บทที่ 16 สองปีไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยคนหนึ่งได้
ท่าทีคิมหันต์สง่างาม แววตาที่เย็นชาเหมือนจะกลืนกินทุกอย่าง แววตารสามีประกายความประหม่า ถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว น้ำเสียงอ่อนหวานอ่อนแอกล่าวขึ้น "อืม ทัดดาวบอกว่า ขอเพียงพี่ชายฉันกับมธุรสเลิกกัน เธอก็รับปากว่าจะอยู่กับเขา"
คิมหันต์ยิ้มเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ
เขารู้อยู่แล้วว่าเวลาสองปีจะเปลี่ยนนิสัยคนไม่ได้!
"พี่คิม" เมื่อนึกถึงภาพที่เห็นตอนที่เดินเข้ามา รสารู้สึกไม่สบายใจ "ทัดดาวยังไม่เคลียร์กับพี่ชายฉัน แล้วมาพัวพันกับคุณ เธอไม่สำรวมเลย และก็ไม่รู้ว่ามีโรคอะไรบ้าง คุณน่าจะรักษาระยะห่างกับเธอบ้าง "
‘ไม่สำรวม’ สามตัวนี้ทำให้ความเย็นชาในตาของคิมหัต์มากขึ้นเล็กน้อย "ผมควรจะรักษาระยะห่างกับใคร ต้องให้คุณมาบอกด้วยเหรอ?"
รสาขอบตาแดงก่ำ "พี่คิม ฉันก็แค่เป็นห่วงคุณเท่านั้นเอง ไม่มีความหมายอื่น " เธอน้ำตารื้น ดูไปแล้วทำให้คนสงสารจับใจ
คิมหันต์จ้องมองดูเขาด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดแสดงอาการใด
"พี่คิม ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ " เธอกัดริมฝีปากแน่น พูดแบบอ่อนแอหมดปัญญา
"คุณทำเพื่ออะไร ผมรู้ดีกว่าใคร" คิมหันต์เดินเลยเธอไปทางประตู ในตาเป็นประกายความเกลียดชัง " อย่าเอาความคิดที่ไม่อาจบอกผู้คนของคุณมาใช้กับผม " ทันใดนั้น ใบหน้ารสาซีดเซียวไม่มีสีเลือดเลย เธอยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาได้ก้าวเท้าใหญ่จากไปแล้ว
เธอจับไม้เท้าไว้ ก้มหน้ามองดูขาซ้ายที่ไม่มีแรง ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดปนอาฆาต "พี่คิม ฉันทำเพื่อคุณมากขนาดนี้ ทำไมคุณมองไม่เห็น?"
เมื่อทัดดาวกลับไปถึงห้องพัก พิงอยู่ข้างประตู ดวงตาเหม่อลอยว่างเปล่า
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ เช็ดริมฝีปากที่เลือดไหลอยู่อย่างแรงๆ
เช็ดไปเช็ดมา น้ำตาก็ไหลลงมา ปนกับเลือดสดๆ เข้าไปในปาก ขมฝาดยังปนด้วยกลิ่นคาวเลือด
เธอนั่งอยู่ที่พื้นนิ่งๆ เป็นเวลาสิบกว่านาที จึงพาร่างกายที่ปวดร้าวขึ้นไปบนเตียง
เธอไม่มีเวลามาเสียใจร้องไห้ นอนหกชั่วโมงต้องลุกขึ้น แล้วทำงานต่อ
แต่วันนี้ได้ลิขิตไว้แล้วว่าไม่สงบสุข
เมื่อทัดดาวนอนลงไม่นาน ก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่กระเพาะ
"ทำไม?" มะเหมี่ยวผลักประตูเข้ามา เห็นสีหน้าซีดเซียวของเธอ จึงตกใจมาก
ทัดดาวกระตุกริมฝีปาก เพราะไม่สบายเสียงแหบเล็กน้อย "ไม่เป็นไร แค่เป็นโรคกระเพาะ "
"ปวดกระเพาะก็ต้องไปซื้อยา จะทนเจ็บอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร ?" มะเหมี่ยวยื่นมือมาดึงเธอ "มีร้านยาอยู่ใกล้ๆ แถวนี้ ฉันไปเป็นเพื่อนเอง "
"ขอบคุณ "
......
ทั้งสองซื้อยาเสร็จแล้ว ตอนที่กำลังเตรียมเรียกรถกลับไป จู่ๆ ก็มีเสียงคนเรียก "ดาว?"
เป็นเสียงทที่คุ้นหูมาก รูม่านตาของทัดดาวหดตัวลง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
"ดาว เป็นคุณจริงๆ ใช่ไหม?" ผู้ชายรูปหล่อหน้าตาคล้ายเธอมากได้เดินเข้ามา ตบไปที่ไหล่ของเธออย่างดีใจ
ทัดดาวกระตุกริมฝีปาก อยากจะเรียกพี่ แต่เหมือนมีบางอย่างมาอุดคอไว้ พูดไม่ออกสักคำ
"ฉันไปรอคุณข้างๆ " มะเหมี่ยวพูดขึ้น
ทัดดาวพยักหน้า
"แกออกมาจากเรือนจำแล้วทำไมไม่มาหาฉัน" นรงค์เดชมองดูร่างกายที่ซูบผอมมากเกินไปเล็กน้อย ในตามีความสงสารอย่างเปิดเผย และยังรู้สึกละอายใจด้วย
ตอนนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง ตระกูลบุษยานันท์ได้ทอดทิ้งดาวไป เขาเคยขอร้องคนในบ้าน แต่ถูกพวกเขาจับขังไว้ ช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด ทำได้เพียงมองดูเธอถูกส่งเข้าไปในเรือนจำ
ทัดดาวจัดเส้นผมที่ยาวไม่เท่ากันไม่เป็นระเบียบข้างหู น้ำเสียงแหบแห้ง "ยังไม่ทันได้บอก "
เธออยากจะไปแอบดูคนในบ้าน จากนั้นฆ่าตัวตาย แต่ระหว่างทางได้พบกับคิมหันต์เข้า
ลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านมา ค่อนข้างรู้สึกเย็น เธออดไม่ได้ที่จะหดตัวเล็กน้อย
วินาทีต่อมา เสื้อคลุมสูทตัวหนึ่งคลุมไปที่ตัวเธอ "หนาวแล้วทำไมไม่ใส่เยอะหน่อย? อีกอย่าง เสื้อผ้าบนตัวแกชุดนี้มันอย่างไรกัน ทำไมฉันจำได้ว่ามีแต่พวกป้าทำความสะอาดเขาใส่กัน? รสนิยมของแกแย่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ทัดดาวก้มหน้า ปกปิดอารมณ์ในดวงตา "ตอนนี้ฉันเป็นพนักงานทำความสะอาด นี่เป็นชุดฟอร์ม"
นรงค์เดชตกตะลึง สีหน้าเหมือนไม่เชื่อ
เจ้าหญิงที่เขาถนอมไว้ในมือ น้องสาวที่ไม่ต้องสนใจอะไรเลยทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ กลายเป็นพนักงานทำความสะอาดเหรอ?
