บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

-เช้าวันรุ่งขึ้น-

เพราะความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เช้าวันนี้มู่อิงเถานอนตื่นสายจนได้ เมื่อนางลุกขึ้นมาก็ไม่เห็นทั้งสองคนนั้นอยู่ในห้องแล้ว

‘หายไปไหนกันนะ’

เมื่อสอบถามซ่งหงอี้ไปถึงได้รู้ว่าซ่งอวี่ถงนั้นขึ้นเขาไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะกลับลงเขามาทันหรือไม่ มู่อิงเถาเสียดายเล็กน้อยในใจยังคงอยากเห็นทิวทัศน์ของหุบเขาแห่งนั้นเพราะในยุคที่จากมามีแต่ถนนหนทางที่รายล้อมด้วยตึกสูงเสียดฟ้ากันทั้งนั้น

หญิงสาวเดินคอตกเข้าไปในบ้านแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นตั้งใจจะนำผ้าห่มไปซัก สองเท้าอวบอั๋นก็เดินไปรื้อผ้าห่มทุกผืนแล้วมุ่งตรงไปที่คลองท้ายหมู่บ้านทันที

ที่แห่งนั้นมีหญิงสาวในหมู่บ้านที่กำลังนั่งสนทนาพูดคุยกันอย่างถูกคอเมื่อหันมามองที่นางก็หยุดพูดไปสักพักก่อนจะหันไปซุบซิบนินทานางต่อ

แต่คนอย่างมู่อิงเถาหรือจะใส่ใจนางนั่งลงก่อนจะใช้สบู่ซักผ้าที่ได้มาจากมิติวิเศษมาซัก เหล่าหญิงสาวที่เห็นว่านางมีสิ่งนั้นอยู่ในมือต่างก็รีบเดินเข้ามามุงดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

“เจ้ามีเจ้าสิ่งนั้นได้อย่างไร”

“อะไรหรือ”

“ก็นั่นอย่างไรล่ะกลิ่นก็หอมด้วย”

“อ่อ มันคือสบู่น่ะ”

“จริงหรือแล้วเจ้าไปได้มันมาได้อย่างไร”

แต่แล้วก็มีใครบางคนพยายามแหวกทางเข้ามาหานางเมื่อเพ่งมองอีกครั้งถึงได้รู้ว่าเป็นฮูหยินน้อยสะใภ้คนโตของบ้านตระกูลซ่งนั่นเอง

มู่อิงเถาจ้องมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะแสยะยิ้มให้นางเล็กน้อย

“ว้าว! นี่ฮูหยินน้อยก็รู้จักทำงานบ้านด้วยหรือนี่คิดไม่ถึงจริงๆ”

“เจ้าพูดอะไร ข้าก็ทำเช่นนี้เรื่อยมาเจ้าพูดจาเช่นนี้อยากให้คนอื่นหัวเราะเยาะข้าหรืออย่างไรกัน”

“ท่านคิดมากเกินไปหรือไม่แต่ก็อย่างที่ข้าพูดเมื่อก่อนเป็นข้าที่ทำงานบ้านแทนท่านมาโดยตลอด พวกท่านเคยเห็นนางมาที่นี่หรือไม่เล่า”

เมื่อหันไปมองเหล่าสตรีในหมู่บ้านทุกคนต่างก็ส่ายหน้ากันทั้งนั้น

“จะ เจ้า! มู่อิงเถาเจ้ามันคนร้ายกาจ เจ้าสิ่งนั้นน่ะคงขโมยมาจากบ้านใหญ่สินะคนอย่างพวกเจ้าจะไปมีปัญญาหาซื้อมาใช้ได้อย่างไรกัน”

“พูดอะไรของเจ้า”

มู่อิงเถาลุกขึ้นก่อนจะพันแขนเสื้อขึ้นมาแล้วยืนท้าวเอวจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่นึกเกรงกลัวแต่อย่างใด

“ไหนเจ้าลองบอกมาสิสิ่งนี้คืออะไรแล้วซื้อมาจากที่ไหน”

“ขะ ข้า”

“หากบอกถูกข้าจะยกมันให้เจ้า”

“คือว่าข้า”

ฮูหยินน้อยพูดไม่ออกนางจ้องมองไปจนทั่วคุ้งน้ำก็เห็นสายตาดูแคลนของทุกคนจ้องมองมาที่นางเป็นตาเดียว

“อะไรๆ ก็หาว่าข้าขโมยมาข้าขอถามสักนิดเจ้ามีโอกาสได้เข้าไปตัวเมืองบ่อยๆ เช่นสามีของข้าหรือไม่ล่ะ”

