ตอนที่ 2 การกลับมาของทายาท
ตอนที่ 2
การกลับมาของทายาท
“คุณภาคินเดินทางใกล้มาถึงหรือยังคะ ขวัญจะได้ จัดโต๊ะอาหารเลยกลัวว่าถ้าจัดอาหารไว้ก่อนนานจะไม่อร่อยค่ะ”
ขวัญดาวกลายเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจทั้งที่ปกติทุกเรื่อง เธอจะตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วจนเครือวัลย์มั่นใจในความเด็ดขาดของหลานบุญธรรม
“หลานฉันเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ภาคินยังไม่ทันจะมาถึงก็เตรียมจะกลัวพี่เขาเหมือนตอนเด็ก ๆ เลยนะ”
ขวัญดาวเมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กเธอจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับภาคินในแต่ละครั้งความระแวงว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่ถูกใจ จะเกิดขึ้นทุกทีเพราะชายหนุ่มชอบจะหาจุดมาว่าเธอได้เสมอและตอนนี้หญิงสาวก็เริ่มทำท่าจะระแวงว่าตัวเองจะโดนตำหนิเรื่องอาหารอีกครั้ง
เครือวัลย์ให้หลานสาวเตรียมอาหารได้เลยกว่าจะจัดโต๊ะเสร็จภาคินน่าจะถึงพอดีเพราะจากที่คุยโทรศัพท์กันคำนวณระยะทางตามที่หลานชายบอกก็น่าจะใกล้ถึงแล้ว
ขวัญดาวตั้งใจในการจัดโต๊ะอาหารให้สวยงามและน่ากินมากที่สุดเท่าที่เธอทำได้เพราะอยากให้วันแรกของการเจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีเป็นการเริ่มต้นที่ดีจะได้อยู่ด้วยกันที่นี่อย่างไม่ต้องทะเลาะกันเหมือนตอนเด็ก ๆ
ทุกคนในบ้านต่างพากันไปยืนต้อนรับการกลับมาของทายาทเพียงคนเดียวของเจ้านายเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ขับเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้าน
“สวัสดีครับคุณย่าขอกอดหน่อยคิดถึงจังเลย ”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงก้มโน้มตัวลงมากอดคนเป็นย่าที่ตัวเล็กกว่าที่ข้างประตูฝั่งคนขับเพราะเครือวัลย์รีบเดินไปเปิดประตูรถให้หลานชายจึงทำให้ทุกคนมองเห็นหน้าของเจ้านายผู้มาใหม่ยังไม่ชัด
“เฮ้ย ! นี่คุณ”
ขวัญดาวยกมือไหว้ค้างยังไม่ทันกล่าวสวัสดีก็ต้องเปลี่ยนเป็นคำอุทานแทนเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าดันเป็นคนเดียวกับผู้ชายที่เข้ามาคุยกับเธอที่รีสอร์ตในช่วงเย็น
“ขวัญดาวใช่ไหมเห็นยกมือไหว้นึกว่าจะสวัสดีสุดท้ายกลายเป็นทักพี่ว่าเฮ้ยแบบนี้ไม่น่ารักเลย”
ภาคินมาถึงก็ประกาศสงครามทันทีเขาไม่ยอมพูดออกมาว่าความจริงแล้วเขากับขวัญดาวได้เจอกันก่อนหน้านี้ที่รีสอร์ต
“ก็เมื่อ...”
“ไม่เอาแล้วพี่ไม่อยากทำให้คุณย่าต้องปวดหัวตั้งแต่วันแรก ช่างเถอะเธอจะทักพี่ว่าอะไร พี่ก็ไม่ถือสา”
ชายหนุ่มพูดขัดขึ้นมาเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กที่ยืนหน้าทันได้อธิบายอะไร
“เข้าบ้านกันเถอะครับคุณย่า ผมหิวข้าวแล้วขับรถมา จนเมื่อยหิ้วท้องมากินข้าวเย็นที่นี่ไม่ยอมแวะที่ไหนเลยนะครับอยากรีบมาหาคุณย่าให้เร็วที่สุด”
ภาคินเดินโอบหญิงชราตัวอ้วนเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่หันมาสนใจขวัญดาวที่ยืนทำหน้าหมั่นไส้เขาอยู่ที่หน้าประตู
บรรยากาศของการกินอาหารมื้อเย็นที่ผิดเวลาไปจากปกติเพราะเครือวัลย์รอกินข้าวพร้อมหลานชายเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของย่าหลานมีเพียงแค่ความเงียบของขวัญดาวเท่านั้นที่พยายามอยู่ให้เงียบที่สุดเพราะไม่อยากทำให้ผู้มีพระคุณต้องรำคาญใจถ้าต้องมีการเถียงกันขึ้นมา หญิงสาวจึงเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ภาคินมาที่รีสอร์ตเธอจะทำเหมือนว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
“พรุ่งนี้ผมขอเริ่มงานเลยนะครับเริ่มจากที่รีสอร์ตก่อนเลยคงต้องรบกวนหลานสาวคุณย่าให้ช่วยสอนงานและอธิบายเกี่ยวกับการบริหารงานของรีสอร์ตให้ผมฟังหน่อย”
