บทที่ 1 แกะดำ
ไอลิน เทพาพงศ์ วัยสิบเก้าปี หล่อนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ นักศึกษาที่เข้าเรียนที่นี่มีแต่บรรดาลูกคุณหนู ฐานะร่ำรวยจนไปถึงโคตรอภิมหารวย
มันจึงเกิดการแบ่งชนชั้นขึ้นและแน่นอนหล่อนเป็นนักเรียนทุน ซึ่งสถานะของหล่อนนั้นเป็นชนชั้นที่น่ารังเกียจของเพื่อนร่วมสถาบัน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเรียนทุนมันเป็นความอัปยศของเหล่านักศึกษาทั้งหลาย
หากหล่อนไม่เข้าเรียนที่นี่ พี่สาวของหล่อน ไอรักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งหล่อนควรที่จะช่วยเหลือพี่สาวที่ยอมเสียสละลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานส่งเสียให้หล่อนได้เล่าเรียน
ไอลิน หล่อนมีผิวขาวอมชมพู ส่วนสูงของหล่อนเพียงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบเก้า แต่มันกลับรับกับสัดส่วน อกเอวสะโพกของหล่อนได้อย่างเหมาะเจาะ ใบหน้าหล่อนเนียนสวย ดวงตาเรียวโตหวาน มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ในนั้น
“หลบหน่อยได้ไหมยัยแกะดำ”
ร่างบอบบางที่เดินบริเวณทางเดินของรั้วมหาวิทยาลัยถูกชนอย่างตั้งใจจนเซถลาเกือบล้มแต่โชคดีที่หล่อนตั้งหลักได้ทัน
ผู้หญิงสองคนเหลียวหันมามองหล่อนเล็กน้อยก่อนจะเบ้หน้าใส่ ด้วยความรังเกียจ
“ไปกันเถอะฉันเบื่อพวกจนแล้วไม่เจียมอยากจะอัพเกรดตนเอง”
ไอลินกัดริมฝีปากอวบอิ่มแน่นเพื่อข่มอารมณ์หล่อนนับหนึ่งถึงร้อยในใจ เพราะจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้คนพวกนี้ได้เห็น
หล่อนเจอแบบนี้ทุกวันเป็นประจำเรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้พี่สาวหล่อนจะแต่งงานกับมหาเศรษฐีอย่าง คชเรศ อภิสุทธิ์วาณิช
มันทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของหล่อนดีขึ้น พี่สามีดีกับหล่อนเป็นอย่างมากเขาพยายามที่จะอำนวยความสะดวก ทุกสิ่งอย่าง แต่หล่อนเกรงใจไม่อยากที่จะรับ ขอแค่เขาดูแลและรักพี่สาวของหล่อนเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
การโดนกลั่นแกล้งจากคนรอบข้างมันไม่เท่ากับการที่หล่อนต้องรับมือกับคชวัฒน์ รุ่นพี่ปีสี่ส่วนสาเหตุนะหรือก็เพราะว่าวันนั้นหล่อนดันไปเห็นเขาบนดาดฟ้า
“อ๊า... อีกนิด อ่า โอ้ว...สุดยอดเลยค่ะ อ่า...ซี๊ดดด อูวว์ เอ็นใหญ่มาก อ่า มันส์ สุดๆ โอ้วว”
หญิงชายคู่หนึ่งกำลังทำกิจกรรมระเริงสวาทกันอย่างเมามันส์ในขณะที่หล่อนเปิดประตูขึ้นมาบนดาดฟ้าชั้นบนพอดี
คนทั้งคู่เหลือบมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างหล่อนเพียงเล็กน้อยในขณะที่ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันต่อโดยไม่สนใจสายตาของหล่อนแม้แต่น้อย
คนหนึ่งคือดาวคณะนิเทศศาสตร์ ส่วนอีกคนคือรุ่นพี่คณะเดียวกับหล่อนซึ่งไม่มีใครไม่รู้จัก เขาคือวายร้ายของมหาลัยไม่มีใครกล้ากับเขาเพราะบิดาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัย
ไอลินมองตาค้าง ยืนนิ่งงันกับภาพเบื้องหน้า เสียงครางโหยหวนของดาวคณะดังลั่นในขณะที่ฝ่ายชายขยับบั้นท้ายด้วยจังหวะรุนแรง