“เจ้าสิ่งนี้เรียกว่าสบู่ และก็เป็นสามีของข้าที่จัดซื้อมาให้ไหนเลยจะเป็นของพวกเจ้าไปได้”

“นี่เจ้า! โกหกหน้าด้านๆ พวกนางต้องขโมยเงินของบ้านใหญ่ไปซื้อมาแน่ๆ”

“ฮูหยินท่านช่วยพูดอีกทีไหนบอกว่าสบู่นี้เป็นของพวกท่าน แต่เมื่อครู่ใยถึงได้พูดว่าพวกนางขโมยเงินของพวกท่านไปซื้อมันมา ตกลงแล้วมันอย่างไรกันแน่”

“คือข้า ข้า”

เมื่อถูกทุกคนเพ่งเล็งสะใภ้ใหญ่ผู้นั้นก็หันขวับมาจ้องมองมู่อิงเถาอีกครั้งก่อนจะชี้นิ้วมาที่นางแล้วพูดขึ้นว่า

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

พูดจบก็หอบเอาเสื้อผ้าที่ยังซักไม่เรียบร้อยหนีกลับไปยังเส้นทางในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

มู่อิงเถาส่ายหัวให้นางเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าออกมาจากบ้านใหญ่ได้แล้วแต่พวกนั้นกลับยังกล้ามาระรานนางอีกช่างน่ารังเกียจเสียจริง

หลังจากเหตุการณ์สงบลงมู่อิงเถาก็อยู่พูดคุยกับเหล่าสตรีพวกนั้นต่อ สะใภ้หยวนผู้ที่เคยอาศัยอยู่บ้านถัดไปจากบ้านตระกูลซ่งนั้นได้พูดขึ้นว่าสามีของนางเคยขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้ยินแว่วๆ ว่าที่หุบเขานั้นมีสมุนไพรล้ำค่าอีกด้วย

เพราะความที่นางเองก็เป็นในยุคที่จากมาจึงทำให้มู่อิงเถารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ยินไม่น้อย เมื่อซักผ้าเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็เร่งฝีเท้ากลับไปที่บ้านอย่างรวดเร็ว ในใจก็หวังอยากให้ซ่งอวี่ถงกลับมาไวๆ นางอยากรู้ว่าที่หุบเขาแห่งนั้นมีสมุนไพรเหล่านั้นจริงๆ หรือไม่

เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายเล็ดลอดออกมาจากทางหน้าบ้าน ทั้งยังมีเสียงสิ่งของแตกหักและเสียงร้องไห้ระงมของเด็กชายผู้น่าจะเป็นซ่งหงอี้หลานชายของซ่งอวี่ถงนั่นเอง

มู่อิงเถาหอบถังใส่ผ้าวิ่งไปหน้าบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อมาถึงก็พบว่าคนที่เข้ามาทำลายข้าวของเป็นใครไม่ได้เลยนั่นก็คือฮูหยินน้อยที่ถูกนางหักหน้าในคลองท้ายหมู่บ้านและลูกสาวคนโตของนางนั่นเอง

“พวกเจ้าเข้ามาในบ้านของข้าทำไม”

“ฮ่าๆๆ พูดมาได้เต็มปากว่าเป็นบ้านของเจ้า ที่นี่มันบ้านร้างใช่ของพวกเจ้าเสียที่ไหนกันขอทานเช่นเจ้าอย่ามายุ่งถอยไป!”

“ถ้ากล้าก็เข้ามา”

ฮูหยินน้อยเดินตรงเข้ามาหานางอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ แต่ยังไม่ทันได้เหยียบถึงเงาของมู่อิงเถาก็ถูกหมัดของนางซัดเข้าไปที่ใบหน้าอย่างเต็มแรงจนเลือดกำเดาไหลออกมาทันที

“กรี๊ด! เจ้ากล้าทำร้ายข้าได้อย่างไรนังอัปลักษณ์!”

นางกรีดร้องโวยวายจนชาวบ้านละแวกนั้นต่างก็เข้ามามุงดูทีละคนสองคนจนเวลานี้เกือบเต็มหน้าบ้านแล้ว

มู่อิงเถาไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นนางก้าวเดินไปข้างหน้าไม่สนใจคำพูดด่าทอของสองแม่ลูกนั้น ดวงตาของมู่อิงเถาเอาแต่จดจ้องคนทั้งคู่ไม่วางตาสีหน้าและแววตาที่น่ากลัวของนางทำเอาสองแม่ลูกนั้นเป็นฝ่ายเดินถอยหลังหนีไปแทน

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”

“!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel