เด็กหญิงผู้ไม่มีใครรัก
คุณเชื่อเรื่องเด็กต้องสาปรึป่าว ที่เกิดมาถูกสาปให้ไม่มีใครรัก ใช่ค่ะฉันคือเด็กผู้หญิงคนนั้น! ฉันชื่อรินลดา
เด็กสาวคนนึงที่ขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัวบ้านเธอเป็นครอบครัวคนจีนซึ่งส่วนมากจะรักแต่ลูกชาย ปู่กับย่าเเละยายของเธอก็มักจะรักแต่ลูกพี่ลูกน้องเธอแต่กลับไม่เคยสนใจเธอเลยแม้แต่น้อยมีแต่ตาที่รักและเอ็นดูเธอ
- ย้อนไป 15 ปีที่แล้ว -
ปี๊นๆ
เสียงแตรรถเก๋งคันนึงบีบอยู่หน้าประตูรั้วของบ้านหลังเก่าไม่นานนักก็มีชายชราและหญิงชราคู่นึงเดินออกมาจากบ้านและรีบมาเปิดประตูให้
"พ่อแม่สวัสดีครับ/ค่ะ" คู่สามีภรรยาที่พึ่งเปิดประตูรถลงมาเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูกสาวและลูกชายของเธอ
"คุณตาคุณยายสวัสดีค่ะ/ครับ"
"หลานยายมาแล้วหรอคิดถึงจังเลย" หญิงชราเอ่ยทักทายหลานชายคนโปรดพร้อมกับเดินเข้าไปกอดทันที
"กว่าจะมาถึงคงจะเหนื่อยน่าดูเลยเข้าไปในบ้านกันเถอะเดียวพ่อช่วยถือของ" ชายชราที่หน้าตาใจดีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งมาช่วยลูกสาวและลูกเขยของตนขนสัมภาระลงจากรถเก๋งคันโก้
"แล้วจะอยู่กันกี่คืนล่ะ" ชายชราเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทุกคนต่างกำลังนั่งพักผ่อนและจัดของกันอยู่ภายในห้องโถงของบ้าน
"ว่าจะมานอนสัก 2 คืนนะจ๊ะป๊าพอดีที่โรงเรียนไอสองคนนี้หยุดเลยพามาเที่ยวหา" นางพิมพิราเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปมองลูกสาวคนเล็กของเธอวัย 5 ขวบที่กำลังนั่งช่วยจัดของอยู่และลูกชายคนโตของเธอวัย 7 ขวบที่นั่งเล่นอยู่บนตักแม่ของเธอ
"ทำไมไม่อยู่นานๆ หน่อยล่ะความจริงเอาตาริวมาเรียนที่นี้ก็ได้นะโรงเรียนเอกชนดีๆ เยอะเลยเดียวม๊าส่งเอง" หญิงชราเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งกอดหลานชายที่อยู่บนตักด้วยความคิดถึง
"นั้นสิอาพิมเอาหลานทั้งสอนมาเรียนนี้ก็ได้ ที่ภูเก็ตบ้านเราเดียวนี้เจริญแล้วนะมีโรงเรียนฝรั่งเยอะแยะเลย" ชายชราเอ่ยขึ้น
"ไม่ดีกว่าป๊าวุ่นวายต้องทำเรื่องย้ายอีกอยู่กรุงเทพนั้นแหละ" พิมพิราเอ่ย
"ตามใจ แล้วเย็นนี้ริวอยากกินอะไรลูกเดียวอาม่าทำให้"
"ไก่ทอดครับ"
"รินก็อยากกินค่ะ"
"เงียบไปเลยยัยรินฉันถามหลานฉันไม่ใช่เธอ" หญิงชราหันไปเอ่ยตำหนิเด็กหญิงตัวน้อย
"เอาหน่าก็หลานลื้อทั้งคู่นั้นแหละ อารินอยากกินไก่ใช่ไหมเดียวกงซื้อมาให้เยอะๆ เลย" ชายชราเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนให้กับหลานสาว
"ขอบคุณค่ะรินรักกงที่สุดเลย" สาวน้อยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มและเข้าไปกอดคุณตาของเธอ
- ช่วงสายๆ ของวันต่อมา -
เด็กสาวเดินไปเปิดตู้เย็นหมายจะกินน้ำแต่สายตาเธอเหลือบไปเห็นคัพเค้ก 1 กล่อง อยู่ในตู้เย็นพอดีเธอจึงเกิดอยากกินและด้วยความเป็นเด็กเธอเลยหยิบคัพเค้กกล่องนั้นออกมาแล้ววิ่งไปหาคุณยายของเธอ
"คุณยายขาคุณยายหนูกินได้ไหมคะ" เด็กน้อยถือกล่องคัพเค้กออกไปถามคุณยายของเธอด้วยรอยยิ้มหมายจะได้กินขนมคัพเค้กในมือ
