บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เข้าใจผิด

“อย่ามาบีบน้ำตา ฉันรู้นะว่าเธอกำลังโกหกปิดบังอะไรอยู่”

หล่อนส่ายหน้าไปมาพร้อมกับน้ำตาแห่งความหวาดกลัว สองมือพนมขึ้นพร้อมกับวิงวอนให้เขาปล่อยหล่อน

ท่าทีของหญิงสาวในยามนี้มันยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าหล่อนนั้นไม่ใช่คนอายุยี่สิบหกอย่างแน่นอน

“ไม่บอกใช่ไหม....”

ริมฝีปากกระด้างยกหยัดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระแทกมันลงไปที่ปากอวบอิ่ม

“อื้อ....อ่ะ อื้อ....”

มือบางกำเป็นกำปั้นพร้อมกับระดมทุบแผงอกกว้างแต่ทว่าเขาแข็งแกร่งไม่ต่างจากหินผา

ปากหนาหนักบดขยี้มากกว่าเดิมในขณะที่หล่อนพยายามเบือนหน้าหนีแต่กลับถูกมือหนาตรึงท้ายทอยเอาไว้อย่างเผด็จการ

“อ่า...หวานมาก อื้อ....”

เขาพูดแค่นั้นก่อนจะบดขยี้กลีบปากอวบอิ่มเต็มแรงจนมันแทบฉีกขาด มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่รั้งร่างที่ตนคิดว่าบอบบางแต่กลับอวบอัดในสัดส่วนที่พึงมีมานั่งบนตักแกร่ง

“ยะ อย่า...ได้โปรด อื้อ...”

หล่อนพูดได้แค่นั้นเพราะปากหนาบดเบียดลง มาหาอีกครั้งและครั้งนี้ลิ้นแกร่งสอดแทรกเข้ามาใน อุ้งปากโดยที่หล่อนแทบหลอมละลายกับรสจูบที่แสนจะดุดัน

“อ่า...อื้อ อื้ออออ”

ร่างสาวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่ควรในขณะที่ชายหนุ่มมิอาจหยุดการตะโบมริมฝีปากจูบดูดดึงควานหาความหอมหวาน

ยิ่งหล่อนตอบสนองด้วยท่าทางไร้เดียงสามันยิ่งปลุกไฟในกายให้โหมกระพืออย่างยิ่งยวด

ปากกระด้างขยับบดเบียดเคล้าคลึงราวกับอุ้งปากของหล่อนคือบ่อน้ำทิพย์ หวาน...หวานเหลือเกิน ความหวานของหล่อนทำให้เขาอยากที่จะลิ้มรสมากกว่าการจูบ

ท่อนเอ็นที่อยู่ภายในกางเกงเนื้อดีมันผงาดชูชันแข็งขืนไม่ต่างจากไม้หน้าสาม เขาตื่นตัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับหล่อนเป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

มือบางที่เคยทุบตีเขายามนี้ปล่อยทิ้งลงข้างกายอย่างสิ้นเรี่ยวแรงหัวสมองเบลอมึนงงไปหมดเมื่อความร้อนฉ่าคุกกรุ่นอยู่กลางร่าง ปากอิ่มเผยอขยับเขยื้อนตอบโต้เขาตามสัญชาตณาณ

และมันเป็นเขาที่เป็นฝ่ายผละกายออกพร้อมกับผลักร่างอ่อนระทวยของหล่อนอย่างไร้ความปรานี

“อุ๊ย....”

ร่างบอบบางเซถลาล้มลงกองกับพื้นในขณะที่เขายืนมองด้วยสายตาตำหนิเกลียดชัง

หัวใจสาวเต็มไปด้วยความปวดร้าวเมื่อถูกเขามองด้วยความชิงชัง ทั้งที่ไม่ควรจะรู้สึกอะไรแต่ความ เจ็บแปลบกลับถาโถมเข้าสู่ก้อนเนื้อข้างซ้ายทันที

ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา มือบางแตะริมฝีปากอวบอิ่มของตนเองที่ยามนี้บวมเจ่อเพราะถูกตะโบมจูบอย่างรุนแรง สัมผัสจากเขามันแทรกแซงหัวใจสาวอย่างรุนแรง

“อย่าทำตัวไร้เดียงสาเพราะฉันรู้ดีว่าเธอเอาตัวเข้าแลกกับตำแหน่งงาน”

ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อเผยอขึ้นอย่างตระหนก เพราะเขากำลังเข้าใจหล่อนผิด

“ฉันเปล่านะคะ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น”

หล่อนตอบอย่างไม่เต็มเสียง ดวงตากลมโตหลุบมองพื้นเพราะภายในใจรู้ดีว่าอย่างไรเสียหล่อนก็ไม่ต่างจากผู้ร้ายแม้จะไม่ได้มีเจตนาก็ตาม

“รองผู้อำนวยการนี่รุ่นพ่อเธอเลยนะช่อแก้ว”

สายตาคมกริบเหลือบมองป้ายชื่อที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แต่ความจริงแล้วเขารู้ชื่อของหล่อนตั้งแต่วันที่เห็นหญิงสาวอยู่กับป้าในวันนั้นแล้ว

ใบหน้างามส่ายสะบัดไปมาเพราะหล่อนไม่ได้คิดอะไรกับรองผู้อำนวยการแม้แต่น้อย

“ฉันเปล่า...ฉันเปล่านะ”

หล่อนยังคงเลือกที่จะปฏิเสธทั้งน้ำตาเพราะหากยอมรับ ชายหนุ่มคงนำเรื่องนี้ไปแจ้งกับทางสถานศึกษาและหล่อนคงต้องโดนไล่ออกถึงแม้จะมีบารมีของ รองผู้อำนวยการก็ตาม

“ถ้าเธอเลือกที่จะปากแข็งฉันคงต้องพาเธอไปหาผู้อำนวยการ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับรีบกุลีกุจอคลานเข่ามากอดขาของชายหนุ่มเอาไว้อย่างน่าเวทนาจนเขาใจแกว่งด้วยความสงสาร

“ได้โปรดอย่า นะคะ อย่าฉันขอร้อง”

แต่เมื่อคิดว่าหล่อนร้ายกาจ เจ้ามารยาแสร้งบีบน้ำตา มันทำให้เขาสะบัดการเกาะกุมออกอย่างไม่ไยดี

ร่างสาวกองกับพื้นไม่ต่างจากเศษขยะไร้ค่าหัวใจสาวเต็มไปด้วยความปวดร้าว ชีวิตหล่อนมันไร้ค่าตั้งแต่บิดาและมารดาสิ้น

และมันคงจะด่ำดิ่งสู่อเวจีมากกว่านี้หากหล่อนโดนไล่ออกจากสถานศึกษา ปราศจากเงินที่จะนำไปให้ลุงกับป้า บ่อนเสี่ยฮวงมันคงเป็นสถานที่ทำงานของหล่อนแห่งใหม่

ใบหน้าชายหนุ่มนั้นเรียบเฉยไร้ความรู้สึกในขณะที่หล่อนร่ำไห้วิงวอนร้องขออย่างน่าเวทนา

“มีอะไรบ้างที่เป็นความจริง ชื่อล่ะ โกหกด้วยหรือเปล่า”

น้ำเสียงของเขาดุดันจนหญิงสาวสะดุ้งหวาดกลัวสั่นเทา ซึ่งเขาเองก็มิอาจเข้าใจได้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกโกรธเคืองได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของเขาเสียด้วยซ้ำ

“เปล่า นะคะ คือ...หนูชื่อช่อแก้วค่ะ ช่อแก้วคือชื่อของหนู”

จากคนที่วางมาดเป็นครูยามนี้ร่ำไห้ไม่ต่างจากเด็กประถมวัย เครื่องสำอางที่ฉาบทับใบหน้ายามนี้มันเลอะเปื้อนเพราะหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว แต่มันกลับยิ่งเผยความสวยสดของหล่อนให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

คนมองถึงกับต้องกัดฟันแน่น มือหนากำเป็นหมัดเขาไม่เคยพบพานผู้หญิงคนไหนที่สามารถดึงดูดความต้องการทางเพศให้ลุกโชนได้เช่นหล่อน

“ช่อแก้วอายุสิบแปดค่ะแล้ว ช่อแก้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเลยนะคะแต่...แต่มันจำเป็น”

“จำเป็น ? อย่างนั้นหรือ ไร้สาระสิ้นดี...เธอมันเป็นพวกสิบแปดมงกุฏฉะนั้นที่ๆ เธอควรอยู่มันคือคุกไม่ใช่สถานศึกษา”

หล่อนอาจไม่อาจกล่าวโทษผู้มีพระคุณได้ จึงพูดได้เพียงเท่านี้ บทลงโทษที่เกิดขึ้นหล่อนจะน้อมรับไว้เพียงผู้เดียว

“ยะ อย่านะคะ ช่อแก้วขอร้อง”

“งั้นเธอก็ลาออกเสีย พรุ่งนี้อย่าให้ฉัน เห็นหน้าเธออีก”

ร่างบางที่เขารับรู้ได้แล้วว่าอวบอัดกว่าที่คิดฟุบลงกับพื้นร่ำไห้เสียงสะอื้นจนเขาสงสารหากไม่ได้มีความคิดแล่นเข้ามาในหัว....มารยา

“ไม่...ช่อแก้ว ทำแบบนั้นไม่ได้ ได้โปรด...”

หากป้าและลุงรู้ว่าตนโดนไล่ออกคงไม่แคล้วโดนทุบตี แต่นั่นมันยังไม่ใช่สิ่งที่หล่อนหวาดกลัวเท่ากับบ่อนเสี่ยฮวง

“หน้าด้าน !! เธอนี่มันสุดยอดไปเลยนะ คงคิดล่ะสิว่า รองผู้อำนวยการจะช่วยเธอได้”

สายตาคมกริบกวาดตามองเรือนร่างของหล่อนราวกับประเมินราคาด้วยความหยาบคาย แทนที่หล่อนควรจะเกลียดชังแต่ร่างกายบางส่วนกลับฉ่ำเยิ้ม

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ ช่อแก้วกับคุณประเสริฐเราไม่ได้มีอะไรกัน” ใบหน้างามส่ายไปมา

ชายหนุ่มแค่นยิ้มหยันสายตาเต็มไปด้วยความ ดูแคลนมันทำให้หล่อนเจ็บแปลบไปทั้งใจ

เสียงจากอินเตอร์คอมที่อยู่บนโต๊ะทำงานดังขึ้น

ปี๊บ... “หนูช่อแก้วเลิกงานแล้วมาหาผมที่ห้องทำงานด้วยนะครับ”

มันเป็นเสียงของประเสริฐ รอง ผู้อำนวยการ หล่อนหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่แน่นอนว่าสายตาของเขามันวาวโรจน์มากกว่าเดิม

หล่อนลุกขึ้นก่อนจะกรอกเสียงของตนเองลงไป

“ได้ค่ะ...” หล่อนรับคำตามคำสั่งเพราะตนเป็นผู้น้อย

คำตอบของหล่อนมันทำให้คนปลายทางยิ้มกริ่มด้วยความหื่นกระหายโดยที่ไม่มีทางล่วงรู้ว่าตนนั้นจะ รอเก้อ

“หึ... คงไม่ต้องปฏิเสธอะไรแล้วมั้ง”

ชายหนุ่มทำท่าจะก้าวเดินออกจากห้องเมื่อเห็นดังนั้นหล่อนจึงรีบคว้าเขาเอาไว้จากด้านหลัง

เสมือนกระแสไฟหมื่นโวลท์แล่นผ่านร่างของคนทั้งคู่โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ยืนกัดฟันนิ่งแข็งขันไปทั้งร่างกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายของหล่อนมันทำให้เขาตื่นตัวจนแทบคลั่ง

“ได้โปรด อย่าบอกคนอื่นเลยนะคะ ช่อแก้วขอร้องให้ช่อแก้วทำอะไรก็ได้ ขอแค่คุณบอกมา”

เจ้าของร่างกำยำหมุนกายกลับมาโดยที่สายตาคมกริบที่ทอดมองมานั้นมันมีเพียงความเยาะหยันแต่กลับแฝงไปด้วยไฟสวาท

“ฉันอยากรู้ว่าเธอมีดีอะไรไอ้แก่ประเสริฐถึงได้เรียกหา”

ใบหน้างามร้อนฉ่าด้วยความอับอายถึงแม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อสารนักแต่ก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยการถากถาง

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรคะช่อแก้วไม่เข้าใจ”

เขาเยาะหยันอดขยะแขยงเด็กสาวกร้านโลกตรงหน้าไม่ได้ที่พยายามสวมบทบาทเป็นสาวอ่อนเดียงสา

“ฮ่าๆๆ...เธอนี่มันสุดยอดเลยนะช่อแก้ว”

มือหนาเสยเส้นผมที่ปรกหน้าผากก่อนจะช้อนสายตาอำมหิตมองหล่อนไม่ต่างจากเหยื่อ

“ช่อแก้วไม่เข้าใจ...คุณหมายความว่ายังไง”

หล่อนสัมผัสได้ถึงกระแสบางอย่าง ฝ่าเท้าก้าวถดถอยไปด้านหลังในขณะที่เขากลับเดินย่างสามขุมเข้าหาไม่ลดละ

มือหนาคว้าเอวคอดกิ่วเข้าหาก่อนจะบดสะโพกจงใจให้ความแข็งชันกลางร่างถูกไถกับท้องน้อยของหล่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel