บทย่อ
“ธนัท” พี่ผัวหนุ่มหล่อเข้ม วัย 32 เพิ่งหย่ากับเมียเก่า ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของน้องชายและน้องสะใภ้เป็นการชั่วคราว “พิมพ์” สาวสวยวัย 25 แต่งงานกับต้นน้องชายของธนัท แต่ชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยความเหงาเพราะสามีงานยุ่งตลอดเวลา จากสายตาที่จ้องมองกันโดยบังเอิญและการสัมผัสที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นไฟปรารถนาที่ลุกโชนเกินกว่าจะควบคุม สัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างพี่ผัวกับน้องสะใภ้ ค่อย ๆ ก่อตัวท่ามกลางความรู้สึกผิด ความหึงหวง และความเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผย พวกเขาจะหยุดได้หรือไม่ เมื่อร่างกายและหัวใจต่างโหยหาอีกฝ่าย หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่เกินเลย...และไม่อาจหวนคืน?
ตอนที่ 1 ผู้ชายอีกคนในบ้าน
บ้านไม้สองชั้นสีครีมอ่อน ๆ ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านบางนา เป็นที่พักของสองผัวเมียคือ “ต้น” และ “พิมพ์” ต้นอายุ 29 ปี เป็นวิศวกรโยธาประจำบริษัทก่อสร้างขนาดกลาง งานหลักคือคุมไซต์งานก่อสร้างตามที่บริษัทมอบหมายและดูแลงานโครงสร้าง ทำให้ต้องเดินทางต่างจังหวัดบ่อยมาก บางเดือนอยู่บ้านแค่ 1-2 สัปดาห์
ต้นเป็นคนที่รักเมียมากแต่มักไม่ค่อยแสดงออกชัดเจน เขามักทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับงานโดยคิดว่าเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว จนบางครั้งก็ลืมนึกถึงความรู้สึกของพิมพ์ที่ต้องทนเหงาอยู่ในบ้านตามลำพังบ่อย ๆ
ส่วนพิมพ์ อายุ 25 ปี เป็นฟรีแลนซ์ด้านกราฟิกดีไซเนอร์ ทำงานจากที่บ้านเป็นหลัก รับงานทำโปสเตอร์ แบนเนอร์ แพ็กเกจจิ้ง และงานออกแบบโลโก้ให้บริษัทขนาดเล็ก-กลาง
พิมพ์ถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เธอหุ่นดีแบบสาวไทยทั่วไป อก 34C เอวคอด สะโพกผาย ผิวขาวอมชมพู หน้าตาหวาน หน้าผากกว้าง คิ้วโก่งธรรมชาติ ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบสีชมพูอ่อน สวยแบบธรรมชาติแต่ถ้าวันไหนแต่งหน้าแต่งตัวพิมพ์จะดูเซ็กซี่เป็นพิเศษจนหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่อดเหลียวมองไม่ได้
พิมพ์ชอบใส่เสื้อกล้ามบางเบา เสื้อยืดตัวหลวม กางเกงขาสั้น หรือเดรสตัวบางตอนอยู่บ้าน ทำให้เห็นเนินอกและโค้งเว้าชัดเจนโดยไม่ตั้งใจ พิมพ์เป็นผู้หญิงที่ภายนอกดูอ่อนโยน ขี้อาย น่ารัก เป็นคนที่ทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจเวลาอยู่ด้วย แต่ภายในเธอแอบซ่อนความเหงาจากการที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวบ่อย ๆ และยิ่งกว่านั้นคือพิมพ์แอบซ่อนจินตนาการทางเพศที่โลดโผนเร้าอารมณ์แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกให้ต้นรู้เพราะกลัวเขามองเธอไม่ดี
แล้ววันหนึ่งเรื่องที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของพิมพ์ก็เกิดขึ้น เมื่อต้นชวนให้ “ธนัท” พี่ชายของตัวเองที่เพิ่งหย่ากับเมียมาอยู่ที่บ้านด้วยกันชั่วคราวจนกว่าจะหาทางขยับขยายออกไปได้ และต้นไม่อยากให้พี่ชายอยู่คนเดียวในสถานการณ์ที่อ่อนไหวทางอารมณ์ ซึ่งพิมพ์ก็เข้าใจและยินดีให้ธนัทเข้ามาเป็นผู้ชายอีกคนในบ้าน
ธนัท อายุ 32 ปี เป็นสถาปนิกอิสระ (Freelance Architect) ทำงานรับออกแบบบ้านทั่วไป บ้านพักตากอากาศ โครงการขนาดกลาง-ใหญ่ เขาเป็นหนุ่มใหญ่มีเสน่ห์ หน้าตาคมเข้ม คิ้วหนา ดวงตาคมลึก จมูกโด่ง ริมฝีปากบางแต่เซ็กซี่เวลายิ้มมุมปาก ร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มจากการเข้ายิมเป็นประจำ ชอบใส่เสื้อยืดรัดรูป กางเกงยีนส์ หรือกางเกงวอร์มตอนอยู่บ้าน พี่เขยของพิมพ์
ธนัทเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อยแต่พูดแล้วมีน้ำหนัก เป็นพี่ชายที่น่าเชื่อถือ หลังหย่ากับเมีย เขาเก็บตัวมากขึ้น ดูเย็นชาแต่จริง ๆ แล้วเขาอยากมีใครสักคนที่เข้าใจและรับฟังหรืออย่างน้อยแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยังดี
“พี่นัทมาอยู่ด้วยก็ดีนะ จะได้เป็นเพื่อนพิมพ์เวลาที่ผมต้องออกต่างจังหวัด”
“อย่ามาเนียนต้น ที่พูดมาเพราะอยากให้พี่สบายใจ จะได้ไม่อึดอัดใช่มั้ย”
“พี่นัทอย่าคิดมากสิ ก็อยู่ไปก่อน เอาไว้พี่หาเมียใหม่ได้ค่อยย้ายออก”
“แผลเก่ายังไม่ทันหาย ยุให้พี่หาแผลใหม่เพิ่มซะงั้น เอาเป็นว่าจะพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ บอกตรง ๆ เกรงใจพิมพ์เค้า”
“พี่นัทไม่ต้องเกรงใจพิมพ์นะคะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง ขาดเหลืออะไรก็บอกต้นกับพิมพ์ได้ ห้องอาจจะเล็กไปหน่อยนะคะ”
“แค่นี้ก็ดีแล้วครับพิมพ์ ยังไงพี่ขอรบกวนสักพักนะ เอาไว้เคลียร์เรื่องทรัพย์สินกับแพรได้เดี๋ยวพี่หาคอนโดเล็ก ๆ อยู่เอาครับ”
“ยังไงผมฝากพิมพ์ด้วยนะพี่ พี่มาอยู่ด้วยผมจะได้ห่วงน้อยลงหน่อย”
“นี่ห่วงแล้วเหรอพี่ต้น ทำไมพิมพ์ไม่รู้สึกเลย”
“พิมพ์ก็ ที่พี่ทำงานหนักก็เพื่อครอบครัวเรานะ อีกหน่อยมีลูกค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นอีก”
พิมพ์มองค้อน เวลาคุยกันเรื่องความสัมพันธ์และชีวิตคู่ทีไรต้นมักเอาเรื่องความมั่นคงมาอ้างตลอด เธอไม่ได้บอกว่ามันไม่ดีแต่บางครั้งเขาก็ละเลยบางเรื่องที่สำคัญกับชีวิตคู่
หลังจากธนัทเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านพิมพ์รู้สึกว่าบ้านมันมีชีวิตชีวาขึ้น เธอมีคนให้พูดคุยด้วยจากที่ปกติมักจะต้องคุยกับ AI เวลาที่รู้สึกเหงา ยิ่งเป็นคนที่ทำงานศิลปะเหมือนกันยิ่งทำให้พิมพ์รู้สึกว่าธนัทเข้าใจเธอมากกว่าต้นเสียอีก
เย็นวันหนึ่งพิมพ์กำลังยืนทำกับข้าวในครัว เสียงกระทะกระทบกันเบา ๆ กลิ่นผัดกะเพราหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เธอสวมเสื้อยืดสีครีมตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีเทา ผมยาวประบ่าถูกมัดหลวม ๆ ด้วยยางรัดผมสีดำ เป็นชุดที่เธอมักใส่ประจำเวลาอยู่บ้านโดยลืมไปว่าตอนนี้ในบ้านมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอีกคน
“พี่นัทลงมากินข้าวได้แล้วค่ะ”
เสียงใส ๆ ของพิมพ์ดังขึ้นจากในครัว ธนัทที่กำลังนั่งจัดเอกสารบนโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้น เขาเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเห็นพิมพ์กำลังตักข้าวใส่จาน ชุดที่เธอใส่ทำให้เขาอดแอบมองไม่ได้ สะโพกของพิมพ์โค้งมนเล็กน้อยขยับตามจังหวะที่เธอเอียงตัว ธนัทรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเองที่สายตาเหลือบมองนานกว่าปกติ เขาส่ายหัวเบา ๆ แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ
“ขอบคุณมากนะพิมพ์ กลิ่นหอมมากเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่นัท พอดีต้นบอกว่าพี่ชอบกะเพราแบบเผ็ดจัด เลยใส่พริกไปเยอะหน่อยนะคะ”
พิมพ์วางจานลงตรงหน้าเขา ธนัทเพิ่งมองหน้าพิมพ์เต็มตาเป็นครั้งแรง เธอมีผิวที่เรียบเนียน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูอ่อน และดวงตาที่เหมือนมีแสงระยิบระยับ เขารู้สึกถึงความงามที่เรียบง่ายแต่ดึงดูดอย่างประหลาด
ต้นเดินลงมาจากชั้นบน ผมยุ่ง ๆ เพราะเพิ่งตื่นจากการงีบหลับเหมือนทุกครั้งที่เขากลับมาจากไซต์งาน
“หอมจังเลยพิมพ์ หอมจนพี่ตื่นมาตามกลิ่นเลย”
ต้นพูดพร้อมกับกอดพิมพ์จากด้านหลังเบา เขาลืมไปว่ามีสายตาของพี่ชายตัวเองมองอยู่ ธนัททำเป็นก้มหน้าก้มตากินข้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวพิมพ์ลอยมาแตะจมูกเขาเป็นระยะ ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
มื้อค่ำเป็นไปอย่างครึกครื้น ต้นเล่าเรื่องงานที่บริษัท เขาต้องส่งแบบก่อสร้างให้ลูกค้าต่างจังหวัด ทำให้ต้องเดินทางเกือบทุกสัปดาห์
“พี่นัท พี่ว่าผมควรรับงานนี้มั้ย เงินดีนะ แต่ต้องไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ” ต้นถามพลางตักข้าวเข้าปาก
“ถ้าเงินดีและงานไม่หนักเกิน ก็รับไปเถอะ ต้นยังหนุ่มอยู่ เก็บเงินไว้ก่อน” ธนัทตอบแบบพี่ชายที่เป็นห่วงอนาคตของน้อง
พิมพ์นั่งฟังเงียบ ๆ มือหมุนช้อนเล่นไปมา
“พี่ธนัททำงานสถาปนิก แล้วชอบวาดรูปมั้ยคะ” พิมพ์ถามขึ้นมาเสียงนุ่ม ธนัทหันไปมองเธอ
“ชอบสิ โดยเฉพาะพวก sketch มือเปล่า เวลาได้ไอเดียใหม่ ๆ มันสนุกดี”
“พิมพ์ก็ชอบวาดรูปเหมือนกันค่ะ แต่เป็นพวกกราฟิกดีไซน์มากกว่า ไม่ค่อยเก่งวาดมือเปล่าเท่าไหร่” พิมพ์หัวเราะเบา ๆ
“เมียผมเก่งนะพี่ ขนาดที่บริษัทผมยังให้พิมพ์ออกแบบโปสเตอร์ให้เลย”
“เออเชื่อ คนอวดเมียตัวจริงเลยนะต้น แต่พิมพ์ก็ดูเก่งจริง ๆ นั่นแหละ”
“แค่ดูเก่งเองเหรอคะพี่นัท น้อยใจนะเนี่ย”
“อ่าว เป็นงั้นไป นี่พี่ชมนะครับพิมพ์ ฮ่า ๆ ๆ ”
บทสนทนาไหลลื่น ธนัทกับพิมพ์คุยกันเรื่องศิลปะ เรื่องสี เรื่องการจัดองค์ประกอบ จนต้นที่นั่งฟังเริ่มเบื่อ เขาลุกไปหยิบโทรศัพท์มาเช็ค
“เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปสนามบินแต่เช้า” ต้นพูดแล้วเดินขึ้นชั้นบน พิมพ์กับธนัทยังนั่งคุยกันต่อ
“พี่ธนัทเคยลองวาด portrait ไหมคะ” พิมพ์ถาม สายตาเธอเป็นประกาย
“ไม่ค่อย ถ้าวาดคนจริง ๆ มันยาก ต้องจับอารมณ์ให้ได้”
“ถ้าพี่อยากลอง พิมพ์เป็นแบบให้ได้นะคะ”
พิมพ์พูดเล่น ๆ แต่ธนัทรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สายตาทั้งคู่สบกันนานกว่าปกติ จนพิมพ์รีบหลบตา หน้าแดงระเรื่อ
“เอ่อ...พิมพ์ล้างจานก่อนนะคะ” พิมพ์แก้เก้อด้วยการขอตัวไปล้างจาน
ธนัทนั่งนิ่ง มองแผ่นหลังของพิมพ์ที่กำลังเดินไปที่อ่างล้างจาน ความรู้สึกแปลก ๆ ในอกเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ เขาพยายามสลัดมันออกเพราะรู้ว่ามันไม่สมควร แต่เขาจะห้ามใจตัวเองได้อีกนานแค่ไหนกัน....

