บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 คืนหิมะโปรย

ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนท่านยายรับนางมาเลี้ยงในคืนเหมันต์หิมะตก ร่างผอมแห้งของเด็กหญิงตัวน้อย นอนขดหนาวสั่นอยู่ใต้หลังคาราวกับลูกแมวขาดอาหาร ท่านยายเปิดประตูออกไปทิ้งขยะนอกบ้านเห็นเด็กน้อยกำลังจะหนาวตาย ท่านยายให้นางเข้ามานอนผิงไฟในบ้าน นำน้ำข้าวกับขนมแป้งจี่มาให้กิน ดวงตาสุกสกาวสดใส มือแห้งแตกจนเลือดซิบของนางจับขนมแป้งจี่กัดกินอย่างหิวโหย

“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ พ่อแม่เจ้าเล่าเด็กน้อย”

“ข้าเป็นกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ ข้ารับจ้างทุกอย่างแลกเงินมาซื้ออาหาร” ร่างผอมเกร็งตอบท่านยาย

“หากเป็นเด็กคนอื่นที่ลำบากเช่นเจ้า คงยอมตายไปแล้ว” ท่านยายเอ่ยอย่างอารมณ์ดีกับเด็กน้อยวัย 5-6 ขวบ

“ข้าไม่ยอมตาย ถึงอย่างไรข้าก็เกิดมาแล้ว ข้าต้องสู้ ต้องมีชีวิตอยู่ ข้าจะใช้ชีวิตให้ดี”

“ข้าตั้งชื่อให้เจ้าว่าหวางเหยาจี มาอยู่กับข้าเป็นอย่างไร ทำงานบ้านให้ข้า อย่าขี้เกียจเชียว” ท่านยายลูบผมรังนกสกปรกของนาง

“ข้าขอบคุณท่านยาย ข้าจะทำทุกอย่างให้ท่านยายมีความสุข ท่านยายจะไม่เสียใจที่รับเลี้ยงข้า” ร่างผอมของเด็กหญิงคุกเข่าโขกศีรษะจรดพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า ซาบซึ้งใจอย่างที่สุด นางมีที่ซุกหัวนอนไม่ต้องยื้อชีวิตดิ้นรนราวหนูสกปรกข้างถนน

“ให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไร”

“ข้าไร้นาม เรียกข้าเพียงท่านยายก็พอ”

ดวงตาสดใสของเด็กน้อยหวางเหยาจีมีน้ำตาเอ่อคลอ ก้มลงโขกศีรษะแนบพื้นจรดเท้าของท่านยาย ไม่คิดไม่ฝันว่านางจะมีบ้านอยู่ มีคนรับเลี้ยงไม่ต้องอยู่ข้างถนนเช่นขอทานอีกต่อไป

ภาพวูบตัดมาที่ใบหน้าอันเหี่ยวย่นของท่านยาย หญิงชรากำลังร้องไห้ น้ำตาของนางไหลออกมาไม่ขาดสาย

“โธ่ ท่านยาย ท่านร้องไห้ทำไมกัน วันนี้หวางเหยาจีหลานของท่านได้อภิเษกเป็นชายาบุรุษสูงศักดิ์ อ๋องเจ็ดถึงขาพิการอย่างไรก็เป็นถึงท่านอ๋อง” ต้าตูบ่าวรับใช้ในหอนางโลมผู้ขับรถม้าเอ่ยปลอบพลางประคองท่านยายไปนั่งบนรถ

“ข้าดีใจอย่างไรเล่าต้าตู หลานสาวผู้งดงามของข้าจะได้ตบแต่งบุรุษผู้นี้” ท่านยายเอ่ยพลางซับน้ำตา

“เหตุใดท่านจึงไม่ยอมให้นางแต่งกับองค์ชายแคว้นฉู่เมื่อปีที่แล้ว” ต้าตูเอ่ยถาม เขารู้ทุกอย่าง ทุกเรื่องในหอนางโลม

“เพราะองค์ชายแคว้นฉู่ผู้นั้นเป็นคนเลว รักง่าย หน่ายเร็ว ชอบทรมานสตรีเมื่อยามร่วมรัก” ท่านยายเอ่ย เหตุผลนี้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเหตุผลแท้จริงหรือเป็นเพียงข้ออ้างไม่ให้หวางเหยาจีแต่งองค์ชายแคว้นฉู่

“ท่านรู้ได้อย่างไรท่านยาย ท่านอยู่แต่ในบ้านหลังนี้แทบไม่ได้ย่างเท้าไปที่ใด”

“ข้าดูคนออก” ท่านยายหัวเราะเบาๆ

“แล้วอ๋องเจ็ดเล่า”

“อ๋องเจ็ดเป็นบุรุษที่ดี” ท่านยายหัวเราะจนเห็นเหงือกที่ไม่มีฟัน

“ท่านยายชอบเดาไปเรื่อย” ต้าตูหัวเราะพลางกระตุกม้าไปที่ตำหนักอ๋องเจ็ด พาท่านยายไปรอที่ตำหนัก ท่านยายคือญาติฝ่ายหญิงเพียงคนเดียวของหวางเหยาจี อีกไม่ถึงสองชั่วยาม นางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจะกลายเป็นพระชายาของอ๋องเจ็ด