"ไม่ได้ไอเด็กตรรกะนี่เห็นอะไรก็อยากกินไปหมดฉันจะเก็บไว้ให้หลานของฉัน" หญิงชราเอ่ยขึ้นอย่างโมโหที่เห็นเด็กสาวหยิบกล่องคัพเค้กที่เธออุส่าซื้อไว้ให้หลานชายคนโปรดของเธอออกมาพร้อมทั้งดึงกล่องคัพเค้กออกมาจากมือน้อยๆ ของเธอ
"แล้วหนูไม่ใช่หลานคุณยายหรอคะคุณยายลำเอียง" เด็กสาวเอ่ยออกมาทันทีที่คุณยายของเธอดึงกล่องคัพเค้กออกไปจากมือของเธอด้วยความน้อยใจ
"เอ๊ะ! ไอเด็กนี้พูดจาไม่รู้เรื่องรึไง" หญิงชราตวาดเสียงดังลั่นใส่เด็กสาวที่ตอนนี้เริ่มจะเบะปากร้องไห้
"มีอะไรกัน" ชายชราที่เดินเข้ามาพร้อมพ่อแม่ของเธอเอ่ยถาม
"ก็ยัยรินจะกินขนมที่ฉันเก็บไว้ให้ตาริวนะสิ" หญิงชราเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
"ขนมในกล่องก็มีตั้งหลายชิ้นก็แบ่งให้ยัยหนูสักชิ้นสิ" ชายชราเอ่ยขึ้น
"ไม่ได้ต้องให้ตาริวกินให้อิ่มก่อนแล้วค่อยแบ่ง" หญิงชราเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งกอดกล่องขนมคัพเค้กไว้แน่น
"อาม่าใจร้ายอาม่าลำเอียง" สาวน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มน้อยๆ ของเธอ
"นี้ยัยรินขอโทษอาม่าเดียวนี้นะเป็นเด็กเป็นเล็กทำไมพูดจาแบบนี้" นางพิมพิราเอ่ยขึ้นอย่างตำหนิลูกสาวของตน
"พวกแกเลี้ยงลูกยังไงให้มายืนว่าฉันแบบนี้" หญิงชราเอ่ยอย่างโมโห
"หนูไม่ขอโทษหนูพูดความจริง ฮือ~" เด็กน้อยพูดจบก็วิ่งร้องไห้ออกไปจากบ้านทันที
ณ สวนสาธารณะใกล้บ้าน
"ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวล่ะยัยหนู" คุณตาเธอที่เดินตามมาเอ่ยขึ้น
"ทำไมไม่มีใครรักหนูเลยแล้วให้หนูเกิดมาทำไม ฮือ~" เด็กน้อยเอ่ยพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
"กงไงรักหนูดูสิกงมีอะไรมาให้ด้วยนะ" ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วชูถุงขนมขึ้นมาให้เธอ
"ว้าว กงซื้อให้รินหรอคะ" เด็กสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรีบเช็ดน้ำตาที่หน้าของเธอออกและรีบเปิดดูถุงขนมที่ข้างในมีแต่ขนมหน้าตาน่ากินและของโปรดของเธออยู่เต็มไปหมด
"ของยัยหนูหมดเลย" คุณตาของเธอเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งลูบหัวหลานสาวของตนอย่างเอ็นดู
- 3 ปีต่อมา -
"ฮื่อ ฮื่อ ทำไมคุณตาต้องทิ้งหนูไปด้วย" เด็กสาววัย 9 ขวบยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าเมรุเผาศพของคุณตาของเธอ
ดวงตาของเด็กน้อยจับจองไปที่เหล่าควันที่ลอยล่องออกมาจากป่องไฟด้วยความเศร้าโศกที่เธอได้เสียคุณตาอันเป็นที่รักและคนที่รักเธอเพียงคนเดียวบนโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ
- 12 ปีต่อมา -
ยามพบค่ำในเมืองกรุงร่างบางยืนเหม่อมองผู้คนมากมายที่มาเที่ยวสังสรรค์กันอย่างคลื่นเครงส่วนมากสถานบันเทิงแห่งนี้มักจะมีแต่นักศึกษาของสถานบันเอกชนชื่อดังแห่งนึงเพราะเนื่องด้วยร้านค่อนข้างที่จะอยู่ในละแวกสถานศึกษาและสถานที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดานิสิตนักศึกษาทั้งหลายร่างบางที่กำลังเหม่อมองผู้คนอยู่อย่างเหม่อลอยก็หวนนึกถึงเรื่องราวชีวิตของเธอที่ผ่านมา
