข้าเล่า?! แล้วทรัพย์สินร้อยหีบของข้าอยู่ที่ใด!”

ยังด่าไม่ทันจบ ความรู้สึกราวกับวิญญาณถูกจับยัดใส่กระสอบแล้วเหวี่ยงฟาดเข้ากับกำแพงก็จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง

ปัง!

ความเจ็บปวดแล่นวาบไปทั่วศีรษะ จากนั้นเสียงมากมายก็ระเบิดเข้าใส่โสตประสาทพร้อมกัน

“ท่านนายอำเภอ! หากยังเก็บภาษีตามจำนวนเดิม พวกเราคงเหลือเพียงดินให้กินแล้ว!”

“ลูกชายข้าไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว ขอผ่อนภาษีออกไปก่อนได้หรือไม่?”

“ใต้เท้า โปรดช่วยพวกเราด้วย!”

หลินเสี่ยวเถียนขมวดคิ้ว เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ

สิ่งแรกที่มองเห็นคือคานไม้เหนือศีรษะ ตามมาด้วยม่านเตียงสีซีด ห้องที่เธอนอนอยู่กว้างขวางและสะอาด พื้นปูด้วยอิฐเรียบ หน้าต่างไม้ได้รับการซ่อมแซมอย่างดี ทว่าภายในกลับว่างเปล่าจนน่าประหลาด

นอกจากเตียง ตู้เสื้อผ้าเก่า และโต๊ะน้ำชาตัวเล็กแล้ว แทบไม่มีเครื่องเรือนอื่นเหลืออยู่ ตำแหน่งซึ่งควรมีแจกันประดับมีเพียงรอยวงกลมจาง ๆ บนโต๊ะ ส่วนผนังด้านหนึ่งมีรอยตะปูหลงเหลืออยู่ บ่งบอกว่าครั้งหนึ่งเคยมีภาพหรือของตกแต่งแขวนอยู่ตรงนั้น

ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคนยากจนธรรมดา แต่เป็นบ้านของคนที่ เคยมีของ แล้วขายไปจนแทบหมด

หญิงวัยกลางคนซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเห็นเธอลืมตา ดวงตาแดงช้ำพลันมีน้ำตาเอ่อขึ้นทันที

“เสี่ยวเถียน! ลูกฟื้นแล้วหรือ?!”

หลินเสี่ยวเถียนยังไม่ทันตอบ เสียงจากลานด้านนอกก็ดังทะลุเข้ามาอีกครั้ง

“ท่านนายอำเภอ! พวกเราไม่มีข้าวแล้ว!”

“หากต้องเสียภาษีอีก ลูกหลานของพวกเราต้องอดตายแน่!”

“ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!”

หญิงสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียง สมองค่อย ๆ ประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นทีละอย่าง

สำนักเซียนเร้นเมฆาไม่มี

คนรับใช้หนึ่งร้อยยี่สิบคนไม่มี

ทรัพย์สินร้อยหีบยิ่งไม่มี สิ่งที่ได้มาแทนกลับเป็นเรือนราชการที่ถูกขายของออกไปจนเกือบโล่ง ชาวบ้านอดอยาก ภาษีค้าง ภัยแล้ง และบิดาคนใหม่ที่ดูท่ากำลังจะถูกถอดจากตำแหน่ง

หลินเสี่ยวเถียนหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนพึมพำเสียงเบา

“ดี...”

หญิงข้างเตียงชะงัก

“อะไรนะ?”

หลินเสี่ยวเถียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง มุมปากกระตุกเล็กน้อย

“ดีมาก!ของที่ตกลงกันไว้ หายไปหมดเลยสินะ”

เสียงร้องขออาหารจากด้านนอกยังดังเข้ามาไม่หยุด หลินเสี่ยวเถียนนอนฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนความจริงอันน่าอนาถจะค่อย ๆ กระจ่างชัดขึ้นในหัว เจ้าหน้าที่สวรรค์ไม่ได้เพียงส่งเธอมาผิดโลก

แต่ยังส่งมาอยู่ในสถานที่ที่ผู้คนกำลังอดอยากจนแทบไม่มีเมล็ดพันธุ์เหลือให้หว่านและหากยังหาทางแก้ไม่ได้...

และเธออาจได้ตายเป็นครั้งที่สอง เพราะไม่มีข้าวกินเสียด้วย!

******

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel