3 รสชาติในวันวาร
แสงไฟสีส้มจากป้ายชื่อบริษัทด้านหน้าอาคารตึกสูงสะท้อนเงาบนพื้นถนนที่เปียกปอน รถยนต์ SUV สีดำเงาขับเข้ามาจอดชะลอชิดฟุตบาทตรงจุดที่ริชายืนกางร่มรออยู่ กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่เธอลืมไม่เคยลง
ริชารีบหุบร่ม แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ ลมแอร์เย็นฉ่ำพร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเอิร์ธที่คุ้นเคยพุ่งเข้ามาปะทะจมูกทันที เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างตั้งใจ สายตามองไล่ตั้งแต่โครงหน้าคม คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ไปจนถึงแววตาหมองหม่นที่พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าเอาไว้ใต้รอยยิ้มจางๆ
ริชานั่งเงียบ รอคอยว่าเขาจะเอ่ยปากเล่าเรื่องความทุกข์ใจ หรือระบายความเจ็บปวดจากการทะเลาะกับคนรักออกมาอย่างไรบ้าง
ทว่า... เอิร์ธกลับไม่ได้พูดเรื่องนั้นเลยแม้แต่คำเดียว
เขาลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาระบายยิ้มละมุนให้เธอ แววตาแฝงความอ่อนโยนเหมือนวันวาน "หิวหรือยังริชา... คืนนี้ฝนตกหนักแบบนี้ ไปหาอะไรอุ่นๆ กินกันดีกว่า"
"เอิร์ธ... ไม่เป็นไรใช่ไหม" ริชาถามด้วยความห่วงใย น้ำเสียงเรียบเย็นทว่าอบอุ่นเสมอ
"ไว้ค่อยคุยกันเถอะ ตอนนี้ฉันแค่อยากกินของอร่อยๆ กับเธอว่ะ" เอิร์ธยิ้มบางๆ มือหนาหมุนพวงมาลัยหักรถออกจากฟุตบาท "ไปร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่าหลังโรงเรียนไหม ร้านที่เราชอบไปกินตอน ม.ปลาย ป้ายังขายอยู่นะ... อยู่ดีๆ วันนี้ฉันก็คิดถึงรสชาติต้มยำไข่ยางมะตูมร้านนั้นขึ้นมาว่ะ"
คำว่า 'ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำตรอกเก่า' หลุดออกจากปากเขา เพียงแค่นั้น... ล้อรถที่เคลื่อนตัวไปบนถนนยามค่ำคืน ก็เหมือนพาหัวใจของริชาหมุนเวลาร่วมนึกย้อนกลับไปสู่อดีตอีกครั้ง
ย้อนกลับไปในคืนวันศุกร์ยามค่ำคืน สมัยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
บรรยากาศงานประจำปีของโรงเรียนดนตรีและศิลปะเพิ่งปิดฉากลงอย่างงดงาม เสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ บนเวทีใหญ่เมื่อครู่ เอิร์ธในฐานะมือกีตาร์และนักร้องนำ ได้เปล่งประกายเจิดจ้า ร้องเพลงรักหวานซาบซึ้งส่งไปให้ 'ลูกปัด' ดาวโรงเรียนที่ยืนยิ้มอยู่หน้าเวที ท่ามกลางสายตาอิจฉาและยินดีของนักเรียนทั้งโรงเรียน
หลังจากเก็บอุปกรณ์ดนตรีเสร็จเรียบร้อย กลุ่มเพื่อนสนิทชั้น ม.5/2 ทั้งสายรหัส สแกนดนตรี และเพื่อนกลุ่มกินข้าว รวมถึง 'ปลา' เพื่อนสนิทของริชา ก็นัดแนะกันไปหาอะไรกินฉลองความสำเร็จของงานในคืนนั้น ร้านเป้าหมายคือร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำในตรอกแคบหลังโรงเรียน ร้านประจำที่เปิดขายจนดึกดื่น
โต๊ะไม้ตัวยาวริมสุดของร้านถูกจับจองด้วยกลุ่มเด็กวัยรุ่นเกือบสิบคน เสียงหัวใจและบทสนทนาเฮฮาดังล้งเล้งด้วยความคึกคะนอง แต่เพราะโต๊ะมีขนาดจำกัด ทุกคนจึงต้องนั่งเบียดเสียดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และด้วยความวุ่นวายของการแย่งที่นั่ง... ริชาจึงถูกดันให้เข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างในสุด ติดกับฝ้าผนังไม้ และคนที่นั่งลงข้างเธอแบบแนบชิด ก็คือ เอิร์ธ
"โอ้ยยย เบียดกันเป็นปลากระป๋องเลยว่ะพวกมึง" ปลาร้องโวยวายขณะนั่งลงฝั่งตรงข้าม "เอิร์ธ! มึงเบียดริชาหรือเปล่านั่น เขยิบไปทางขวาหน่อยสิวะ"
"เออๆ ขอโทษทีริชา ที่มันแคบไปหน่อยน่ะ" เอิร์ธหันมาพูดกับเธอ กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ผสมกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตประจำตัวของเขาลอยวนอยู่ใกล้แค่ลมหายใจ
"ไม่เป็นไรหรอกเอิร์ธ เรานั่งได้" ริชาตอบเสียงเบา พยายามนั่งห่อไหล่เกร็งตัวให้ชิดผนังที่สุดเพื่อไม่ให้ไหล่ของเธอไปเบียดถูกเขา แต่โต๊ะที่แคบเกินไป ทำให้ทุกครั้งที่เอิร์ธขยับตัว ต้นแขนและไหล่หนาของเขาก็จะสัมผัสกับไหล่บางของเธอเบาๆ เสมอ ทุกลมหายใจเข้าออกของเธอในคืนนั้น เต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนอกซ้ายเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของริชาแทบหยุดเต้น กลับไม่ใช่แค่ความใกล้ชิด... แต่คือ 'ความใส่ใจ' ที่เอิร์ธมอบให้เธอตลอดมื้ออาหารนั้น
เมื่อก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำใสร้อนๆ มาเสิร์ฟ มีควันฉุยพวยพุ่งขึ้นมา เอิร์ธไม่ได้ลงมือทานทันที แต่เขากลับหยิบตะเกียบและช้อนสั้นขึ้นมา เช็ดด้วยทิชชูอย่างตั้งใจ แล้วยื่นส่งให้ริชาก่อนเป็นคนแรก
"อ่ะ ริชา ตะเกียบ... ถ้วยนี้ของเธอนะ ต้มยำน้ำใส ไม่ใส่พริก ไม่ใส่กระเทียมเจียว"
ริชาชะงัก ช้อนและตะเกียบในมือที่กำลังจะยื่นไปหยิบเองค้างกลางอากาศ เธอมองหน้าเอิร์ธด้วยความแปลกใจ "เอิร์ธ... จำได้ด้วยเหรอว่าเราไม่กินพริกกับกระเทียมเจียว"
"จำได้สิ" เอิร์ธยิ้มกว้าง รอยยิ้มสดใสที่ทำให้ไฟในร้านดูดรอปลงไปทันตา "เห็นเวลาสั่งข้าวตอนกลางวัน เธอชอบตักกระเทียมเจียวทิ้งตลอด กินต้มยำเผ็ดๆ ก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก... ฉันเลยกำชับป้าตอนสั่งให้เน้นๆ เลยนะ"
คำพูดธรรมดาที่มาจากความจำอันใส่ใจของเขา มันพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจของริชาอย่างจัง ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านซาบซ่านไปทั่วอก เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับ รับช้อนมาจากมือเขาแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ "ขอบใจนะเอิร์ธ..."
แต่แล้ว... ความอบอุ่นในอกของริชาก็คงอยู่ได้เพียงชั่วครู่เดียว
เมื่อกลุ่มเพื่อนดาวโรงเรียนเดินเข้ามาในร้าน และ 'ลูกปัด' เลือกที่จะนั่งลงตรงโต๊ะข้างๆ ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอี้ยวตัว สายตาและสมาธิทั้งหมดของเอิร์ธก็หลุดลอยไปจากโต๊ะของทันที
"ลูกปัด! นั่งตรงนั้นกินลำบากไหม มาเอาเกี๊ยวกรอบโต๊ะนี้ไปกินสิ" เอิร์ธรีบเอ่ยทักน้ำเสียงสดใสอย่างปิดไม่มิด เขารีบยกจานเกี๊ยวกรอบกลางโต๊ะส่งข้ามไปให้ลูกปัดด้วยตัวเอง
ไม่เพียงแค่นั้น สายตาของเอิร์ธคอยมองตามลูกปัดอยู่ตลอดเวลา พอลูกปัดบ่นว่าเผ็ด เอิร์ธก็รีบหันไปหยิบแก้วน้ำแข็งและหลอดมาส่งให้ถึงมือ คอยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยไหม ร้องเพลงบนเวทีเมื่อครู่ชอบหรือเปล่า รอยยิ้มและความใส่ใจที่เขามีให้ลูกปัด มันเต็มไปด้วยความเสน่หาและความรักที่ปิดยังไงก็ไม่มิด
"แหม่ๆๆ ไอ้อินเลิฟ!" ปลาเอ่ยแซวขึ้นมากลางโต๊ะ "คืนนี้ร้องเพลงซึ้งให้สาวฟังบนเวทีไม่พอ มานั่งดูแลทั้งริชาทั้งเขาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวอีกนะมึง"
เพื่อนในโต๊ะต่างพากันหัวเราะเฮฮา เอิร์ธหัวเราะแก้เขิน ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อขณะมองสบตากับลูกปัดที่ยิ้มเขินอยู่โต๊ะข้างๆ ก่อนที่เอิร์ธจะหันกลับมาพูดกับกลุ่มเพื่อนเบาๆ "ก็ต้องดูแลดิคนนี้... ส่วนริชา กูเห็นนั่งข้างกูแล้วกินไม่ค่อยทันใคร กูเลยช่วยหยิบช้อนหยิบน้ำให้เฉยๆ หรอก"
คำว่า 'คนนี้' ที่เขาใช้เรียกสตรีอีกคน กับเหตุผลเรื่อง 'หยิบให้เฉยๆ' ที่เขาใช้พูดถึงเธอ ทำให้อุณหภูมิความอบอุ่นในอกของริชาวูบดับลงอย่างรวดเร็ว
เธอรู้ดี... เอิร์ธเป็นคนดี เขาใส่ใจคนรอบข้างเสมอ ความอบอุ่นที่เขามอบให้เธอเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะเขามีใจพิเศษ แต่เป็นเพียง 'ความมีน้ำใจ' ของเพื่อนสนิท ในขณะที่หัวใจ ดวงตา และความรักทั้งหมดของเขา... ถูกมอบให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ คนนั้นไปหมดแล้ว
การได้รับการดูแลจากคนที่เรารัก... ในขณะที่สายตาของเขากำลังมองและดูแลคนอื่นอย่างลึกซึ้ง มันคือความสุขที่แสนทรมานที่สุดในชีวิตของริชาจริงๆ