ดาวคณะนิเทศฯ ขยับเสื้อผ้าให้กลับมาอยู่ในสภาพเรียบร้อยก่อนจะเดินตรงมาที่หล่อน
“ฉันก็นึกว่าใครที่แท้ก็แกะดำนี่เอง”
หล่อนพูดก่อนที่จะเดินสวนไปราวกับไอลินเป็นอากาศธาตุ
ดาดฟ้าเป็นสถานที่ส่วนตัวของหล่อน เพราะทุกครั้งที่ไม่สบายใจ หล่อนจะมาหลบอยู่ที่นี่เสมอมันเป็นสถานที่เดียวของมหาวิทยาลัย ที่ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นที่ของหล่อน
ไอลินจ้องมองวายร้ายที่ใครทุกคนต่างเกรงกลัวและหล่อนเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน สายตาดุจพญาเหยี่ยวของเขามันทำให้เนื้อตัวสั่นเทารุนแรง
กว่าจะรู้สึกตัวเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเรียบร้อย
“ฉัน...ฉันจะไม่บอกใคร”
คชวัฒน์ยิ้มมุมปาก แต่รอยยิ้มร้ายกาจของเขามันทำเอาหล่อนใจเต้นตึกตักระรัว
“ฉันกำลังหาคนรับใช้ ต่อไปนี้เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง”
ไอลินส่ายหน้าดิกน้ำตาคลอหน่วงตา เดิมทีชีวิตของหล่อนมันย่ำแย่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันดูเหมือนจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม มือบางกำแน่น
“ไม่ฉันจะไม่ทำตามที่รุ่นพี่สั่งค่ะ”
ไอลินหันหลังกำลังจะเดินหนี แต่เสียงกระด้างมันทำให้หล่อนต้องชะงักทันที
“ฉันจะไปบอกให้อธิการบดีถอดชื่อเธอออกจากการรับทุนเพราะเหตุผลอะไรดีนะ....อ่อ นึกออกแล้ว มั่วผู้ชาย ดีไหมล่ะ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเธออยากจะจับผู้ชายรวยๆ ที่นี่ ขาดแต่เพียงหลักฐาน”
ไอลินเบิกตากว้างไม่คาดคิดว่าคชวัฒน์ที่เขาล่ำลือว่าเป็นปีศาจจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้
“ซึ่งถ้าฉันเอ่ยปากพูดเธอก็น่าจะรู้นะว่าจะเป็นอย่างไร”
แน่นอนคำพูดของคชวัฒน์สามารถชี้เป็นชี้ตายชีวิตของหล่อน เขาไม่ได้พูดเกินจริงสักนิด ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความโอหังร้ายกาจ หล่อนไม่ควรทำให้พี่สาวต้องเดือดร้อน
ไอลินก้มหน้าอย่างผู้แพ้ หล่อนไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ ทำไมชะตาชีวิตของหล่อนมันถึงได้รันทดนัก
“แล้วฉันต้องเป็นคนรับใช้ของรุ่นพี่ถึงเมื่อไหร่กันคะ”
หล่อนช้อนสายตาที่มันหวานฉ่ำแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งขึ้นมองบุรุษตรงหน้า
มันทำเอาคนถูกมองตะลึงงันไปพักใหญ่ก่อนที่จะมองเมินไปทางอื่น
“จนกว่าฉันจะพอใจ อ่อ เธอต้องเรียกฉันว่าคุณปืน”
ซึ่งตั้งแต่นั้นมามันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับคชวัฒน์
“ขนมปังสังขยาสองชิ้นค่ะ”
ขนมปังสังขยาของป้ามล คือของโปรดชายหนุ่ม ซึ่งหล่อนต้องต่อแถวแสนยาวเหยียดในทุกเช้าเพื่อเอาไปให้เขาที่โต๊ะประจำของเขากับกลุ่มเพื่อน
เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนมันยังติดแน่นในหัว คชวัฒน์เจอหล่อนที่งานแต่งงานของพี่สาว และเขาตรงเข้ามาหาเรื่องหล่อนทันที ซึ่งหล่อนเผลอตบเขา...
“ได้แล้วหนู”
ไอลินที่กำลังเหม่อลอยรีบรับขนมจากป้ามล ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าไปหาคชวัฒน์
เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ แต่เมื่อหล่อนก้าวเดินเข้ามาทุกอย่างกลับเงียบกริบ สายตาของบรรดาเพื่อนชายของเขาจ้องมองหล่อนกันเป็นตาเดียว แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนประหม่าจนขาแทบขวิดคงเป็นสายตาจากเขา
“เอ่อ...คุณปืน”
เขาเสมองหล่อนเล็กน้อยในขณะที่เพื่อนรอบข้าง ของเขาตั้งคำถามทันที
“เฮ้ยไอ้คุณคชวัฒน์ ทำไมถึงให้คนรับใช้เรียกชื่อเล่น แต่กับพวกเพื่อนนี่ต้องเรียกเสียเต็มยศด้วยวะ”
หล่อนวางสีหน้าไม่ถูกเมื่ออยู่ท่ามกลางเพื่อนของคชวัฒน์
“เออ พวกมึงนี่ยุ่งกับกูจังเลยนะ ไม่ตั้งคำถามสักเรื่องได้ไหมวะ”
คชวัฒน์ลุกขึ้นยืน เดินตรงมาคว้าแขนของหล่อนแล้วรั้งให้เดินตาม
“เออ...จะไปไหนคะคุณปืน”
“จะยืนให้พวกผู้ชายมันมองอยู่ทำไม”
หล่อนมองเขาด้วยความฉงนไม่ยอมเดินตามแต่พอเห็นสายตาบังคับดุดันของเขาทำให้หล่อนไม่กล้าขัดขืนอีก
เขาลากหล่อนขึ้นมาบนดาดฟ้าของมหาวิทยาลัยก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงด้วยอิริยาบถสบายแต่กลับดูดีเป็นบ้าในสายของหล่อน
ไม่ได้...หล่อนจะชื่นชมคนร้ายกาจอย่างคชวัฒน์ไม่ได้ เพราะคนที่หล่อนควรจะชื่นชมคือรุ่นพี่วศินต่างหาก
“ฉันคิดว่าเธอจะไม่มาเสียแล้ว”
คชวัฒน์หมายถึงเหตุการณ์ที่งานแต่งเพราะเขาพูดจาถากถางและหาเรื่องหล่อนจนกระทั่งหล่อนพลั้งมือตบเขาฉาดใหญ่
แน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยหล่อนให้ลอยนวล ชายหนุ่มกระชากชุดสายเดี่ยวสีมพูอ่อนของหล่อนจนมันขาดวิ่น บางครั้งอดสงสัยกับอารมณ์แปรปรวนของชายหนุ่มไม่ได้
หล่อนไม่ตอบโต้ เพราะรู้ดีว่าเขามันเผด็จการขนาดไหน ถ้าหากเขาไม่ส่งไลน์มาข่มขู่ แน่นอนหล่อนไม่มีทางโผล่มาเป็นแน่
“ไหนขนมของฉันล่ะยัยแกะ”
หล่อนส่งมันให้กับเขา โดยที่ชายหนุ่มช้อนสายตา เต็มไปด้วยเสน่ห์มอง หัวใจสาวเต้นแรงไม่เป็นจังหวะหากเขาจะแกล้งหล่อน ขอบอกเลยว่าเขาทำมันได้สำเร็จเลยทีเดียว
หัวใจสาวมันเต้นผิดจังหวะทุกครั้ง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เป็นแบบนี้
ทั้งที่ผู้ชายตรงหน้าแสนร้ายกาจ เขาคอยกลั่นแกล้งให้หล่อนอับอายเสมอ และตอนนี้เองก็เช่นกัน
“จะยืนอีกนานไหม”
มือหนากระชากข้อแขนจนร่างบางเสียหลัก แต่เขาคว้าเอวของหล่อนเอาไว้แล้วรั้งให้นั่งบนตักแกร่ง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เพียงเส้นด้ายลอดผ่าน หญิงสาวรีบก้มหน้างุดทันที
“คุณปืน เอ่อ ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”
