บท
ตั้งค่า

Chapter 1

แสงของดวงตะวันแรกเริ่มสาดส่องเข้ามาที่หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน จมูกโด่งเป็นสันเรียวงาม ริมฝีปากบางกระจับสีชมพูระเรื่ออย่างธรรมชาติขนตางอนยาวนัยน์ตาดำเข้มเป็นประกาย ผมดำเงายาวถึงกลางหลัง รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

"รินรีบไปทำงานรึเปล่าลูก ป้ามีเรื่องจะคุยด้วยสักหน่อย" เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยกับหลานสาว ดวงตาจับจ้องที่คนตรงหน้า เธอเดินทอดน่องมานั่งลงข้างผู้เป็นป้า ใบหน้าสวยหวานละมุนตาของหลานสาวเป็นสิ่งที่ป้าอรวีนั้นภูมิใจนัก

"มีอะไรเหรอคะป้าวี?" เสียงใสของไอรินเอ่ยถามด้วยดวงตาใสซื่อ หญิงสาววัย 22ปี ทำงานรับจ้างทุกอย่าง พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก เธอต้องอาศัยอยู่กับป้าเพราะตอนนี้แม่ของเธอได้จากไปอยู่อีกโลกหนึ่งแล้ว ตั้งแต่เรียนจบมาไอรินก็ทำทุกอย่างดูแลป้าดูแลบ้านและหาเงิน ถึงอายุจะน้อยแต่เรื่องการทำงานไอรินสู้ตาย ตอนนี้เธอได้งานเป็นพี่เลี้ยงเด็กใกล้บ้าน ฐานะของเธอค่อนข้างยากจน เธอมองหน้าผู้เป็นป้าด้วยรอยยิ้มรับรู้ถึงความห่วงใยที่ป้ามีให้ตน ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงสาวมักจะปรากฎขึ้นอยู่เป็นประจำ

"ป้าวีมีอะไรเหรอคะ? จ้องหนูนานจัง"

"ริน ร่างกายป้าอ่อนแอลงทุกวันค่าใช้จ่ายก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ป้าอยากให้..." เธอยังพูดไม่จบเสียงใสก็ได้พูดแทรกขึ้น ด้วยท่าทางนิ่งเรียบดูใจเย็น "อยากให้อะไรคะ ป้าวีขา~ตลอดชีวิตของหนูตอนนี้มีแค่ป้าคนเดียวนะคะ ถ้าหนูไม่มีป้าวีคอยอบรมสั่งสอนหนูคงไม่ได้โตมาขนาดนี้" น้ำเสียงนุ่มนวลกิริยาเรียบร้อย เธอโผล่เข้ากอดป้าวีคลอเคลียดั่งลูกแมวน้อย ฝ่ามือของหญิงวัยกลางคนลูบศีรษะหลานสาวอย่างอ่อนโยน

"ริน ถ้าป้าเป็นอะไรไปก็ขายบ้านหลังนี้ใช้หนี้นะลูก ป้าเห็นรินเหนื่อยมามากพอแล้ว"

"ไม่เอาสิคะ ไม่พูดแบบนี้อีกแล้วนะ หนูไม่อยากให้ป้าเป็นอะไรทั้งนั้น หนูอยากให้ป้าวีอยู่กับหนูไปนาน ๆ ไหนขอดูหน้าคนสวยคนนี้หน่อยสิคะ" ฝ่ามือเล็กจับที่แก้มทั้งสองของป้าอย่างอ่อนโยน ใบหน้าสวยหวานยกยิ้มส่งให้กับหญิงวัยกลางคน ไอรินเด็กสาววัย 22 ปี เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่อ่อนโยนและสดใสถึงจะตัวเล็กบอบบางแต่ก็ไม่ใช่คนที่รักสบาย งานหนักเธอก็ทำมาแล้ว

3 วันต่อมา แค่ก แค่ก ~~~เสียงไอดังขึ้นต่อเนื่องนับวันอาการของป้าวีก็หนักขึ้นเรื่อย ๆ

ตึก

ตึก! เท้าเรียวสองข้างวิ่งสลับกันไปมา เสียงหอบแฮ่ก ๆ ดังขึ้นที่หน้ารั่วบ้าน หญิงสาวร่างบอบบางหยุดวิ่งจ้องมองไปในบ้าน ใบหน้าของเธอปรากฎความวิตกกังวลจนมันแสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน

"ป้าวี ป้าวี!เราไปหาหมอกันเถอะนะคะ" ความสั่นเครืออ่อนไหวเจืออยู่ในน้ำเสียง เธอกลัวว่าจะไม่มีป้าอยู่ข้างกาย สายตาของไอรินจ้องมองด้วยความห่วงใยดวงตาคู่สวยสั่นระริกยิ่งเห็นอาการของป้าเธอก็ยิ่งเจ็บปวด

"โธ่...เราจะไปหาหมอทำไมให้เสียเงินเสียทองกันเล่า มีเงินก็เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นเถอะ" เธอเองก็เป็นห่วงหลานสาวไม่ต่างกัน ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้มั่งมีถึงขั้นจะมีเงินไปหาหมอค่ายาแพง ๆ หากเธอไม่สามารถมีชีวิตต่อได้ ก็อยากให้หลานสาวได้มีเงินไว้ใช้ในยามจำเป็นจริง ๆ หากโลกนี้ไม่มีเธออยู่ด้วยแล้ว

"ป้าวี หนูพอมีเงินนะคะ เราไปโรงพยาบาลกันเถอะหนูได้เงินมาแล้ว"

"ทำไมได้มาเร็วจังล่ะลูก"

"พอดีเป็นเงินงวดสุดท้ายค่ะป้า" ใบหน้าผู้เป็นป้าเลิกคิ้วจ้องมองหญิงสาวด้วยความสงสัย "เป็นเงินงวดสุดท้ายงั้นรึ?" น้ำเสียงของเธอแฝงด้วยความระคนสงสัย

"ใช่ค่ะ เงินนี้เป็นเงินของงวดสุดท้าย ไม่รวมกับเงินเดือนนะคะป้า หนูสามารถพาป้าวีไปหาหมอได้สบายเลย" น้ำเสียงและท่าทางของไอริน เธอมีความหวังหากพูดแบบนี้ป้าต้องไปกับเธอแน่ เงินงวดสุดท้ายคือเงินที่จ้างให้เธอออกถึงแม้ว่าจะทำงานดีมากแค่ไหนคงสู้คนมีเส้นสายไม่ได้อยู่ดี ไม่มีอะไรสำคัญกับเธอมากกว่าการที่เห็นป้าวีมีสุขภาพที่แข็งแรง ดวงตาคู่สวยสื่อให้เห็นถึงความห่วงใยที่มีต่อผู้เป็นป้า แต่กระนั้นหญิงวัยกลางคนยังคงปฏิเสธที่จะไปหาหมอ เธอส่ายหน้าเบา ๆ ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากไร้คำพูดใด

ไอรินพ่นลมหายใจออกมาอย่างผิดหวัง "หนูจะไม่บังคับป้าวีอีกแล้วค่ะ ถ้าไม่อยากไปหนูก็ไม่ให้ไปแต่หนูจะดูแลป้าวีเองนะ" หลังจากที่จบบทสนทนาคนตัวเล็กก็ได้แต่ถอนหายใจนึกเสียใจที่ไม่สามารถพาป้าไปโรงพยาบาลได้ เงินในซองสีขาวที่เธอถืออยู่ในตอนนี้เป็นเงินก้อนสุดท้าย

ฉันคงต้องทำงานให้หนักกว่านี้ ถ้าป้าเป็นอะไรไปฉันจะได้มีเงินไว้รักษา

ไอรินยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวภาวนาขอให้เธอได้มีงานทำได้เงินเดือนที่สูง ไม่ว่างานนั้นจะยากแค่ไหนเธอก็จะรับทำและสำคัญที่สุดคือหนี้ที่มีอยู่ตอนนี้ ขอให้เจ้าหนี้ช่วยใจดีกับเธอและป้าวีด้วยเถอะ ร่างอรชรสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นที่ดูธรรมดาเหมาะกับฐานะ

ผุด

ผุด! เสียงน้ำเดือดที่ตั้งอยู่ในเตาเธอจริงจังกับการทำอาหารเป็นอย่างมาก จนกระทั่งมีเสียงรถจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวตวัดสายตาขึ้นมองผ่านช่องหน้าต่างบานเล็ก เห็นเพียงชายชุดดำใบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองมายังตัวบ้าน เธอเกิดกลัวขึ้นมาหากเป็นเจ้าหนี้จริงและหากเขาเดินเข้าไปในบ้านต้องเห็นป้าแน่ ๆ

เขายืนอยู่เช่นนั้นราวประมาณ 3นาทีได้ เฮ้อ!! เป็นไงเป็นกัน ยังไงฉันก็ต้องคืนเงินให้พวกเขาสักวัน ไอรินละจากเตาอาหาร เดินตรงไปที่กลุ่มคนตรงนั้น

"มาหาใครเหรอคะ?" ใบหน้าสวยหวานละมุมตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"อรวีอยู่ไหม ? "เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคนตรงหน้าใบหน้าไม่สื่ออารมณ์ใด ๆ ออกมา ไอรินหย่อนคิ้วเล็กน้อยมองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา

"มาหาป้าวีทำไมเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัย "อ๊ะ!! หรือว่าคุณมาทวงเงิน งั้นช่วยรอหนูตรงนี้สักครู่นะคะ" หญิงสาวรีบวิ่งเข้ากลับไปในบ้าน เธอหยิบเงินออกจากซองสีขาวที่พึ่งได้มายื่นให้กับชายชุดดำ

"นี่ค่ะ เงิน2หมื่นบาท หนูขอใช้ดอกก่อน พอดีตอนนี้ป้ากำลังป่วย ฝากบอกคุณนายด้วยนะคะว่าหนูจะรีบนำเงินไปคืนให้เร็วที่สุด แต่ขอเวลาอีกสักหน่อย" ใบหน้าสวยหวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงอ้อนวอนเพื่อให้เขาเห็นใจ แต่ชายชุดดำไม่ได้พูดอะไร เขาขึ้นรถและขับออกไปหลังจากได้รับเงินมาจากหญิงสาว

…..

"คุณพรพิมลครับ เด็กผู้หญิงคนนี้ดูไม่เหมาะเท่าไหร่เลยนะครับ" สายตาของคนขับรถมองผ่านกระจกที่ส่องไปยังคนด้านหลัง หญิงวัยกลางคนนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางที่สง่า สวมเสื้อผ้าราคาแพง ริมฝีปากแดงระเรื่อ ใบหน้าถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางราคาเคาน์เตอร์แบรนด์

"ฉันสนใจในตัวของหนูคนนี้ เพราะเห็นจากรูปแล้วหน้าตาผิวพรรณดูดีใช้ได้เลย เธอเหมือนเพชรเม็ดงามที่อยู่ในโคลนตม"

"ผมว่าคุณมีนายังดีกว่าเลยนะครับ"

"แต่ฉันคิดต่างจากนายนะ หนูมีนาหน้าตาฐานะชาติตระกูลดี เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ลูกชายฉันน่ะสิห่วยแตกสิ้นดี!" 'เฮ้อ' เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่าเลี่ยงไม่ได้เมื่อนึกถึงลูกชายตัวดีที่เยอะแค่อายุแต่นิสัยนั้น!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel