บทที่ 3 โลกกลม
“มานี่เลยแม่ตัวแสบ”
เขาดึงหล่อนเข้ามาในมุมลับตาคนก่อน เหวี่ยงร่างเล็กเต็มแรง แผ่นหลังบอบบางชนกับกำแพง ไอลินเบ้หน้าด้วยความเจ็บ
“คุณปืนทำไมต้องโมโหแบบนี้ด้วยคะ”
หล่อนตามอารมณ์ของเขาไม่เคยทัน ไม่เข้าใจผู้ชายตรงหน้าแม้แต้น้อย แต่ดูจากท่าทางแล้วคชวัฒน์น่าจะไม่ถูกกับวศิน
“ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับผู้ชาย โดยเฉพาะไอ้วศิน เธอควรจะอยู่ให้ห่างมัน”
“แต่ว่าพี่วศินเขาดีกับฉันเขา...”
สิ่งที่ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นทันทีโดยที่หล่อนยังพูดไม่ทันจบ ริมฝีปากกระด้างของเขาบดเบียดลงมาหาทันทีในขณะที่หล่อนตื่นตะหนก และพยายามผลักไส
มือหนาตรึงท้ายทอยของหล่อนเอาไว้แล้วตะโบม ริมฝีปากจูบซับความหวานตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ความอุ่นร้อนจากริมฝีปากกระด้างทำเอาหล่อนละลายจนแทบสิ้นสติ เขาบดเบียดเรียกร้องเอาแต่ใจในขณะที่หล่อนทำได้เพียงแค่รับสัมผัสกระด้างแสนหวานจากเขา
ลิ้นแกร่งสอดแทรกเข้ามาภายในอุ้งปากสาว ลิ้นเล็กขยับอย่างเงอะงะไร้เดียงสาแต่ทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่งกับปฏิกิริยาแสนน่าใคร่
ความปวดร้าวกลางร่างทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง บางสิ่งมันขยายเหยียดตัวแข็งชันจนเขาต้องถอนริมฝีปากแล้วกัดกรามแกร่งแน่น
มือหนาดันร่างบอบบางที่ยังอยู่ในห้วงสวาทให้ออกห่าง ใบหน้างามแดงก่ำริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อเผยอเล็กน้อย ราวกับกำลังร้องเรียกให้เขาตะโบมจูบซ้ำอีกครั้ง
“อย่าชมคนอื่นให้ฉันได้ยินอีกเข้าใจไหมไอลิน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งให้หล่อน ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
มือบางจับริมฝีปากบวมเจ่อของตนเองราวกับละเมอ คชวัฒน์จูบหล่อน เขาจูบหล่อน ใบหน้างามแดงก่ำเห่อร้อน เดชะบุญเหลือเกิน ที่เขาเลือกเดินจากไปก่อนไม่เช่นนั้นหล่อนคงวางสีหน้าไม่ถูก
การเดินจากไปของเขา เสมือนไม่ได้จากไปเปล่าเพราะเหมือนกับเขาได้เอาหัวใจสาวติดกายไปเรียบร้อยเสียแล้ว
น้อยครั้งมากที่ไข้หวัดจะสามารถทำให้คนอย่างหล่อนสิ้นฤทธิ์ได้
ร่างบางนอนซมอยู่บนเตียงนอนกว้าง หัวสมองยังคงครุ่นคิดถึงรสจุมพิศจากคชวัฒน์ มือบางเอื้อมมาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มของตนเองราวกับจะสัมผัสเพื่อความแน่ใจว่ามันไม่ใช่ความฝัน
ทำไมหล่อนถึงไม่ผลักไสทั้งที่ควรจะกระทำ หัวใจสาวเต้นราวกับกลองเมื่อนึกถึงคำพูดของคชวัฒน์ที่ราวกับหึงหวง
‘อย่าชมคนอื่นให้ฉันได้ยินอีกเข้าใจไหมไอลิน’
เพียงแค่คิดหน้าสาวก็ร้อนฉ่าแดงก่ำ หล่อนบิดตัวไปมาเป็นเกลียวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความขัดเขิน ก่อนที่จะตั้งสติแล้วลุกขึ้นเพื่อลงไปด้านล่าง
เสียงของไอรักที่กำลังพูดคุยกับใครบางคนดังแว่วทำให้ไอลินต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเพราะเวลานี้พี่เขยน่าจะไปทำงานแล้ว จะว่าเป็นเสียงของลุงชวน ก็ไม่น่าใช่ เสียงแบบนี้มันคุ้นหูเสียเหลือเกิน
เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังพูดคุยกับพี่สาวของตนนั้นคือคชวัฒน์ ความทรงจำเมื่อวานถาโถมเข้าใส่ร่างจนหล่อนแทบวางสีหน้าไม่ถูก ไอลินแทบอยากจะม้วนตัวกลับขึ้นห้องนอนเสียอย่างนั้นหากไม่มีเสียงเรียกของพี่สาว แต่ทว่าคชวัฒน์ เขามาที่นี่ได้อย่างไร
“มานี่ก่อนสิไอลิน”
ไอลินจำต้องเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาในห้องรับแขก ใบหน้าเนียนสวยยามนี้มันขาวซีด แต่มันไม่ได้ทำให้ความงดงามของหล่อนลดน้อยลงแม้แต่น้อย
“นี่คุณปืนน้องชายของคุณเคน”
คนฟังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่เขยมีน้องชายเสียด้วย
“น้องชาย...”
หล่อนทวนคำอย่างละเมอ ในขณะที่คชวัฒน์นั่ง ปั้นหน้าด้วยรอยยิ้มให้กับพี่สาวหล่อน แต่คนมองอย่างไอลิน รู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนี้ล่ะที่เต็มไปด้วยแผนการ
“ใช่จ้ะสวัสดีคุณปืนเขาสิจ๊ะไอลิน”
“ไม่ต้องหรอกครับ บังเอิญมากที่ผมกับไอลินเรารู้จักกันอยู่แล้ว”
“จริงหรือคะดีเลยถ้าอย่างนั้นไอรักฝากคุณปืนดูแลไอลินด้วยนะคะ”
หล่อนเบิกตากว้าง พยายามสะกิดคนเป็นพี่สาว
“มีอะไรหรือไอลิน”
ไอรักหันมาถามน้องสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หล่อนเหลือบสายตามองคชวัฒน์ที่จ้องมองด้วยสายตาเชิงข่มขู่ ทำให้หล่อนเลือกที่จะกลืนทุกคำพูดลงลำคอ
“ปะ เปล่าค่ะพี่ไอรักไม่มีอะไรค่ะ”
“ฝากด้วยนะคะคุณปืน”
“ได้เลยครับพี่สะใภ้ ผมกับไอลินปกติเราค่อนข้างสนิทกันอยู่แล้ว”
คชวัฒน์ยิ้มร้ายกาจให้กับหล่อนแต่ไอรักไม่ทันได้เห็น สายตาของเขาทำเอาหล่อนหวาดหวั่นแต่ทว่ากลางร่างสาวกลับปวดร้าวอย่างประหลาด เรียวขางามต้องหนีบเข้าหากันเพื่อเป็นการบรรเทา
“ถ้าอย่างนั้นอยู่คุยกันไปก่อนนะพี่ขอไปทำธุระข้างนอกก่อน”
ไอลินมองตามพี่สาวด้วยสายตาวิงวอนแต่ไอรักไม่เข้าใจ
“ตามสบายเลยครับพอดีผมมีเรื่องต้องคุยกับไอลินอยู่พอดี”
ไอรักหันมายิ้มให้คนทั้งสองพร้อมกับเดินหายไป เมื่ออยู่กันตามลำพังรอยยิ้มที่แสนเป็นมิตรของคชวัฒน์มันจางหายไปทันที สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน
“เอ่อ...ฉันขอตัวก่อนนะคะคุณปืน”
ไอรักลุกขึ้นยืนทันทีหล่อนไม่ควรจะอยู่ใกล้คชวัฒน์อีกแม้แต่นาทีเดียว การที่อยู่ใกล้เขามันทำให้ร่างสาวสั่นไหวประหลาด
มือหนาของเขาคว้าข้อมือของหล่อนเอาไว้พร้อมกับกระชากมันเต็มแรงจนร่างบอบบางแต่อวบอัดล้มลงนั่งบนตักแกร่งของเขาอย่างพอดิบพอดี
“ว๊าย...”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อใบหน้าหล่อของเขาอยู่ใกล้แค่เส้นด้ายลอดผ่าน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มจนหญิงสาวสะท้านไปทั้งกาย
“ปล่อย...คุณปืน ปล่อยฉันนะคะ”
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดันไม่มีแววหยอกล้อแม้แต่น้อย สายตาแบบนี้ล่ะที่ทำให้ร่างกายของหล่อนมันปวดร้าวแปลกประหลาด และตรงนั้น...กลีบของหล่อน มันกำลังหยาดเยิ้ม
“ฉันโทรหาทำไมไม่รับสาย ไลน์มาก็ไม่ตอบ”
เขาไม่ปล่อยแต่กลับกระชับอ้อมแขนให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดันที่ต้องการคำตอบ
ที่เขากำลังมีท่าทางตกมันแบบนี้เป็นเพราะหล่อนไม่รับสายไม่ตอบไลน์เพียงแค่นั้นหรือ
“ฉัน...ฉันไม่เห็นว่าคุณปืนจะไลน์หรือโทรมาเลยนะคะ”
หล่อนเลือกที่จะโป้ปดออกไปแต่แล้วก็ต้องรู้สึกผิดอย่างมหันต์
“อย่างนั้นหรือไอลิน...”
เขาจ้องหล่อนหน้านิ่ง ไอลินกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือหนาข้างหนึ่งรั้งเอวคอดกิ่วเอาไว้ในขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปตามร่างกายสาวอย่างอุกอาจ
“ดะ...เดี๋ยว คุณปืน คุณจะทำอะไร”
“ฉันก็จะหาโทรศัพท์ของเธอไงไอลิน”
มือหนาของเขาบีบเคล้นคลึงบั้นท้ายของหล่อนอย่างรุนแรงก่อนจะลูบไล้แถวสะโพกอวบอัด
“คนบ้าโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า”
คชวัฒน์ยิ้มมุมปาก ใช้มืออุ่นร้อนลากไล้อย่างยั่วเย้าแล้วกระทำทุกอย่างด้วยความเชื่องช้า กว่าที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ของหล่อนออกมานั้น มันนานจนหล่อนแทบขาดใจ
เพียงแค่ฝ่ามือของเขาเท่านั้นมันทำให้ร่างสาวสั่นสะท้าน เนื้อตัวปวดร้าวอย่างประหลาดรุนแรงโดยเฉพาะที่กลีบสาว มันเปียกแฉะจนหล่อนต้องขมิบมันหลายครั้งเพื่อบรรเทาความร้าวราน
“เธอโกหก...”
เขาจ้องหน้าหล่อนอย่างเอาเรื่อง ใช่หล่อนโกหกแต่จะให้บอกเหตุผลนะหรือ...หล่อนอายเรื่องจูบเมื่อวานมันทำให้หล่อนไม่กล้าที่จะรับสายของเขา
“และแน่นอนคนโกหกต้องได้รับโทษ”
ริมฝีปากบางเฉียบประกบลงมาหาความอวบอิ่มทันทีโดยที่หล่อนไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาตรึงท้ายทอยของหล่อนเอาไว้ ริมฝีปากอุ่นร้อนขยับอย่างดุดันเร่งร้อน
“อื้อ...อือ อย่า...”
หล่อนดันแผงอกกว้างของเขาในขณะที่ชายหนุ่มผละออกเล็กน้อยแต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น สองสายตาที่สบประสานกันมันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล
