ตอนที่ 4 ของขวัญคืนเดียว
ตอนที่ 4
ของขวัญคืนเดียว
“ทำไมคุณถึงเอาเอกสารเข้ามาแทนล่ะ”
คิมหันต์ถามด้วยความแปลกใจเพราะเขาเป็นคนสั่งให้พลอยขวัญเอาเอกสารนี้เข้ามาคุยกับเขาก่อนการประชุมในช่วงบ่ายแต่กลับเป็นอารีย์ที่เข้ามาแทน
“ไปนอนอยู่ห้องพยาบาลแล้วค่ะคนนั้น ตั้งแต่เช้ามาก็นั่งหาวเหมือนคนจะเป็นลมพอกินข้าวเสร็จหันมาอีกทีก็ล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว”
อารีย์ทำงานกับคิมหันต์มาตั้งแต่ก่อสร้างตั้งบริษัทเธอจึงกล้าพูดจาเป็นกันเองกับเจ้านายบอกเล่าถึงอาการของน้องสาวที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาด้วยความเป็นห่วงเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พลอยขวัญมีอาการแบบนี้แต่หญิงสาวมักจะพยายามปกปิดทำเหมือนเธอแข็งแรงเพราะไม่อยากที่จะเสียเวลาไปนอนที่ห้องพยาบาลกลัวว่าจะเป็นการเอาเปรียบอารีย์เพราะเธอก็เหลือเวลาทำงานอยู่ที่นี่ไม่ถึง 1 สัปดาห์
“เมื่อวานผมกลับบ้านเย็นก็เห็นเธอนอนหลับอยู่กับโต๊ะตอนแรกก็จะเรียกถามว่าง่วงนอนแล้วทำไมไม่กลับบ้านแต่ก็กลัวจะไปขัดจังหวะคนกำลังนอนหลับก็เลยไม่ได้ปลุก”
คิมหันต์สังเกตอาการผิดปกติของพลอยขวัญมาได้เกือบสัปดาห์แล้วหญิงสาวมักจะมีอาการเหมือนคนง่วงนอนและบ่อยครั้งที่เธอนั่งดมยาดมเหมือนคนจะเป็นลมตลอดเวลาตอนแรกชายหนุ่มก็คิดว่าคงเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอแต่อาการก็ยาวมาจนเป็นสัปดาห์แบบนี้ก็ยังดูไม่ดีขึ้นเลย
“ถ้าอาการดีขึ้นคุณบอกให้เธอเข้ามาพบผมด้วยนะ”
คิมหันต์เริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ช่วยเลขาของ
เขาจะเป็นอาการแค่ไม่ได้พักผ่อนมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นซึ่งเขาเองก็รู้สึกกลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาคิด
พลอยขวัญเมื่อรู้ว่าเจ้านายเรียกพบเธอก็พยายามที่จะบอกกับทุกคนว่าหายดีแล้วเพราะไม่อยากให้ใครเป็นห่วง เธออยากรู้ว่าเจ้านายมีเรื่องอะไรจะพูดกับเธอเพราะตั้งแต่ความสัมพันธ์คืนนั้นเกิดขึ้นเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นอีกเลยนอกจากเรื่องงานก็ไม่มีเรื่องอะไรคุยกัน
“เย็นนี้คุณออกไปทำธุระกับผมหน่อยเดี๋ยวจะมีค่าล่วงเวลาให้เพราะไม่อยากใช้อารีย์คุณก็รู้ว่าเขาต้องดูแลลูกส่วนผู้ช่วยเลขาคนใหม่ที่รับเข้ามาก็ยังไม่ค่อยรู้งานเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของผมแต่ก็เกี่ยวกับธุรกิจนั่นแหละแต่มันไม่ได้เอาเข้าบริษัทผมจึงไม่อยากบอกให้ใครรู้”
ท่านประธานรีบพูดอธิบายว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นความลับแต่ก็เกี่ยวกับบริษัทเพราะเขากลัวว่าพลอยขวัญจะไม่ยอมไปถ้ารู้ว่าความจริงแล้วเขาชวนเธอออกไปเป็นการส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานเลย
“คุณพาพลอยมาที่นี่ทำไมคะ”
หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจเมื่อเขาพาเธอมาที่โรงพยาบาลเอกชนที่อยู่นอกเมือง แววตาของเขาที่มองเธอมาตลอดทางมันทำให้เธอรู้สึกได้ว่าเขามีบางอย่างที่กำลังสงสัย
“อาการที่คุณเป็นอยู่เหมือนคนท้องผมอยากรู้ว่า คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”
คิมหันต์คิดคำมามากมายแต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาจริงเขากลับเลือกที่จะพูดตรงๆเพราะถึงแม้เธอกับเขาจะมีความสัมพันธ์แค่คืนเดียวแต่เขาก็รู้ว่าแค่เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้เกิดอีกหนึ่งชีวิตได้เช่นกัน
“คุณจะอยากรู้ว่าพลอยท้องไปทำไม อย่าบอกนะว่าคุณอยากจะให้พลอยเอาลูกออก ไม่มีทาง ! ”
สาวน้อยในชุดทำงานเริ่มโวยวายเมื่อเธอรู้สึกว่าคำตอบที่เธอจะได้จากโรงพยาบาลนี้มันอาจจะทำให้ชีวิตของเธอมีการเปลี่ยนแปลงอาจจะได้รู้จักเขาในแง่มุมที่ใจร้ายกว่าเดิมก็ได้
“ผมบอกให้คุณลองไปตรวจแล้วก็ช่วยหยุดมองผมในแง่ร้ายได้แล้ว”
ท่านประธานส่ายหัวให้กับความคิดของหญิงสาวมันไม่เคยมีเรื่องนี้อยู่ในความคิดหรือจิตสำนึกของเขาเลย เขาต้องการได้คำตอบว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอถ้าเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆเขาพร้อมจะรับผิดชอบลูก
“ไม่ตรวจได้ไหมคะอีกแค่สัปดาห์เดียวพลอยก็จะไปจากที่นี่แล้ว เราสองคนก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะฐานะเจ้านายลูกน้องหรือแม้กระทั่งฐานะคนรู้จัก”
พลอยขวัญเองก็เลยไม่แน่ใจว่าอาการที่เธอเป็นอยู่จะเป็นเหมือนที่ท่านประธานคิดไหม เธอกลัวเหลือเกินถ้าคำตอบที่ได้คือเธอกำลังท้อง เขาจะพูดและทำให้เธอรู้สึก ไร้ค่าหนักไปกว่าเก่า
“วันนั้นที่เชียงใหม่คุณไม่ใช่คนขี้กลัวแบบนี้นี่ วันนี้เป็นอะไรกับแค่จะรู้ความเป็นจริงก็ยังทำท่าจะรับไม่ได้”
คิมหันต์คิดว่าการใช้คำพูดแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายเอาชนะและยอมเข้าไปตรวจซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ
“คุณกำลังตั้งครรภ์ค่ะ”
คำตอบของคุณหมอทำให้พลอยขวัญรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน เธอลาออกจากที่ทำงานแล้วอีกแค่เพียงสัปดาห์เดียวเธอก็ต้องกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้าน เธอจะบอกกับพ่อแม่ว่าเธอท้องกับใคร ต่อจากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าจะสุขจะทุกข์แค่ไหนเธอกำลังจะพาอีกหนึ่งชีวิตไปลำบากด้วย
“ผมขอฝากท้องเลยนะครับ”
หญิงสาวหันไปสบตาคนพูด เธอคิดว่าเมื่อออกจากโรงพยาบาลท่านประธานคงขอให้เธอกำจัดอีกหนึ่งชีวิตออกไปกลายเป็นว่าเขาตัดสินใจให้เธอฝากท้องที่นี่