ภาคินพูดถึงขวัญดาวขึ้นมาแต่เขากลับไม่มองหน้าเธอ เขาทำเหมือนว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย
“ดีกันเสียทีนะสองคน โต ๆ กันแล้วจะได้ช่วยย่าดูแลกิจการ ย่าไม่ห่วงรีสอร์ตขวัญดาวพอดูแลได้แต่ตอนนี้ที่ย่ากำลังเป็นห่วงคือที่ไร่โดยเฉพาะสวนองุ่นย่าดูแลไม่ไหวแล้วอยากให้ภาคินรับไร่ไปดูแลแทนย่าเลยนะ”
เครือวัลย์พยายามจะให้ทั้งสองคนช่วยกันดูแลทั้งสองกิจการซึ่งภาคินก็เข้าใจแต่เมื่อเห็นหน้าหญิงสาวที่ยังคงเงียบอยู่มุมโต๊ะ เขาก็คิดอยากจะแกล้งขึ้นมาทันที
“คุณย่าทำเหมือนไม่อยากให้ผมไปดูแลรีสอร์ตเลย ผมน้อยใจนะครับแบบนี้”
“คิดมาก ย่าแค่อยากให้ช่วยกันสุดท้ายภาคินก็ต้องดูแล ทุกอย่าง ขวัญดาวแต่งงานเมื่อไหร่ย่าจะมาใช้งานทั้งวันแบบนี้คงไม่ได้ต้องรีบใช้ช่วงนี้เอาไว้ก่อน”
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าหลานอีกคนด้วยความตกใจเพราะเขาเข้าใจผิดว่าเธอกำลังจะแต่งงาน
“ภาคินทำไมมองน้องแบบนั้น” คนแก่ถามเมื่อเห็นสายตา
“ขวัญเพิ่งเรียนจบไม่ใช่เหรอครับทำไมรีบจะแต่งงาน”
คนเป็นย่ากลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ขวัญข้าวเองก็ถอนหายใจทำท่าส่ายหัวเหมือนกำลังเอือมระอากับคำพูดของภาคิน
“ภาาคินหลานย่าไปอยู่อเมริกาเสียหลายปีกลับมานี่เข้าใจอะไรยากมาก ย่าหมายถึงในอนาคต ตอนนี้อย่าว่าแต่แต่งงานเลยแม้แต่แฟนขวัญดาวยังไม่มี ย่าก็ยังมองอยู่ว่าถ้าไม่หาให้สงสัยหลานสาวคนนี้จะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตแน่ ๆ เพราะแต่ก่อนก็เอาแต่เรียนตอนนี้ก็เอาแต่ทำงานกลัวจะขึ้นคานไม่มีครอบครัวกับเขาจัง”
ชายหนุ่มเปลี่ยนสีหน้าทันทีตอนนี้เขาเริ่มยิ้มออกเมื่อเข้าใจความหมายที่คนเป็นย่าพูด
“ไม่แน่นะครับบางทีขวัญอาจจะมีแฟนอยู่แล้วแต่แค่ไม่ได้บอกคุณย่าหรือเปล่า”
ภาคินถามย่าแต่คราวนี้กลับมองหน้าหญิงสาวที่เขาไม่คิดเลยว่าโตมาจะทั้งสวยและน่ารักแบบนี้
“คุณภาคินคงเจอสาว ๆ ที่เมืองนอกมาตลอดเลยคิดว่าขวัญอาจจะเหมือนพวกเธอ ผู้หญิงไทยส่วนมากไม่ค่อยมีเรื่องผู้ชายหรอกค่ะและถ้ามีก็จะพามาให้ผู้ใหญ่รับรู้ ว่าแต่คุณเถอะตอนแรกขวัญคิดว่าจะพาเมียแหม่มกับมาด้วย”
ขวัญดาวแค่อยากตอบโต้บ้างเพราะนั่งเงียบเป็นฝ่ายฟังมาเกือบชั่วโมงแล้วแต่คำพูดของเธอมันกระตุ้นความรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจของชายหนุ่มที่เขาพยายามเก็บซ่อนไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเพิ่งเลิกกับมินดี้สาวสวยลูกครึ่งไทยอังกฤษเพราะเธอเลือกที่จะไปแต่งงานกับแฟนเก่าของเธอแทนและนี่คือสาเหตุที่ทำให้ภาคินตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทย
“คุณย่าครับผมขอตัวไปพักก่อนดีกว่า ขวัญดาวพาพี่ไปหน่อยมืดแล้วคุณย่าเดินไปคงไม่สะดวก”
เครือวัลย์เห็นด้วยกับคำพูดของหลานชายเพราะเธออายุมากแล้วเดินนิดเดินหน่อยก็เหนื่อยและเรือนหลังเล็กก็อยู่ไกล พอเดินเหนื่อยเลย เธอจึงให้ขวัญดาวทำหน้าที่ไปส่งแทน
“ไม่ได้เจอกันนานจะได้เดินคุยกันไปด้วย ขวัญดาวก็อธิบายพื้นที่ของไร่ว่ามีทำอะไรบ้างให้พี่เขาฟังจะได้เห็นภาพว่าต่อไปนี้ต้องศึกษาเรื่องอะไรเพิ่มบ้าง ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลยเดี๋ยวจะดึก ย่าก็จะได้เวลาสวดมนต์แล้ว”
ขวัญดาวทำหน้าที่เดินนำทางชายหนุ่มออกจากประตูบ้านและเตรีมจะเดินไปที่เรือนหลังเล็ก
“เอารถไปจอดไม่ได้หรือ”
ภาคินมองจากไฟของเรือนหลังเล็กที่อยู่กลางไร่แล้วเขาดูว่าระยะทางไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยเขาจึงคิดว่าขับรถไปคงสะดวกกว่า
“ได้ค่ะ”
ขวัญดาวจึงต้องหันกลับมาและเดินขึ้นรถยกสูงคันใหญ่ที่ดูแล้วน่าผจญภัยมากเพื่อขับเข้าไปในไร่แทนการเดิน
