บทที่ 2
ในใจฉันสะดุ้งวูบขึ้นมา ไม่รู้เลยว่าเขาได้ยินไปมากแค่ไหน
ไหน ๆ ฉันก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่แล้ว ต่อให้คิดถึงบุญคุณที่รับฉันไว้ตั้งสิบห้าปี บางที ฉันก็ควรบอกเขาสักคำ
ฉันกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ ตั้งสีหน้าให้เรียบลง
“คือฉันกับ—”
ยังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เขารีบเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อรับสาย
พูดไปครึ่งประโยคแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพูดต่ออีกแล้ว
พอคุยเสร็จ เขาหยิบเสื้อสูท แล้วก็ออกจากบ้านไปทันที
ฉันหยิบมือถือออกมา ซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย แล้วก็ส่งข้อความบอกป้าว่าฉันจะแต่งงาน พร้อมทั้งบอกลา
แต่ป้ากลับรีบพุ่งมาหาฉันถึงบ้านทันที
พอเห็นฉัน ป้าก็โผมากอดฉันแน่น
“ยมล ทำไมอีกแค่สามวันจะแต่งงานแล้วถึงเพิ่งบอกป้าล่ะ? แล้วลัทธพลนั่นล่ะ ทำไมเขาก็ไม่บอกป้าเหมือนกัน?”
เพราะงานของป้าค่อนข้างพิเศษ เลยรับฉันไปเลี้ยงที่บ้านไม่ได้ แต่ทุกสุดสัปดาห์ป้าจะเรียกให้ฉันไปอยู่ด้วย ทั้งตระกูลดารากร คนที่ฉันสนิทที่สุดก็คือป้านี่แหละ
ในสายตาป้า ฉันกับลัทธพลคือเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็ก ผูกพันกันมาก เหมือนคู่ที่ถูกกำหนดให้ลงเอยกันอยู่แล้ว
ฉันยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ไม่ใช่นะคะป้า คนที่ฉันจะแต่งด้วยไม่ใช่เขาค่ะ”
ป้าเบิกตากว้าง มองฉันอย่างเหลือเชื่อแล้วถามว่า
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“แค่เหนื่อยน่ะค่ะ เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศหน่อย”
ฉันตอบแบบสบาย ๆ ไม่ให้เรื่องมันดูเป็นเรื่องใหญ่
ป้าเห็นฉันไม่อยากพูดมาก ก็ไม่เซ้าซี้ เดินเข้าไปเก็บเสื้อผ้าฉันทันที แล้วพูดว่า
“คืนนี้ไปนอนบ้านป้านะ เดี๋ยวป้าทำหยางชุนเมี่ยนให้กิน”
ฉันยิ้มแล้วตอบตกลง
เราหิ้วของออกจากห้อง พอเดินออกจากลิฟต์
ก็ไม่คิดว่าจะเจอกับลัทธพลและรวีพรที่เพิ่งกลับมาพอดี
รวีพรหรี่ตาอย่างออดอ้อน โอบคอลัทธพลไว้ แล้วหอมแก้มเขาดัง“ จุ๊บ”
“ลัทธพล~ หัวเค้าปวดมากเลย คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนเค้านะ?”
ลัทธพลมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ได้สิ ๆ ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวฉันทำซุปแก้เมาให้เอง คืนนี้ฉันจะอยู่กับเธอ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”
ความอ่อนโยนแบบนั้น เหมือนตอนที่เขาเคยทำกับฉันไม่มีผิด
สมัยที่ลัทธพลเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ ๆ เขาเป็นโรคกระเพาะ ดื่มเหล้าไม่ได้ ฉันเลยต้องดื่มแทนเขาเวลาคุยงาน เจรจาโปรเจกต์
ทุกครั้งที่ฉันเมาหนัก เขาก็ปลอบฉันแบบนี้แหละ คอยดูแลทั้งคืน น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง เหมือนจะร้องไห้ตามไปด้วย
แค่ตอนนี้ คนที่เขาเป็นห่วง กลายเป็นรวีพรแทนแล้ว
หลังจากสองคนนั้นออดอ้อนกันต่อหน้าคนอื่นเหมือนไม่มีใครอยู่ในโลก
ลัทธพลก็หันมาเห็นฉันเข้า
ฉันตั้งใจจะเดินผ่านไปแบบไม่สนใจ แต่เขากลับเรียกฉันไว้ก่อนว่า
“พอดีเลย วันนี้เธอออกไปนอนข้างนอกก่อนนะ รวีพรเมากับเพื่อนมา ฉันกลัวว่าเธอเห็นหน้าเธอแล้วจะอารมณ์เสีย”
ฉันกำลังจะตอบว่า “ได้ค่ะ” แต่ป้าที่เดินตามออกมา กลับสวนเขากลับไปทันทีว่า:
“ไม่ต้องมาไล่หรอก! คืนนี้ยมลไปนอนกับป้าที่บ้าน!”
ลัทธพลไม่คิดเลยว่าป้าจะอยู่ตรงนั้นด้วย เขารีบแกะมือรวีพรที่เกาะแขนเขาออก แล้วเปลี่ยนมาเป็นพยุงเธอแทน
เขาทักทายป้าด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะรีบอธิบายแบบมีพิรุธว่า:
“เพื่อนเมามา ผมทิ้งเธอไว้ข้างนอกคนเดียวไม่ได้ ตอนกลางคืนก็กลัวจะรบกวนยมลน่ะเลยถึง…… ”
สีหน้าป้าดำมืดลงทันที เธอผลักทั้งสองคนนั้นออก แล้วดึงฉันเดินออกไปเลย
มาถึงบ้านป้า เธอก็โอบฉันไว้แน่นด้วยความสงสาร
เธอไม่พูดอะไรสักคำ แค่ลงมือทำหยางชุนเมี่ยนให้ฉันหนึ่งชาม
ฉันกินเข้าไปแล้วรู้สึกอุ่นไปทั้งตัว คืนนั้นถึงได้นอนหลับสนิทแบบที่ไม่ค่อยมีให้เห็นเลย
คาดไม่ถึงว่ารวีพรกลับส่งรูปมาให้ฉันตอนดึกดื่นขนาดนั้น
ในรูป เธอใส่ชุดนอนสายเดี่ยวของฉัน ส่วนลัทธพลก็นอนซบอยู่ในอ้อมแขนของเธอ
หลับสบายเหมือนไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
ไม่นานก็มีข้อความตามมาอีกหลายอัน
“พี่ยมล~ ลัทธพลดูแลเค้าแล้วเผลอหลับไปอะ พี่คงไม่โกรธใช่ไหมคะ?”
“ถ้าพี่ไม่สบายใจ เดี๋ยวเค้าปลุกเขาตื่นเดี๋ยวนี้ก็ได้นะคะ~”
ฉันไม่อยากตอบ แต่เสียงแจ้งเตือนมันดังไม่หยุด สุดท้ายเลยพิมพ์กลับไปว่า
“ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขานอนต่อเถอะ”
พอกดส่งเสร็จ ฉันก็เปิดโหมดเงียบ ปิดการแจ้งเตือนทุกอย่างทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันไปยื่นใบลาออกที่บริษัท
ตลอดทั้งช่วงเช้า ฉันวิ่งวุ่นเคลียร์งานทุกอย่างจนเสร็จ พอทำการส่งต่องานเรียบร้อย
กะว่าจะไปที่มุมชงน้ำเพื่อกดน้ำดื่มสักแก้ว
แต่ก็เห็นทุกคนกำลังเม้าท์เรื่องข่าวลือเมื่อวานกันคึกคักในกรุ๊ปเล็กของแผนก
“พวกแกเห็นในเฟซกันยัง? คุณลัทธพลนี่รักรวีพรจริง ๆ นะ!”
“คุณลัทธพลเขามีแฟนแล้วล่ะสิ สงสัยอีกคนน่าจะช้ำหนักเลย”
“ก็แค่เด็กกำพร้าที่อาศัยบ้านคนอื่นอยู่ คุณลัทธพลใจดีเลยรับไว้เหมือนน้องสาว จะไปสู้อะไรได้กับรักแรกอย่างรวีพรล่ะ”
น้ำที่ล้นออกมาโดนนิ้วฉันจนสะดุ้ง ฉันรีบปิดก๊อกทันที
ฉันกับลัทธพลอยู่ด้วยกันมา10ปี คบกันมา5ปี แต่ในสายตาคนนอก ฉันกลับเป็นแค่เด็กที่อาศัยบ้านคนอื่นอยู่ เป็นคนที่แอบรักลัทธพลอย่างน่าสงสาร
ก็เพราะเขาบอกว่าอยาก “เงียบ ๆ ไม่อยากให้คนรู้”
แต่พอรวีพรกลับมา เขากลับทำทุกอย่างแบบออกหน้าออกตาเหมือนอยากประกาศให้ทั้งโลกได้รู้
รักหรือไม่รัก มันชัดเจนเหลือเกิน
ฉันเปิดเฟซบุ๊กขึ้นมา เห็นสตอรี่วันเกิดที่รวีพรลงไว้
[ได้ยินมาว่าแหวนวงนี้หายากมาก แถมยังเป็นสัญลักษณ์ของรักนิรันดร์ ปีนี้มีคุณอยู่ด้วยมันดีจริง ๆ!]
ในรูป ลัทธพลกำลังคุกเข่าข้างหนึ่ง สวมแหวนให้เธออย่างอ่อนหวาน
แหวนวงนั้นคือแหวนแต่งงานที่ฉันใช้เวลาครึ่งปีออกแบบและสั่งทำขึ้นมาเองโดยเฉพาะ
ลัทธพลกดแชร์สตอรี่ของเธอ คอมเมนต์ใต้โพสต์เต็มไปด้วยคำอวยพร
ฉันกดไลก์ไปแบบไม่คิดอะไร
ไม่นาน โทรศัพท์ของลัทธพลก็โทรเข้ามาทันที
