ตอนที่ห้า หยอกเย้าทั้งบนล่าง (NC)
ตอนที่ห้า
หยอกเย้าทั้งบนล่าง
เห็นสายตาลังเลใจทั้งคิดหนักของหญิงสาวในดวงใจแล้ว มู่เหยียนถิงย่อมคาดเดาได้ว่าเป็นเพราะแผนชั่วช้าของเซี่ยจื่อเซวียน
ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยประโยคเด็ดออกมา
“เจ้าไม่ต้องสนใจจื่อเซวียน พี่เห็นเรื่องที่เขาทำกับเจ้าแล้ว พี่ไม่คิดถือสาและจะลบร่องรอยของเขาให้เอง”
ใบหน้าหวานเงยขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้างคล้ายไม่แน่ใจว่ามู่เหยียนถิงเห็นเรื่องใดบ้าง
พลันปากที่อ้าค้างยังไม่ทันส่งเสียงก็ถูกจับปลายคางเชิดขึ้นเพื่อประทับริมฝีปากอุ่นร้อน แล้วบดคลึงความนุ่มหยุ่นที่ดูดดุนกันครั้งแล้วครั้งเล่า
การจู่โจมอย่างเหนือความคาดหมายทำเอาสมองของหญิงสาวพลันขาวโพลนคิดสิ่งใดไม่ออก โดยเฉพาะเมื่อมู่เหยียนถิงตอกย้ำ
“น้องชิงเหยาจงจำไว้ว่าทุกการกระทำของพี่ล้วนจริงใจต่อเจ้า มิใช่การล่อหลอกไปวันๆ”
ครั้นลิ้นชื้นสอดเข้ามาในโพรงปากแล้วตวัดเกี่ยวรุกรานอย่างรวดเร็วพร้อมริมฝีปากที่ยังบดขยี้กลืนกินไม่หยุด ซูชิงเหยาที่เริ่มหายใจไม่ทันจึงจิกเล็บเข้ากับไหล่หนาเป็นการทักท้วง
ทว่าจุมพิตครั้งแรกระหว่างสองหนุ่มสาวกลับทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น คล้ายชายหนุ่มกำลังแสดงความไม่พอใจที่ริมฝีปากนี้เคยโดนชายอื่นสัมผัส หรือไม่ก็ต้องการให้หญิงสาวติดใจตนเองมากกว่า
ถูกปล้นลมหายใจจนหน้ามืดตามัว หญิงสาวตัดสินใจทุบกำปั้นลงกับไหล่หนา กระทั่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจจึงมีท่าทีอ่อนลงและปล่อยปากของนาง
หากซูชิงเหยายังไม่ทันผ่อนคลาย กลับต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงฝ่ามือสากที่สอดเข้ามาด้านในเสื้อพาให้รีบก้มหน้ามองด้วยหัวใจที่เต้นแรงแทบจะกระดอนออกมา
อาจด้วยไม่คิดว่าจู่ๆ จะโดนชายที่คิดว่าเคร่งขรึมวางตัวอยู่ในธรรมเนียม ล้วงมือเข้ามาล่วงล้ำสองเต้าทรวงอันเป็นส่วนหวงแหนอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้
ยิ่งมือของเขากอบกุมบีบเคล้นความอวบอิ่มหนักหน่วงเท่าใด ลมหายใจของนางยิ่งถี่กระชั้นด้วยความกระสันที่ถูกปลุกขึ้น
ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของคุณชายผู้สุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอ
“ไม่คิดว่ารูปร่างบอบบางเช่นน้องชิงเหยา กลับมีทรวงอกเต็มไม้เต็มมือน่าบีบขยำเช่นนี้ อืม...หากรู้เช่นนี้พี่คงไม่ปล่อยไว้เนิ่นนาน เห็นทีต้องขยำให้หน่ำใจเสียแล้ว”
จังหวะตกตะลึงนั้นเอง เสื้อและผ้าบังทรงของนางพลันถูกปลดออกร่วงหล่นลงบนพื้นจนสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นวาบผ่านผิวกาย
หญิงสาวเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนเปลือยสองเต้าเต่งตูมอย่างอะร้าอร่ามต่อหน้าเพื่อนพี่ชายซึ่งกำลังจดจ้องมองจนตาลุกวาว
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นครั้งแรกที่โดนมู่เหยียนถิงจับจ้องโดยไม่กะพริบตา ซูชิงเหยาย่อมขัดเขินจึงตั้งท่าจะขยับมือขึ้นปิดบังความอวบอิ่มของตนเองเอาไว้
แต่อีกฝ่ายกลับเร็วกว่ารีบรวบแขนทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยมือเดียว แล้วกอบกุมความตูมเต่งเอาไว้ในกำมืออีกข้างไม่ยอมปล่อย
ทั้งยังก้มลงประทับจุมพิตความอบอุ่นบนเนินเนื้อนุ่มนิ่มจนกายบางสั่นสะท้าน
เรียวลิ้นอุ่นร้อนสะบัดรัวลงบนยอดจุกสีหวานอย่างไม่ปรานี ทั้งยังอมดูดขบเม้มเป็นจังหวะ ทำเอาการกลั้นเสียงครวญครางเป็นไปได้ยาก
“อื้อ...”
เสียงครางกระเส่าที่หลุดลอดออกมาแม้จะคล้ายเสียงกระซิบแผ่ว หากเรียกความชอบใจเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ
มู่เหยียนถิงเงยขึ้นมองใบหน้างามที่เผลอหลับตาพริ้มแล้วผลักช้าๆ เพื่อให้นางเอนตัวพิงกับเสา
ท่วงท่านี้เปิดโอกาสให้เขาได้เล่นสนุกอยู่กับทรวงอกอวบโดยใช้ทั้งความนุ่มของริมฝีปากและความแข็งของฟัน สลับกันครูดลากบดลงบนจุกเต่งตึง เพิ่มความซาบซ่านพากายบางดิ้นเร่าด้วยทั้งเจ็บนิดๆ และเสียวหน่อยๆ
ซูชิงเหยาโดนแรงดูดดุนจนรู้สึกกึ่งเสียวกึ่งทรมานอย่างไม่เคยได้สัมผัสจึงเอ่ยปากห้ามออกมา
“เบาหน่อยได้หรือไม่ แรงเกินไปแล้ว”
