บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 หวนคืนจากเถ้าถ่านมอดไหม้

บรรยากาศในเรือนนอนกลิ่นหอมอบอวนด้วยควันกำยานดอกเหมย กลิ่นที่นางคุ้นเคยแต่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปี ความเย็นยะเยือกของความตายยังคงตกค้างอยู่ในห้วงอารมณ์ ลมหายใจหอบหืดสะท้านไปทั้งร่าง ภาพเพลิงไหม้ที่โหมกระหน่ำในจวน ความรู้สึกชาหนาจากฤทธิ์ยานอนหลับ คมดาบเย็นเยียบที่แทงทะลุอก และสายตาอันเฉียบขาดของนักฆ่า... ทั้งหมดนั้นยังคงแจ่มชัดจนกลิ่นคาวเลือดประหนึ่งยังฝังแน่นอยู่ในประสาทสัมผัส

"หากชาติหน้ามีจริง... ข้า 'หนิงอิง' ขอสาปแช่งท่าน! 'หลิงซวี่' ความรักข้างเดียวที่ข้ามอบให้ท่านตลอดหลายปี ช่างไร้ค่า ความแค้นนี้ข้าจะไม่มีวันลืม!"

นั่นคือคำอธิษฐานสุดท้ายของนางก่อนจะดับสูญ ชายผู้เป็นสามี ชายผู้เย็นชา เลือดเย็น และรักสนุกไปวันๆ เขาผู้ไม่เคยผูกพันกับผู้ใด มองนางเป็นเพียงหมากหรือขยะชิ้นหนึ่งในจวนแม่ทัพ และในวันที่นางตาย เขากลับเริงร่าอยู่กับหญิงงามนางใหม่... คนที่ส่งนักฆ่ามาดับลมหายใจนาง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา!

"องค์หญิง! องค์หญิงทรงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!?"

เสียงกะตือรือร้นของนางกำนัลรับใช้ประจำตัวดังขึ้นพร้อมแรงเขย่าเบาๆ ที่ไหล่ หนิงอิงสะดุ้งสุดตัว นางก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนเอง ไร้ซึ่งรอยไหม้ ไร้ซึ่งคราบเลือด มือคู่นี้ยังคงเนียนนุ่มประณีต นางรีบลูบหน้าอกและลำตัว ไม่มีรอยแผลจากคมดาบแม้แต่น้อย

นางหรี่ตามองไปรอบห้อง... นี่ไม่ใช่เรือนนอนแสนเศร้าในจวนแม่ทัพที่นางถูกทิ้งขว้าง แต่มันคือตำหนักหรูหราอันเป็นเรือนนอนเดิมของนางในวังหลวง ก่อนที่จะแต่งออกเรือนไปอยู่กับเขา!

"นี่... ตอนนี้ปีอะไร?" น้ำเสียงของหนิงอิงยังคงสั่นพร่า ทว่ากลับหนักแน่นขึ้นอย่างน่าประหลา

"ทะ... ทูลองค์หญิง บัดนี้คือปีรัชศกเฉิงอันที่เจ็ดเจ้าค่ะ" นางกำนัลตอบอย่างฉงนใจ

ปีเฉิงอันที่เจ็ด...

นางย้อนกลับมาแล้วจริง ๆ!

สี่ปีก่อนวันที่นางจะถูกสังหาร!

ในอกของหนิงอิงกระตุกวูบ ความสับสนแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก สวรรค์คงฟังคำสาปแช่งของนาง และส่งนางกลับมาในยามที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป สี่ปีก่อน... คือช่วงเวลาที่นางยังไม่ได้แต่งงานกับเขา ยังเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่เดินตามหลังชายหนุ่มผู้นั้นอย่างงมงาย

หลิงซวี่... แม่ทัพหนุ่มผู้เกรียงไกร ธงแดงแห่งบ่อน้ำตาของหญิงสาวทั่วทั้งเมืองหลวง

เขาคือชายผู้ไม่เคยแยแสสิ่งใด รักความตื่นเต้นและรักสนุกไปวันๆ มีหญิงงามโอบล้อมไม่ซ้ำหน้า เลือดเย็นไร้หัวใจ แต่ในชีวิตก่อนนางกลับโง่เขลา หลงคิดว่าความรักอันบริสุทธิ์ของนางจะสามารถหลอมละลายภูเขาน้ำแข็งอย่างเขาได้ จนกระทั่งราชโองการพระราชทานการแต่งงานมาถึง... ชีวิตในจวนแม่ทัพของนางจึงกลายเป็นนรกบนดิน เขาห่างเหินปล่อยให้นางทนทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสเพียงลำพัง ขณะที่เขายังคงเริงร่ากับหญิงอื่นอย่างไม่สนใจใยดี

"องค์หญิง... พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของท่านแม่ทัพหลิงซวี่นะเจ้าคะ พระองค์ทรงเตรียมชุดที่จะใส่ไปร่วมงานหรือยังเจ้าคะ?" นางกำนัลเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่าแต่ก่อน หากเป็นเรื่องของแม่ทัพหลิงซวี่ องค์หญิงจะตื่นเต้นยิ่งกว่าผู้ใด

หนิงอิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เดินไปที่คันฉ่องโบราณ มองเงาสะท้อนของตนเองในวัยเยาว์ แววตาที่เคยอ้อนวอนขอความรัก บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นอันดำมืด

"ชุดหรือ?" หนิงอิงแค่นหัวเราะในคอ เสียงเรียบเย็นจนนางกำนัลถึงกับขนลุกซู่

"ไปเตรียมชุดสีดำที่เรียบที่สุด... งานเลี้ยงพรุ่งนี้ ข้าไปแน่"

หลิงซวี่... ในชีวิตก่อน ข้าวิ่งตามท่านจนหัวใจแตกสลาย แต่ในชีวิตนี้ ข้ากลับมาเพื่อดึงท่านลงสู่นรกด้วยมือของข้าเอง ความแค้น ความทรมานที่ข้าเคยได้รับ ท่านจะต้องชดใช้มันทั้งหมด!

คืนนั้นทั้งคืน หนิงอิงไม่สามารถข่มตาลงนอนได้เลย แม้ลมหายใจจะแผ่วเบา แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับจ้องมองไปยังเพดานห้องนอนอันวิจิตรตระการตา... ทุกความทรงจำ ความเจ็บปวด และความทรงจำเรื่องกลิ่นควันไฟยังคงหลอกหลอนนางอยู่ทุกขณะจิต

วันรุ่งขึ้น ณ ศาลาว่าการและพระราชวังหลวง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความครึกครื้นและยิ่งใหญ่ งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของ ‘หลิงซวี่’ แม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยแพ้พ่าย ถูกจัดขึ้นอย่างมโหฬาร เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างพากันมาร่วมยินดี แม่ทัพหนุ่มในวัยยี่สิบสองปี ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน

ร่างสูงโปร่งสะดุดตาในชุดเกราะลายมังกรดำสนิท ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักด้วยหยกเนื้อดี แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับเฉียบเย็น ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ข้างกายแม่ทัพหนุ่มมีนางรำจากสำนักดนตรีหลวงรายล้อมอยู่หลายคน บ้างรินสุรา บ้างคอยเติมจอกให้ไม่ขาดสาย เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ปล่อยให้หญิงงามนางหนึ่งคลอเคลียอยู่ข้างกาย ขณะที่มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางยามนางกระซิบถ้อยคำหยอกเย้า

ทว่าเมื่อหญิงงามอีกนางโน้มกายเข้ามารินสุราให้ หลิงซวี่หัวเราะในคอ มุมปากยกยิ้มอย่างคนรักสนุกที่ไม่เคยแยแสต่อกฎเกณฑ์หรือสายตาใคร เขาถือกำเนิดมาพร้อมความเด็ดเดี่ยว เลือดเย็น และมองความรักเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ

และในตอนนั้นเอง เสียงขันทีก็ดังขึ้นขัดจังหวะความครึกครื้น

"องค์หญิงหนิงอิงเสด็จ!"

สายตาทุกคู่ในงานเลี้ยงหันไปมองเป็นจุดเดียว รวมถึงหลิงซวี่ที่กำลังถือจอกสุราค้างไว้ในมือ...

ร่างบางของหนิงอิงเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวขาวผ่องราวหยกเนื้อดี ขับเน้นความน่ารักอ่อนหวานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แม้เรือนร่างจะเล็กกะทัดรัด แต่กลับมีส่วนเว้าโค้งอวบอิ่มสะดุดตา นางไม่ได้แต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีสดใสหรือประดับประดาด้วยอัญมณีฉูดฉาดอย่างที่เคยทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา หากแต่สวมชุดฮั่นฟู่สีดำสนิท ขลิบด้ายทองคำ เรียบหรู ทว่าดุดันและทรงอำนาจ ใบหน้าของนางประทินแต่งเพียงบางเบา แต่นัยน์ตาที่เคยอ่อนหวาน เยิ้มด้วยความรัก บัดนี้กลับเรียบเฉย เย็นชา และลึกซึ้งราวกับหุบเหวที่ไร้จุดสิ้นสุด

หลิงซวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย... ความแปลกใจฉายวูบขึ้นในดวงตาคมกริบ

ปกติแล้วสายตาของนางจะจ้องมองเขาด้วยความคลั่งไคล้และหลงใหลเสมอไม่ใช่หรือ? เหตุใดวันนี้... นางถึงมองเขาเหมือนมองสิ่งของที่ไร้ชีวิต?

หนิงอิงเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าหลิงซวี่ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียบเนียน แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"ขอแสดงความยินดีกับท่านแม่ทัพหลิงซวี่... ชัยชนะครั้งนี้ ช่างยิ่งใหญ่นัก" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ

หลิงซวี่ยกจอกสุราขึ้นเบาๆ ก่อนจะเอ่นตอบด้วยน้ำเสียงกวนโทสะอันเป็นเอกลักษณ์ "เป็นพระกรุณาธิคุณขององค์หญิงที่มาร่วมงาน... นึกว่าองค์หญิงจะทรงเตรียมของขวัญพิเศษอย่างเช่นกวีนิพนธ์เกี้ยวพาราสีมามอบให้ข้าเหมือนเช่นเคยเสียอีก"

เหล่าขุนนางรอบข้างเริ่มแอบหัวเราะเบาๆ เพราะต่างรู้ดีว่าในอดีต องค์หญิงหนิงอิงตระเวนทำทุกอย่างเพื่อตามจีบแม่ทัพผู้เย่อหยิ่งคนนี้

ทว่า... หนิงอิงกลับไม่แสดงท่าทีเขินอายหรือประหม่าเหมือนแต่ก่อน นางเพียงแต่สบตากับเขาตรงๆ สายตาว่างเปล่าจนหลิงซวี่รู้สึกวูบวาบในอกอย่างประหลาด

"กวีนิพนธ์หรือ?" หนิงอิงแค่นหัวเราะ "ของไร้สาระเช่นนั้น ข้าเผามันไปหมดแล้ว... ต่อไปนี้ ท่านแม่ทัพไม่ต้องกังวลว่าข้าจะไปรบกวนเวลาอันมีค่าของท่านอีก"

พูดจบ หนิงอิงก็หมุนตัวกลับ เดินแยกออกไปนั่งยังที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาอีกเลย

หลิงซวี่จ้องมองแผ่นหลังของนางที่ค่อยๆ ห่างออกไป คิ้วเข้มขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จอกสุราในมือถูกบีบแน่นโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวที่เคยวิ่งตามเขาอย่างงมงายยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หัวใจเขา... เหตุใดเพียงข้ามคืน นางถึงกลายเป็นอีกคนหนึ่งได้ถึงเพียงนี้?

หนิงอิง... เจ้ากำลังเล่นละครอะไรอยู่กันแน่?

ทว่าในใจของหนิงอิงยามนี้ กลับมีเพียงแผนการอันเหี้ยมโหด

หลิงซวี่... การที่ข้าตัดใจจากท่าน มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมแต่งงานกับท่านเพื่อเป็นของไร้ค่าในจวนของท่านอีกต่อไป ข้าจะค่อยๆ ลอกคราบความภาคภูมิใจของท่าน และดึงท่านลงมาจากจุดที่สูงที่สุดด้วยมือของข้าเอง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel