ตอนที่ 3 คืนเดียวเปลี่ยนชีวิต
ตอนที่ 3
คืนเดียวเปลี่ยนชีวิต
“สบายดีไหมไม่ได้เจอกันนาน”
ภาคินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรและแววตาที่ดูจริงใจทำเอาขวัญดาวถึงกลับตอบไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าเธอจะมาได้ยินคำพูดที่ดูเป็นกันเองแบบนี้
“สะ..สบายดีค่ะ”
“ทำไมต้องเสียงสั่นเลิ่กลั่กแบบนั้น พี่ทำให้เธอกลัวมากอย่างนั้นเลยหรือ”
ภาคินหันมาถามคนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหงา ๆ ฟังแล้วเศร้า ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“นิดหน่อยค่ะ ขวัญไม่ค่อยชินเวลาคุณภาคินพูดจาดี ๆ ด้วยมันฟังดูไม่ค่อยจะคุ้นหู”
ภาคินหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่ด้านข้างคนขับขึ้นมาก่อนที่จะยื่นให้ขวัญดาว
“เธอลองดูรูปภาพนี้หน่อย เธอว่าเจ้าสาวในภาพดูมีความสุขไหม”
หญิงสาวรับโทรศัพท์จากมือของคนขับก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งคู่มาถึงเรือนหลังเล็ก ภาคินจึงจอดรถแต่เขายังไม่ยอมลงรอคำตอบจากคนที่นั่งมาด้วย
“ภาพนี้เป็นงานแต่งงาน เจ้าสาวก็ต้องมีความสุขสิคะ ผู้หญิงจะสวยที่สุดและมีความสุขที่สุดก็ในวันแต่งงานนี่แหละค่ะ ขวัญเคยได้ยินหลายคนเขาพูดกัน”
“ผู้หญิงในภาพเป็นแฟนเก่าพี่เราเลิกกันก่อนงานแต่งงานเพียงสามวันเท่านั้น”
ภาคินพูดตัดบทขึ้นมาเพราะเขาไม่อยากฟังขวัญดาวพูดอะไรมากกว่านี้
ประตูรถเปิดออกชายหนุ่มก้าวลงจากรถและขนของลงทันที ขวัญดาวยังนั่งงงอยู่เพราะเมื่อครู่เขายังเหมือนรอคำตอบจากเธอไม่ได้รีบร้อนแต่ตอนนี้กลับคว้ากระเป๋าที่อยู่ด้านหลังเหมือนกำลังรีบไปไหน
“ขวัญช่วยค่ะ”
“ไม่ต้อง เธอไปเปิดไฟในบ้านและเตรียมหาแก้วมาให้พี่ดื่มเหล้าหน่อย เออ!..ยังไม่ต้องกลับนะเดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งอยู่นั่งคุยเป็นเพื่อนกันก่อน”
หญิงสาวได้แต่พยักหน้าและเดินเข้าไปในบ้านเพื่อทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ
เรือนหลังเล็กจริง ๆ แล้วที่เห็นจะเล็กก็เป็นเพียงแค่ชื่อเพราะบ้านหลังนี้มีถึงสามห้องนอนและยังมีห้องรับแขกที่ใหญ่และดูหรูหรามากกว่าด้านนอกที่มองเห็นทุกอย่างในบ้านมีพร้อมเหมือนกับบ้านหลังใหญ่ทุกอย่าง ขวัญข้าวยังเคยแอบคิดที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่แต่เธอก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเครือวัลย์ตั้งใจเก็บบ้านหลังนี้ไว้เพื่อให้หลานชายใช้เป็นเรือนหอ
“คุณภาคินนั่งพักก่อนนะคะ เดี๋ยวขวัญดาวโทรให้คนที่ รีสอร์ตเอาน้ำแข็งกับกับแกล้มมาให้”
คนงานที่รีสอร์ตใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที่ก็มาพร้อมกับของที่ขวัญดาวสั่งไป
“ชงเหล้าเป็นไหม”
ภาคินถามแต่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่แต่โทรศัพท์ หญิงสาวจึงไม่ได้ตอบแต่ชงเหล้าในแบบที่เธอเคยทำให้แขกสมัยที่ไปฝึกงานตอนยังเรียนอยู่
“เหล้าค่ะคุณภาคิน”
ชายหนุ่มคว้าแก้วเหล้าจากมือของขวัญดาว มือของทั้ง สองคนสัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจแต่มันทำให้ทั้งคนจับและคนถูกจับถึงกับรู้สึกหนาววูบขึ้นมา
“ชงอ่อนแบบนี้ไปเอาเหล้ามาสิ ชงแบบนี้เมื่อไหร่จะเมากัน”
“แล้วทำไมต้องอยากเมาด้วยคะ เดินทางมาทั้งวันไม่เหนื่อยไม่เมื่อยบ้างหรืออย่างไรถ้าเป็นขวัญคงอยากอาบน้ำนอนมากกว่า”
ภาคินเติมเหล้าลงไปในแก้วจนสีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มและดื่มทีเดียวจนหมดก่อนจะหันมาตอบคนถาม
“พี่ก็อยากนอนเหมือนเธอนั่นแหละแต่มันนอนไม่หลับ มาหลายคืนแล้ว ทุกวันนี้ต้องใช้เหล้าเป็นเพื่อน พี่เมาเมื่อไหร่ถึงจะนอนได้ เธอก็คงจะถามต่อว่าทำไมใช่ไหมเพราะผู้ชายอย่างพี่มันไม่มีค่าเลยสักนิดที่จะให้ใครมารัก ภายนอกที่ดูมีทุกอย่างพร้อมแต่ภายในมันโคตรเหงาเลย”
ขวัญดาวมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังชงเหล้าเองและสีที่เข้มจนคล้ายกับว่าเขาไม่ได้ผสมอะไรลงไปทำเอาหญิงสาวรู้สึกกลัวว่าพี่ชายต่างสายเลือดของเธอจะเมาไม่เป็นท่าเอา
“คุณภาคินมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ เล่าให้ขวัญฟังได้นะแต่หยุดดื่มเถอะค่ะเดี๋ยวจะเมากันจนขึ้นไปนอนที่ห้องนอนไม่ไหว เหล้ามันช่วยให้แค่นอนหลับแต่พรุ่งนี้ปัญหามันก็ยังอยู่เหมือนเดิมนะคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่เขากลับยิ่งดื่มหนักขึ้นก่อนที่จะสั่งให้ขวัญดาวลุกมานั่งข้าง ๆ เขา
“ทำไมแค่ให้มานั่งข้าง ๆ ต้องทำท่ากลัวพี่แบบนั้น อย่าให้พี่ต้องคิดเลยนะว่าแม้แต่เธอที่โตมาด้วยกันยังไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายแบบพี่เลย”
ขวัญดาวรู้สึกทำตัวไม่ถูกเวลานี้เหมือนภาคินกำลังพูดถึงอะไรสักอย่างที่เธอไม่เข้าใจแต่ที่รู้คือตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเมาแล้วและแววตาของคนเมาก็ดูเศร้าลงทุกที
“คุณภาคินคะ”
หญิงสาวกระเถิบพาตัวเองเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเหมือนว่าที่อยู่ในแก้วเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น
“ไหนเล่าให้ขวัญฟังได้ไหมว่าอะไรที่ทำให้คุณต้องดื่มหนักแบบนี้”
แก้วเหล้าถูกแย่งจากมือของชายหนุ่มขวัญดาวเอามาถือไว้ในมือเพราะตอนนี้เท่าที่เธอนับดูมันมากกว่าสิบแก้วแล้วที่ภาคิน ยกดื่มติด ๆ กัน
“ผู้หญิงในรูปเป็นแฟนเก่าพี่ เราเลิกกันทั้งที่เรายังคงนอนด้วยกันทุกคืน เราคบกันมาห้าปีแต่เธอกลับไปแต่งงานกับคนอื่นด้วยเหตุผลว่าพี่เหมาะเป็นแฟนมากกว่าเป็นสามี ผู้ชายที่ได้เป็นเจ้าบ่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนของพี่ที่เรียนมาด้วยกัน”
ภาคินแย่งแก้วกลับคืนมาก่อนที่จะยกดื่มทีเดียวจนหมดและชงใหม่ทันที
“พี่ผิดอะไร”
ขวัญดาวยังไม่ทันจะตอบก็ต้องตกใจแทนเมื่ออีกฝ่ายล้มตัวลงมานอนหนุนตักของเธอ
“เมาแล้วขึ้นไปนอนข้างบนเถอะค่ะ”
หญิงสาวที่ตอนนี้หัวใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจะให้เธอ ไม่รู้สึกอะไรได้อย่างกันในเมื่อผู้ชายที่กำลังนอนหนุนตักเธออยู่คือผู้ชายคนเดียวที่เธอแอบรักและรอเขากลับมานานแสนนานจนเธอคิดว่าคงไม่มีหวังแล้ว
“กอดพี่หน่อยได้ไหม ขอพักตรงนี้สักพักแล้วพี่จะขึ้นไปนอน ขอโทษนะที่เคยร้ายกับเธอ วันนี้เราดีกันสักวันพรุ่งนี้ค่อยทะเลาะกันใหม่”
ภาคินคว้ามือของเจ้าของตักมาวางบนอกของเขาและกอดมือเล็กไว้แน่น ตาทั้งสองข้างปิดลงมีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ซึมออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิท ขวัญดาวมองด้วยความรู้สึกที่แสนสงสารและเป็นห่วง เธออยากกระซิบบอกเจ้าของร่างสูงว่าถึงผู้หญิงคนไหนจะไม่รักเขาแต่เธอยังรักเขาเสมอแต่คำว่าไม่มีทางมันก็ยังดังก้องหูและเตือนสติเธออยู่ตลอดว่าอย่าเผลอพูดออกไปเพราะถ้าเขาไม่คิดอะไรกับเธอ ความสัมพันธ์ทุกอย่างจะจบลงทันทีและถ้าเรื่องนี้ถึงหูของคุณท่านเธอจะต้องกลายเป็นคนไม่ดีแน่ ๆ
“พาพี่ไปนอนหน่อย”
เสียงของคนที่นอนเมาอยู่บนตักช่วยดึงสติของขวัญดาวให้กลับมาอีกครั้ง
ทั้งสองคนพากันขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านกว่าจะเดินถึงห้องนอนเล่นเอาคนตัวเล็กกว่าถึงกับปวดบ่าเพราะต้องประคอง คนเมาที่ตอนนี้เดินไม่ตรงทางแล้วไว้กับบ่าของเธอ
ภาคินทิ้งตัวลงบนที่นอนทันทีแต่เขาไม่ได้พาแค่ตัวเองล้มลงบนฟูกที่แสนนิ่มแต่เขาพาสาวน้อยร่างเล็กล้มลงไปด้วย
ขวัญดาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อปากบางของเธอทาบทับลงไปกับปากหนาของอีกฝ่ายที่ตอนนี้ลืมตามองเธอด้วยแววตาที่แสนหวานมันทำให้หัวใจของหญิงสาวไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ปล่อยขวัญค่ะ คุณเมามากแล้ว”
พี่ไม่เมาพี่ยังรู้ตัวดีและจูบเมื่อครู่พี่ก็...ยังจูบได้ไม่ชื่นใจ มือหนาที่ประคองหลังของขวัญดาวไว้รัดตัวหญิงสาวให้ลงมาแนบกับตัวของเขามากขึ้น
ภาคินไม่ใช่แค่เพียงจูบแต่ครั้งนี้เขากลับพยายามที่จะบุกรุกเข้าไปภายในปากบางที่ยังไม่ยอมอ้าเพราะเจ้าของยังคงสับสน ไปหมด ใจหนึ่งก็บอกให้ยอมเพราะเขาคือคนที่เธอรักแต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่าที่ทำอยู่มันผิด หัวใจทั้งสองดวงในร่างเดียวกันฝ่ายไหนหนอจะเป็นฝ่ายชนะเมื่อร่างกายและหัวใจมันมีคำตอบเดียวอยู่แล้ว