ปลายยามเหม่า

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอย่างยิ่งใหญ่เคลื่อนไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวงเพื่อไปรับเจ้าสาวผู้ขึ้นชื่อว่างามจนบุปฝาเหี่ยวเฉา งามจนบุรุษบางคนยอมขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเพียงเพื่อซื้อเวลานั่งดื่มกับนาง นางโลมผู้ทำเงินมากมายให้หอนางโลมอี้ฉินจนบัดนี้แม่เล้าเสวี่ยอี้หลิงกลายเป็นคหบดีหญิงผู้หนึ่ง

นางจะเด็ดดวง ร้อนร่านสมคำร่ำลือขนาดไหนกัน ผู้คนต่างพากันอยากยลโฉมนาง

หวางเหยาจีในชุดไหมสีแดงปักลายหงส์ ชุดนี้ถูกส่งมาจากกองภูษาในวังหลวง ร่างโปร่งงามเย้ายวนเดินออกมาอย่างสง่า ไม่มีใครแบกนางขึ้นเกี้ยวตามประเพณี นางไม่มีพี่ชาย นางเดินดุ่มๆ มาขึ้นเกี้ยวด้วยตนเอง แม่เล้านั่งรถม้าตามขบวนแห่เจ้าสาวไป

ขบวนแห่เจ้าสาวยาวเหยียดเต็มศักดิ์ของท่านอ๋องเจ็ดฉีก่วนจง พระบิดาจัดขบวนแห่เจ้าสาวไม่ได้น้อยหน้าผู้ใด นางกำนัลหกสิบคนถือของมงคล ล้อมหน้าล้อมหลังด้วยขบวนองครักษ์ขี่ม้านำขบวน

นางโลมร่านรักแต่งกับชายขาพิการ งานอภิเษกนี้ถูกกล่าวขานไปทั่วแคว้น มีแต่เสียงหัวเราะเยาะ มีเสียงนินทา เสียงซุบซิบ

เจ้าสาวผู้ยังไม่สวมผ้าคลุมหน้าเปิดแง้มม่านโผล่หน้าออกมาดูบรรยากาศโดยรอบ นางอยากเก็บภาพบรรยากาศนี้ไว้ในความทรงจำ ครั้งหนึ่งนางก็ได้สวมชุดแต่งงาน ได้นั่งเกี้ยวแปดคนหามตามศักดิ์สะใภ้ราชวงศ์ฉี

บางคนที่ได้เห็นนางถึงกับฝันตาลอยตอนกลางวันแสกๆ ความงามของสตรีผู้นี้แม้จันทรายังไม่อาจเทียบเคียง ผู้คนมองตามใบหน้านวลหวานที่เปิดม่านแง้มดูบรรยากาศภายนอกเกี้ยว หนึ่งปรายตามองของนางทำให้บุรุษโง่งมฝันค้าง

ช่วงจังหวะขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนผ่านจวนอันใหญ่โตหรูหราของสกุลหลี่

หลี่เมิ่งเถียนยืนอยู่บนหอคอยดูดาวด้านในจวน จากบนหอคอยชั้นสอง เขามองเห็นหน้างามล้ำของนางผ่านมือเรียวขาวเปิดแง้มม่านหน้าต่างเกี้ยวเจ้าสาว

“ข้าไม่ยินดีกับเจ้าแม้เพียงนิด เหตุใดเจ้าแต่งให้บุรุษพิการ ขอให้งานอภิเษกนี้มีแต่สีเทา ให้เจ้าอยู่กับมันไม่ได้ ชายพิการมันมีดีมากกว่าข้าตรงที่ใด ขอให้เจ้าได้หย่าร้างกันในเร็ววัน” หลี่เมิ่งเถียนเอ่ยขึ้นพลางมองขบวนเกี้ยวผ่านหน้าจวนสกุลหลี่ เขากระดกสุรารสแรงเข้าปากหลังจากเอ่ยอวยพรด้วยถ้อยคำนั้น มันควรเรียกว่าคำอวยพรหรือคำสาปแช่ง

เขาควรยินดีกับนาง มิใช่เอาแต่ดื่มสุราอยู่บนหอคอยจนเมามาย นางเชิญเขาไปร่วมงานอภิเษกในฐานะเพื่อนสนิท เขามองเทียบเชิญตราสัญลักษณ์อินทรีย์ทะยาน มือหนาหยิบเทียบเชิญมาฉีกขาดครึ่งฟาดออกนอกหน้าต่างหอคอย

มีผู้มาร่วมชมขบวนแห่มากมาย มีญาติผู้ใหญ่รออยู่ในตำหนักอ๋อง แต่เหตุใดงานแต่งนี้มีแต่กลิ่นอายอัปมงคล

งานอภิเษกที่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดร่วมยินดี

‘งานอภิเษกสีเทา’

ยามอิ๋น (寅:yín) คือ 03.00 – 04.59 น.

ยามเหม่า (卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel