สอนสวาท คุณครูพยาบาล

31.0K · จบแล้ว
ผัดบวบ
14
บท
37.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ความรักปราศจากกฏเกณฑ์ไม่ว่าจะเงื่อนไขของเวลา ความแตกต่าง รูปทรัพย์หรือช่วงอายุวัยที่ทุกคนต่างตัดสินให้มันเป็นช่วงเวลาสำหรับ “รักแรก” บทเรียนความรักแสนฉาบฉวยแต่ใครจะรู้ได้ว่ามันอาจจะเป็นรักสุดท้ายได้เช่นกัน ปล่อยใจให้หลุดจากกฏเกณฑ์แล้วมาท่องโลกแห่งความฝันแสนอีโรติกกับ ซีรี่ย์ ชุดเรียนรัก สายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมมันแปรเปลี่ยนไปเป็นเดือดดาลเพียงเสี้ยววินาที “มีของดีก็เลยเที่ยวเร่ขาย ว่างั้นสินะ” เขาแค่นยิ้มหยันน้ำเสียงเต็มไปด้วยความริษยาเมื่อคิดว่าชายคนแรกไม่ใช่ตน หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เจ็บปวดนักกับคำดูแคลนของคนตรงหน้า หากจะมีใครเกลียดหล่อนมันคงไม่สำคัญเท่ากับเขาที่พยายามยัดเยียดความเลวร้ายให้หัวใจสาวเจ็บแปลบอย่างไม่ควร “ของฉันดี ก็ต้องมีไว้ใช้งานถูกไหมคะ” หล่อนเม้มริมฝีปากกลั้นใจโต้ตอบหวังให้เขาหยุดการกระทำแต่ทว่ามันกลับเป็นการเติมเชื้อไฟ “ดีงั้น ฉันขอลองหน่อยว่าเครื่องเคราเธอมันหลวมโพลกขนาดไหนแล้วแม่เด็กร่าน !!” เขาตวาดกร้าวพร้อมกับท่าทีเดือดดาลเต็มโทสะที่มีมากกว่าเดิมจนหล่อนหวาดกลัวตัวสั่นเทา “ไม่ ไม่นะ ไม่” หล่อนแทบอยากจะตบปากตนเองนักที่ทำให้เขาดุดันมากกว่าเดิม

นิยายปัจจุบันนิยายรักนิยายรักโรแมนติกโรงแรม/มหาลัยรักหวานๆดราม่าโรแมนติก

บทที่ 1 ช่อแก้ว

“รีบยกมือไหว้ขอบคุณ คุณประเสริฐเสียสิ”

ช่อแก้ว ธนวงศ์ วัย 18 ปี เต็มไปด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนลังเลใจแต่ทว่าคนเป็นป้ากลับใช้ศอกกระทุ้งพร้อมกับส่งสายตาอำมหิตจึงทำให้หล่อนต้องปฏิบัติตาม

“ขอบคุณค่ะคุณประเสริฐ”

ประเสริฐ ผดุงกิจ วัย 41 รองผู้อำนวยการสถานศึกษาลอบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความ พึงพอใจ สายตาที่จ้องมองนั้นเต็มไปด้วยความ หื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องเอกสารไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่มีปัญหา…ขอแค่หนูช่อแก้วตั้งใจทำงานก็พอ”

มือเหี่ยวย่นฉวยโอกาสกุมมือของหญิงสาวที่อยู่บนโต๊ะ

“ขอบคุณนะคะคุณประเสริฐที่เมตตานังช่อแก้ว”

สุดาระบายยิ้มในขณะที่หลานสาวอย่างหล่อนนั้นขยะแขยงสายตาและกิริยาของคนตรงหน้าเป็นอย่างมาก

มือบางค่อยๆ ขยับออกจากการเกาะกุมทั้งที่อยากจะสลัดทิ้งอย่างไร้มารยาทแต่ก็เกรงกลัวคนเป็นป้า

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันกับหลานขอตัวก่อนนะคะ”

“เชิญครับ”

เมื่อพ้นสายตาของประเสริฐหล่อนจึงหันไปพูดกับสุดา

“ป้าจ๋า...ช่อแก้วไม่ทำได้ไหม ป้าก็รู้ว่าหนูอายุแค่สิบแปดแล้วหนูก็เรียนไม่จบ”

“อีนี่พูดเสียงดังเดี๋ยวกูตบปากฉีกเลย”

ไม่เพียงแค่คำพูดแต่สุดาเงื้อฝ่ามือขึ้นสูงจน เด็กสาวต้องเอนตัว เกรงกลัวฝ่ามือหนักที่ฝาดลงบนเนื้อตัวหล่อนทุกวี่วัน

ตั้งแต่มารดาและบิดาเสียไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติทางรถยนต์ทำให้ชีวิตของหล่อนอยู่ในความดูแลของลุงและป้า ซึ่งคนทั้งสองไม่ได้ยินดีนักกับการรับภาระดูแลหล่อน

ระดับการศึกษาของหล่อนนั้นมันเป็นไปตามกำลังทรัพย์ เพราะสมบัติที่มีนั้นถูกคนทั้งสองนำไปลงทุนในบ่อนการพนันเป็นที่เรียบร้อย

