ตอนที่1
จวนราชครู
แพขนตางอนค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยร่องรอยของคราบน้ำตา...
หลิวฟางเซียนกวาดสายตามองไปรอบๆ กาย ยามนี้ผู้เป็นบิดาที่กุมมือเรียวข้างหนึ่งของนางเอาไว้กำลังมองมาที่นางด้วยสายตาตกตะลึง ระคนดีใจ ร่างระหงยันกายลุกขึ้นมานั่ง พลางยกมือเรียวอีกข้างแตะริมฝีปากอิ่มที่ยามนี้ยังคงมีคราบโลหิตสีเข้มติดอยู่มุมปาก
ครึ่งชั่วยามก่อน หมอหลวงที่ถูกเชิญมารักษาบุตรีคนรองของท่านราชครูหลิวยังส่ายหน้าและ กล่าวว่าสายไปเสียแล้วมิอาจรักษานางได้ นางสิ้นใจไปแล้ว
แล้วเหตุไฉน เจ้าของใบหน้างดงามนางนี้ถึงฟื้นคืนชีพได้เล่า...
ฮูหยินผู้เฒ่าที่เป็นลมล้มพับไปหลังได้รับข่าวว่าหลานรักสิ้นใจ รีบรุดมาที่เรือนหลังเล็กทันทีที่ได้รับข่าวใหม่
"เซียนเอ๋อร์ของย่า เจ้ายังไม่ตาย สวรรค์ช่างเมตตาข้านัก"หญิงชรากล่าวอย่างดีใจ สองมือเหี่ยวย่นลูบไล้ใบหน้านวลอย่างหวงแหน
"อาหลาน เจ้ารีบไปเชิญหมอหลวงมาดูอาการลูกข้า"ราชครูหลิวหันไปบอกกับบ่าวคนสนิท
"เซียนเอ๋อร์ เจ็บปวดที่ใดหรือไม่ลูกรัก" ราชครูหลิวหันมาถามบุตรสาว แม้นางจะฟื้นจากความตายมาแล้วแต่เขาไม่อาจวางใจ
หลิวฟางเซียนส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ
หมอหลวงที่ถูกเชิญมาตรวจอาการของหลิวฟางเซียนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่านางยังไม่ตาย ก็มีท่าทีตกใจราวกับเห็นผี ถึงกระนั้นเขาก็อดทนจนตรวจนางเสร็จ
จากคำของหมอหลวงร่างกายของหลิวฟางเซียนเป็นปกติราวกับไม่เคยถูกพิษ
ทั้ง ๆ ที่ ครึ่งชั่วยามก่อนนางถูกพิษชนิดรุนแรงเล่นงานจนไร้ลมหายใจไร้สัญญาณชีพ ช่างเป็นเรื่องประหลาดนักสำหรับคนเป็นหมอมาเกินครึ่งชีวิตเช่นเขา
หลิวฟางเซียนเองก็ตกใจไม่แพ้คนทั้งหมด...
ทั้ง ๆ ที่นางจงใจดื่มมันจนหมดจอก ยาพิษนั่นอยู่ในชาชั้นดีที่บุรุษที่นางรักมอบให้ ไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าชาพวกนั้นมีพิษปลิดชีพรุนแรงที่ทางใต้นิยมใช้
ใช่ว่านางจะไม่รู้... หลิวฟางเซียนร่ำเรียนวิชาแพทย์จากมารดามาทั้งชีวิต มีหรือที่นางจะแยกแยะไม่ออก เพียงแต่ว่าคนที่มอบความตายให้นางนั้นคือเขา เขาที่เป็นรักแรกของนาง
หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเรื่องระหว่างนางและเขาช่างเป็นไปได้ยาก เขาเป็นถึงชินอ๋องต่อไปอาจจะได้เป็นองค์รัชทายาท แม้ว่าการเป็นบุตรีภรรยาเอกจวนราชครูจะมิได้ต่ำต้อยไร้ค่า แต่ก็มิได้เป็นกำลังหนุนนำทางทหารหรือเอื้อผลประโยชน์ใดๆ
ฮองเฮาต้องทรงไม่ยอมแน่ เบื้องหลังของยาพิษนี้คงเป็นพระองค์ที่ประสงค์ แต่เขาล่ะเขาจะรู้หรือไม่นะ ว่าเขาได้มอบความตายให้นางแล้ว
ทั้งที่เวลานี้นางน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในปรโลก...
เหตุใดถึงยังฟื้นคืนชีพ ทั้งยังไม่หลงเหลือพิษตกค้างในร่างกาย
คงเป็นสวรรค์...ที่ไม่ยอมรับคนอกตัญญูเช่นนาง ถึงได้มีปาฏิหาริย์เช่นนี้ ลิขิตสวรรค์ยากนักที่จะฝืน
'พี่หย่งฉี...ระหว่างข้ากับท่านขอให้สิ้นวาสนากันแต่เพียงเท่านี้เถิด สตรีที่เคยรักท่านได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าคือหลิวฟางเซียนคนใหม่ คนที่หัวใจจะไม่ได้มีไว้รักท่านอีกแล้ว'
หลิวฟางเซียนได้แต่รำพึงรำพันในใจ ความรักที่เป็นดังดาบสองคมเช่นนี้ นางฝืนไว้ไม่ไหวจริงๆ
ที่เรือนใหญ่ท่านราชครูหลิว หลิวหลิ่งเหอ กำลังไต่สวนบ่าวรับใช้ที่ดูแลเรื่องอาหารและปรนนิบัติบุตรีคนรองด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
"ท่านพ่อ ข้าตรวจสอบอาหารของน้องรองทั้งหมดแล้ว ไม่พบพิษปนเปื้อนเลยขอรับ เว้นเสียแต่..."
หลิวเฟิงเหลียน บุตรชายคนโตของท่านราชครูหลิว ขุนนางหนุ่มรูปงามผู้รั้งตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญา กล่าวรายงานการตรวจสอบสาเหตุที่น้องสาวถูกพิษต่อบิดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เว้นเสียแต่อะไร" ท่านราชครูหลิวเค้นเสียงถามบุตรชาย
"เว้นเสียแต่ชาที่ชินอ๋องมอบให้น้องรอง" หลิวเฟิงเหลียนบอกผู้เป็นบิดา
"เจ้าไปนำชาเหล่านั้นมาตรวจสอบ...หากมีพิษจริงดังเจ้าคาด ข้าจะต้องไปคุยกับชินอ๋องเสียใหม่"
"ท่านพ่อขอรับ"
"มีอันใดจะบอกข้าอีกหรือ"
"เรื่องพิษ ข้าคิดว่าเราควรพูดกับน้องรองสักหน่อย นางเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนกับท่านแม่มาแต่เล็ก มีหรือพิษที่เพียงได้กลิ่นก็รู้ว่ามีพิษเช่นนั้น นางจะแยกไม่ออก ข้าคิดว่านางจงใจดื่มเข้าไปขอรับท่านพ่อ"
หลิวเฟิงเหลียนกล่าวตามที่เขาคาดการไว้ หากเป็นพิษที่มาจากชาที่ชินอ๋องมอบให้คงต้องสืบที่มาอีกครั้ง
เขารู้จักกับชินอ๋องมาตั้งแต่เล็กเป็นไปได้ยากนักที่ชินอ๋องจะคิดทำร้ายน้องสาวของเขา ชินอ๋องมีใจให้นางเช่นนั้น เพียงแค่จะแต่งชายาเข้าจวนจำเป็นหรือ ที่จะต้องฆ่าแกงหลิวฟางเซียน
"พ่อก็คิดเช่นเจ้า เซียนเอ๋อร์เป็นเด็กฉลาด ทว่าไร้เดียงสานัก เพียงไม่สมหวังในรักนางถึงยอมทำร้ายตัวเองเช่นนี้ อาจู อาจิ้น ดูแลคุณหนูอย่าให้คลาดสายตา ตรวจตราสำรับอาหาร น้ำ ชา อย่าให้มีพิษปนเปื้อน"
"เจ้าค่ะนายท่าน" สองสาวใช้รับคำประสานเสียง
