สะกดหัวใจนายจอมมาร

116.0K · ยังไม่จบ
PPnida
54
บท
316
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในสามภพ ถูกสะกดให้หลับใหลหลายทิวาราตรี ทว่ายี่สิบปีให้หลัง เขาสามารถฟื้นคืนชีพอีกหน และบังเอิญพบเข้ากับศิษย์เอกของผู้ที่สะกดตนเอาไว้ หนี้แค้นที่ต้องการชำระดันต้องตกเป็นของศิษย์ผู้นัน เนื่องจากอาจารย์ที่ได้สะกดจอมมารเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน กลับไม่ได้อยู่บนโลกโสมมใบนี้เสียแล้ว

นิยายจีนโบราณนิยายเทพเซียนนิยายกำลังภายใน

บทที่ 1 ฟื้นคืนชีพ

ค่ำคืนเดือนมืดที่แทบไม่มีแสงจากดวงจันทร์สาดส่อง บนยอดเขาลูกหนึ่งคือที่ตั้งสุสานของจอมมารร้ายที่ใครก็ตามเพียงได้ยินนามของเขายังต้องหวาดกลัว และไม่เคยมีใครกล้าย่างกรายเข้ามา ณ พื้นที่แห่งนี้แม้เพียงครึ่งก้าว ในคืนนี้นับได้ว่าเป็นค่ำคืนที่ผู้คนไม่ควรก้าวย่างออกจากชายคาบ้าน อันเนื่องจากผู้คนเรียกขานค่ำคืนวันนี้ว่า คืนเดือนดับ

‘หลงเฟยเทียน’ หรือจอมมารร้ายที่ใครๆ ต่างหวาดเกรง นอนทอดกายอันสูงใหญ่กำยำ ทว่าสมส่วนงดงาม อยู่ภายในโลงไม้สักสีดำทะมึน รอบด้านบริเวณโลงศพล้วนเต็มไปด้วยปราณเซียนสะกดวิญญาณ ใบหน้าหล่อเหลา สวมใส่อาภรณ์สีดำ บนบ่าปกคลุมด้วยผ้าคลุมไหล่เนื้อดีสีเข้ม แม้ใครต่อใครต่างเล่าลือว่าเขาได้ตายไปแล้วตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อน แต่หารู้ไม่เขาอาจเพียงแค่หลับใหลด้วยอาคมสะกดวิญญาณปีศาจและมารเท่านั้น!

“ข้าน้อย คารวะท่านจอมมาร น้อมต้อนรับท่านกลับมา”

ชายหนุ่มชุดดำ นั่งคุกเข่าซ้าย และชันเข่าขวา แขนหนาแกร่งของเขาประสานกันระหว่างอก ชายหนุ่มปริศนาก้มศีรษะเพื่อคารวะผู้เป็นนาย

บริเวณโดยรอบพลันปรากฏแสงสีแดงประหลาดสาดส่องลงมาจากดวงจันทร์อันมืดมนอนธการ กระทบไปยังโลงศพไม้สัก เสียงฝาโลงแตกกระจายดัง เปรี้ยง!

จอมมารผู้หลับใหลยาวนานในทุกทิวาราตรี ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาอันเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยว ยิ่งขับเน้นใบหน้าอันหล่อเหลาให้ดูคมเข้มและน่าเกรงขาม ร่างกายสูงใหญ่กำยำลอยสูงขึ้นเหนือโลงศพ นัยน์ตาสีเข้มจดจ้องผู้อยู่เบื้องล่างอย่างเย็นชา

“หึ! นี่ตัวข้านอนมานานเกินไปแล้วสินะ”

~*~*~*~*~

รุ่งสางในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่าไม่ใกล้และไม่ไกลจากยอดเขามากนัก ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างเนืองแน่น บรรยากาศทั่วท้องตลาดต่างเล่าลือถึงเสียงดังสนั่นบริเวณยอดเขาเฉิงตันเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา

“นี่ นี่ เมื่อคืนมีผู้ใดได้ยินเสียงดังมาจากยอดเขาเฉิงตันเช่นข้าหรือไม่”

เสียงหญิงวัยกลางคนได้กล่าวกับพ่อค้าขายผักและผู้คนที่ยืนรายล้อมกันเพื่อเลือกซื้อของในบริเวณนั้น

“ข้าได้ยิน เสียงนี่ดังสนั่นเสียจนบ้านทั้งหลังของข้าแทบพังอยู่รอมร่อ” พ่อค้าขายผักตอบกลับหญิงผู้นั้น

“เขาว่ากันว่าในคืนเดือนดับจะมีสิ่งชั่วร้ายออกมาปรากฏตัว ข้าว่าจอมมารที่ใครๆ ต่างก็ว่าตายไปแล้วนับยี่สิบปี่ก่อนอาจตื่นขึ้นมาแล้วก็ได้” หญิงสาววัยแรกแย้มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกลางวงสนทนา

ได้ยินดังนั้น ผู้คนทั่วทั้งตลาดต่างส่งเสียงฮือฮา ตะเบ็งเสียงแข่งกันเซ็งแซ่ ด้วยความตื่นตระหนกและตกใจกลัว

“ข้าน้อยขอเรียนถาม เสียงที่พวกท่านได้ยินเมื่อคืน ดังมาจากทางใดหรือขอรับ”

เบื้องหลังหญิงสาว พลันปรากฏชายหนุ่มรูปงาม สวมใส่อาภรณ์สีขาวราวหิมะ บริเวณเอวด้านซ้ายห้อยหยกแขวนลายดอกบัวงาม กลิ่นอายเต็มไปด้วยปราณเซียนอันบริสุทธิ์ รับกับใบหน้าสวยงามราวกับหงส์ มองอย่างไรบุรุษผู้นี้ก็ช่างดูงดงามยิ่งกว่าอิสตรีเสียด้วยซ้ำ

“อุ้ย! คุณชายท่านช่างหล่อเหลายิ่งนัก... เมื่อคืนข้าน้อยได้ยินเสียงดังมาจากทางยอดเขาด้านโน้นเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางส่งส่ายสายตาหวานเยิ้มไปยังชายหนุ่ม กรีดกรายนิ้วมือด้วยท่าทางเหนียมอาย

“ขอบคุณท่านมาก” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับยกมือคำนับ ร่างสูงโปร่งของบุรุษจึงก้าวเท้าออกจากวงสนทนาอย่างรวดเร็ว

“ช้าก่อนคุณชาย ท่านจะไปยอดเขาเฉิงตันเช่นนั้นหรือ?” ใบหน้าสวยใสเบิกดวงตากว้างเท่าไข่ห่านด้วยความตระหนก

บุรุษร่างบางจึงหันกายกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาทว่างามงดค้อมลงเบาๆสองครั้ง ก่อนเรียวขาสูงยาวของเขาจะก้าวเท้าเดินจากไปอย่างไม่รอช้า

‘ชิงหนิงอวี่’ มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเฉิงตัน ที่ชาวบ้านต่างเล่าลือกันว่ามีมารร้ายฟื้นคืนชีพในคืนเดือนดับ แต่นั่นมิใช่ยอดเขาที่อาจารย์ของเขาได้เคยขึ้นไปปราบจอมมารหรอกหรือ การประมือกันระหว่างจอมมารและอาจารย์อันเป็นที่รักของเขา ทำให้บาดเจ็บสาหัสถึงขั้นปรานเซียนแตกซ่าน อาการจิตแตกร้าว จนในที่สุดอาจารย์จึงได้จากเขาไปอย่างสงบ เมื่อย้อนนึกถึงแล้วหัวใจของชายหนุ่มพลันกระตุกวูบ แววตาคู่งามวูบไหวด้วยความสลดใจ ใบหน้างามรีบสลัดอารมณ์เศร้าหมองนั้นทิ้งไป พร้อมเร่งฝีเท้าอย่างรีบร้อน เพื่อมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเฉิงตันในทันที!

ในทุกเส้นทางของการก้าวย่างช่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายมารที่รุนแรง กระนั้นสองข้างทางที่เขาเดินลัดเลาะกลับเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด แต่ที่สะดุดตาไปมากกว่านั้น กลับเป็นเจ้าดอกไม้พุ่มหลากสี ซึ่งมิใช่ดอกอื่นใด นั่นคือเจ้าดอก ซิ่วฉิวฮวา ในใจของชิงหนิงอวี่ฉุกคิดว่า ‘เหตุใดจึงเป็นสถานที่ที่งดงามได้ถึงเพียงนี้ แม้จะดูวังเวงและเงียบเหงาอยู่บ้างก็ตาม’

ในที่สุดร่างบางของบุรุษทว่าสมส่วนงดงามก็เดินทางมาถึงยอดเขา ความรู้สึกของเขา ณ เวลานั้นสัมผัสได้เพียงว่าแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่เลย แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าล้วนสงบนิ่งราวกับไร้ซึ่งลมพัดผ่าน จิตใจชายหนุ่มเริ่มหวาดหวั่น ‘หรือว่าจอมมารที่อาจารย์ได้เคยสะกดไว้ครานั้นจะฟื้นคืนชีพแล้วจริงๆ’

ลมสายหนึ่งพัดผ่าน หอบเอากลิ่นอายหอมหวานปะทะเข้าโสตประสาท แผ่นหลังของเขารู้สึกเย็นวาบ เหล่าต้นไม้ใบหญ้ากลับไม่สั่นไหวแม้สักเสี้ยว ชิงหนิงอวี่รีบหันหลังไปตามสายลมในฉับพลัน

“นั่นผู้ใดกัน!?”

ริมฝีปากได้รูปตะโกนถามอย่างสุดเสียง บรรยากาศบนหุบเขากลับยังคงเงียบสงัดเช่นดังเดิม ‘ความรู้สึกที่เขารับรู้ได้เมื่อสักครู่ เกิดจากเหตุใดหรือ?’ คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นเป็นปม ก่อนที่ชิงหนิงอวี่จะได้รู้คำตอบของคำถามนั้น สติของเขาก็พลันดับวูบลงในที่สุด

ซิ่วฉิวฮวา - ดอกไฮเดรนเยีย ความหมาย อาจใช้แทนคำขอบคุณ หรือ “ดอกไม้แห่งหัวใจด้านชา"