“อีช่อแก้วมึงอย่าพูดมากเชียว มึงควรจะดีใจนะที่กูช่วยหางานให้มึงทำ งานสบายจะตายแถมรายได้ก็ดี” ใช่...ตำแหน่งครูพยาบาล ทักษะการทำงานไม่ได้ยุ่งยากอะไรหากหล่อนเล่าเรียนมาทางด้านนี้ ขนาดแค่พันแผลหล่อนยังทำมันได้ไม่ดีนัก และที่สำคัญหล่อนไม่อยากโกหกใคร

“แต่ช่อแก้วไม่อยาก...ไม่อยากโกหกใครนี่จ๊ะป้า อายุแก้วก็ยังไม่ถึงเกณฑ์”

นิ้วชี้จิ้มลงบนหน้าผากเนียนสวยเต็มแรงซ้ำๆหลายหนจนใบหน้างามแหงนเงิบไปด้านหลัง

“อีโง่ แกอย่าพูดเสียงดังได้ไหมแกจะกลัวอะไร เพราะคุณประเสริฐน่ะเขาช่วยแกอยู่แล้ว เผลอๆ นะแกอาจได้มากกว่างานคือผัว”

สายตาที่เต็มไปด้วยความหมายมั่นของสุดาทำเอาหล่อนหวาดวิตก

“ฉันเห็นสายตาที่คุณประเสริฐมองแกอยู่ แกควรจะเอาเขาทำผัวเพราะฉันกับลุงแกจะได้เกาะเอ็งสบายไปทั้งชาติ”

แน่นอนว่าการที่ตนส่งหลานสาวให้มาทำงานที่สถานศึกษาเอกชนแห่งนี้นอกจากรายได้ที่สูงแล้ว หล่อนยังหวังเอาหลานสาวใส่พานถวายคนหัวงูอย่างประเสริฐ

“ไม่นะจ๊ะป้า...ไม่เอา”

คนฟังกลอกตามองบนพร้อมกับสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลเอาไว้ขีดสุด หากตรงนี้เป็นที่ลับตาคนหล่อนคงฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเนียนสวยไม่ยั้งเพราะความโง่เง่า

“ฉันล่ะเบื่อคนโง่ๆ อย่างแกอีแก้ว เอาเป็นว่าแกอย่าให้ใครจับได้ล่ะกันเพราะถ้าแกโดนจับได้แล้วโดนไล่ออกล่ะก็ฉันจะเอาแกไปขายให้เสี่ยฮวง”

สุดาหมายถึงเสี่ยอ้วนพุงพลุ้ยซึ่งเป็นเจ้าของบ่อนที่สามีและตนเองนั้นไปใช้บริการอยู่เป็นประจำ

“ไม่...ไม่จ๊ะป้า ไม่เอา ช่อแก้วสัญญาจะตั้งใจทำงานจ๊ะป้าอย่ายกช่อแก้วให้ใครเลยนะจ๊ะ”

สุดายิ้มมุมปากไม่ต่างจากนางมารร้าย หล่อนไม่ได้เมตตาคนเป็นหลานแม้แต่น้อยแต่กลับมองว่าเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน

“ไปรีบกลับบ้านฉันหิวแล้ว”

“ได้จ๊ะป้า”

ช่อแก้วระบายยิ้มพร้อมกับช่วยคนเป็นป้าถือกระเป๋า ถึงแม้คนเป็นป้าและลุงจะไม่ได้เมตตาหล่อนนักแต่หล่อนก็รักคนทั้งสองเป็นอย่างมาก

สุดามองตามร่างอรชรที่เริ่มมีสัดส่วนเย้ายวนชัดเจนมากขึ้นตามวัยสาวแรกรุ่น สายตาของหล่อนนั้นราวกับกำลังประเมินราคา หล่อนเสียเงินเลี้ยงดูมา มากโขฉะนั้นอีกไม่นานคงได้ส่งหลานสาวไปหาเงินในบ่อนเพื่อทดแทนบุญคุณ

“อีโง่...”

สายลมที่พัดผ่านนำพาให้ควันขาวขุ่นจากบุหรี่ยี่ห้อดังลอยตามลม บุหรี่ที่ถูกคีบอยู่ในนิ้วแกร่งถูกขยี้ลงกับขอบหน้าต่างอย่างไม่สมควร สายตาคมกริบหรี่ตามองผู้หญิงสองคนต่างวัยจนลับสายตา

“เฮ้ย...ตื่นได้แล้วจะนอนอะไรขนาดนั้นว่ะ”

เสียงจากเพื่อนร่วมคลาสเรียนทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ต่างจากเสือขี้เซาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความขุ่นเคือง

“มีอะไร...ยังไม่ถึงเวลาเรียนเสียหน่อย”

ขุนพล สุพิทธิวรรณ วัย 24 นักศึกษา ปริญญาโทปีสุดท้าย ชายหนุ่มไม่ต่างจากสัญลักษณ์ของความเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นฐานะ มันสมองที่อัดแน่นไปด้วยความชาญฉลาดรวมถึงความหล่อเหลาที่พกติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

เขาเปรียบเสมือนชายในฝันของหญิงสาวทั้งสถานศึกษาเพราะไม่ใช่แค่คุณสมบัติที่เขามีแต่ทว่ารอยยิ้มของเขาอบอุ่นไม่ต่างจากอุปนิสัย

“เออ ยังไม่ถึงเวลาเรียนแต่กูมีเรื่องจะบอก”

ทศพลเพื่อนซี้ต่างนิสัยยิ้มกริ่มในขณะที่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่สนใจแล้วฟุบลงนอนอีกครั้ง

“เฮ้ย...ไอ้ขุนพล ฟังก่อนสิว่ะ”

แม้ทรงผมจะยุ่งเหยิงแต่ชายหนุ่มยังคงหล่อเหลาดังเดิมจนคนเป็นเพื่อนอดหมั่นไส้ไม่ได้

“ว่าไงพูดมา ฟังอยู่”

“มึงเห็นครูห้องพยาบาลคนใหม่หรือยัง”

คนที่นอนฟุบอยู่เงยหน้าขึ้นทันที

“แล้วยังไง !!”

“สวย หน้าตาจิ้มลิ้ม หุ่นโครตเอ็กซ์ แต่ประเด็นหน้าเด็กมากเลยว่ะ”

คนฟังยังคงไม่มีทีท่าอะไรนอกเสียจากการตั้งคำถาม

“แล้วยังไง”

“โหย ไอ้ขุนพลทำไมพวกสาวๆ ถึงคิดว่าแกอ่อนโยนได้ว่ะ บางทีกูกลับรู้สึกว่ามึงแม่งโครตตรงกันข้าม นิสัยมึงไม่ต่างจากน้องชายมึงเลยสักนิด”

คนฟังยักไหล่อย่างไม่ยี่หระเมื่อเพื่อนสนิทพูดพาดพิงถึงน้องชายของตนเพราะมันคือเรื่องจริง

“เออ แล้วยังไง คือกูต้องตื่นเต้นกับมึงด้วยหรือไงกะอิแค่อาจารย์คนใหม่แค่คนเดียว”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สายตาคมกริบนั้นมันวูบไหวราวกับมีความในใจ

“เออกูก็แค่มาบอก เพราะตอนนี้คนเต็มห้องพยาบาลเลย”

ทศพลพูดจบก็ทำท่าจะก้าวเดินออกจากคลาสเรียน

“แล้วมึงจะไปไหนไอ้ทศ”

“กูก็จะไปใช้สิทธิ์ของนักเรียนให้ครูพยาบาลคนใหม่ดูแลนะสิว่ะ”

ทศพลทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มในขณะที่ขุนพลจ้องมองนิ่งงันจนเพื่อนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

“เฮ้ยเป็นไรรึเปล่าไอ้ขุนพล”

“กูไปด้วยเหมือนจะไม่ค่อยสบายอยู่พอดี”

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในขณะที่ทศพลดูกะทัดรัดไปถนัดตาเมื่อเทียบกับส่วนสูงของเพื่อน

“อ้าวไหนว่าไม่ไปไง เอ้ย....รอด้วย”

ทศพลโวยวายรีบก้าวเดินตามเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ก้าวเดินไปตามทางด้วยท่วงท่าแสนโอหัง แต่ไม่รู้ทำไมบรรดาหญิงสาวกลับมองว่าสุขุมอบอุ่น

แถวยาวเหยียดที่ล้นออกมาจากห้องพยาบาล ซึ่งมีแต่นักศึกษาชาย มันเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสถานศึกษาแห่งนี้

ทศพลพยายามชะเง้อตัวยืนมองครูพยาบาล คนใหม่ที่อยู่ภายในห้อง ในขณะที่ขุนพลนั้นมองเห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ในห้องอย่างชัดเจนเต็มสองตา

ใบหน้านวลรูปไข่ ริมฝีปากอวบอิ่มน่าดูดดึงสีแดงสด คิ้วโก่งไม่ต่างจากคันศร ทุกอย่างล้วนลงตัวได้อย่างเหมาะเจาะซึ่งหล่อนสวยสมคำเล่าลือ

“แถวยาวชะมัดเลยว่ะ กลับกันดีกว่าไหม”

ทศพลชักชวนเพื่อนสนิทที่ไม่ได้มีท่าทีให้ความสนใจตั้งแต่คราแรกแต่ทว่าคำตอบที่ได้กลับทำให้เขาต้องเกาศีรษะแกร่กๆ

“ไม่...ฉันไม่ค่อยสบายว่าจะให้ครูตรวจหน่อย”

“ไม่สบายเป็นอะไรว่ะไอ้ขุนพลเมื่อเช้ายังดีๆ อยู่เลย”

ดูเหมือนว่าคำถามของคนเป็นเพื่อนนั้นจะไม่ได้เข้าโสตประสาทแม้แต่น้อย สายตาคมกริบจับจ้องผู้หญิงที่กำลังทำแผลด้วยท่าทางเงอะงะราวกับเป็นเรื่องยากเย็นทั้งที่ไม่สมควร