ตอนที่ 21 งานเลี้ยงต้อนรับ
ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงจากตัวอำเภอมาถึงหมู่บ้าน แม่เซี่ยกับป้าสะใภ้ปล่อยงานที่โรงงานแปรรูปอาหารให้อันผิงดูแลแทน ส่วนทั้งสองคนกลับบ้านมาเพื่อเตรียมทำอาหารไว้ต้อนรับเพื่อนของลูกสาวหลานสาว พ่อเซี่ยเองก็จับปลาจับกุ้งกลับมาไม่น้อย พี่ใหญ่จิ้นหลงกับพี่รองโหย่วอี้เองก็กำลังช่วยกันขนของขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปให้พนักงานที่ห้างจัดเรียงสินค้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันเปิดขายวันแรก
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ทั้งสองคนยังตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อความสุขและรอยยิ้มของน้องสาว พวกเขาที่เป็นพี่ชายเพียงแค่ทำงานให้หนักขึ้นก็พอ ความรุ่งเรืองของครอบครัวก็เป็นน้องสาวนำพามาให้ นี่คือความในใจของพี่ชายทั้งสอง หากว่าน้องสาวอย่างถิงถิงรู้ว่าพี่ชายคิด เพื่อตัวเองขนาดนี้ คงไม่พ้นร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจเป็นแน่
“ใกล้ความสำเร็จเข้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะพี่ใหญ่”
“อืม ช่วงนี้เหนื่อยหน่อยนะ”
“ถึงวันนี้จะเหนื่อย แต่เพื่อน้องสาวและความก้าวหน้าของครอบครัว ต่อให้เหนื่อยกว่านี้ผมก็ทนได้ครับ”
“น้องสาวของพวกเราเก่งจริง ๆ เพียงแค่เวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำสามารถทำอะไรได้มากมายขนาดนี้ พอห้างเปิดพี่คิดว่าพวกเราคงต้องเหนื่อยกันอีกรอบ คงต้องรับคนขับรถเพิ่มแล้วล่ะ จะได้สลับกันขับ จะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป วันนี้เพื่อน ๆ ของน้องสาวคงมาถึงแล้ว คุณแม่บอกให้พวกเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน วันนี้จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อน ๆ ของน้องสาว”
“ครับพี่ใหญ่ ผมว่าเรากลับเลยก็แล้วกันจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย”
“อืม ไปกันเถอะ พี่เองไม่ได้กินอาหารฝีมือคุณแม่มาหลายวันแล้วตั้งแต่เร่งขนสินค้ามาเติมโกดัง”
“นั่นสิ เพื่อนน้องสาวมา คุณแม่ย่อมทำของอร่อยอยู่แล้วล่ะ”
ในตอนที่สองพี่น้องกลับมาถึงบ้านทุกคนก็เริ่มทานอาหารกันแล้ว แม่เซี่ยเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาในบ้านก็รีบบอกให้ทั้งสองคนไปอาบน้ำจะได้รีบมาทานอาหารร่วมกับคนอื่นจะได้ทำความรู้จักกันด้วย
ต่อไปจะต้องทำงานร่วมกันจะได้สนิทกันมากขึ้นหน่อย แม่เซี่ยยังหวังว่าลูกชายทั้งสองคนคงจะไม่ทึ่มทื่อเกินไป มีสาวงามนิสัยดีมีการศึกษามาถึงบ้านหวังว่าลูกชายทั้งสองคนจะคว้าเอามาเป็นภรรยาได้สักคน
ทางด้านลูกชายคนรองเหมือนจะมีหวังอยู่บ้างเพราะนิสัยไม่ทึ่มทื่อเกินไป แต่กับเจ้าใหญ่แม่เซี่ยได้แต่ส่ายหน้า นิสัยปกติก็พูดน้อยอยู่แล้ว ยิ่งกับคนไม่สนิทยิ่งเป็นเรื่องยาก
เรื่องนี้แม่เซี่ยคิดว่าจะนำไปปรึกษากับลูกสาว ไม่แน่ว่าถิงถิงอาจจะอยากให้เพื่อนสนิทขยับฐานะมาเป็นพี่สะใภ้ก็ได้ เรื่องนี้แม่เซี่ยต้องหา แนวร่วม จะปล่อยให้ลูกชายขึ้นคานไม่ได้
“พี่ใหญ่ พี่ว่าวันนี้แม่ดูแปลก ๆ ไปไหม แม่ดูกระตือรือร้นมาก เลยนะ” โหย่วอี้
“แม่คงดีใจล่ะมั้งที่เพื่อน ๆ ของน้องสาวเดินทางมาทำงานด้วยอีกอย่างที่นี่น้องสาวไม่มีเพื่อนที่สามารถคบหากันได้นอกจากเยว่ผิงที่เป็น ทั้งลูกพี่ลูกน้องไปในตัว ปกติบ้านเราไม่ค่อยได้ต้อนรับใครอยู่แล้ว” จิ้นหลง
“พี่คิดแบบนั้นเหรอ”
“แล้วนายคิดแบบไหนล่ะ รีบ ๆ ไปได้แล้วทุกคนกินข้าวไปนานแล้ว”
ทั้งสองคนเดินไปโถงรับแขกที่วันนี้ใช้เป็นห้องกินข้าวอย่างเร่งรีบที่นั่งของทั้งสองคนนั่งถัดมาจากพ่อเซี่ยที่ไห่ฉีเว้นเอาไว้ให้ก่อนหน้านั้น เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ารุ่นน้องมีพี่ชายสองคน เขาจึงจงใจเว้นที่ว่างเอาไว้ให้ ทั้ง ๆ ที่พ่อกับแม่ของรุ่นน้องจะบอกว่าไม่เป็นไรให้นั่งกันตามสบายก็ตามที
“ขอโทษที่มาช้านะครับทุกคน” โหย่วอี้
“เจ้ารอง รีบ ๆ นั่งลงจะได้กินข้าว แม่บอกให้กลับมาเร็วหน่อยไม่ใช่หรอทำไมกลับมาเอาป่านนี้ล่ะ”
“โธ่ แม่ครับ ก็รถไม่พอใช้ แล้วต้องขนสินค้าเอาไปไว้ที่โกดังที่ห้าง มีรถแค่คันเดียวก็วิ่งไปมาหลายที่ ไหนจะวิ่งไปส่งของเข้าร้านอีก วิ่งวนไปมา ทำให้เสียเวลาก็เลยมาช้าครับ”
“แม่ถามนิดเดียวตอบเหมือนร้อนตัว”
“เอาล่ะ ๆ ไหน ๆ เจ้าใหญ่เจ้ารองก็กลับมาแล้ว กินข้าวเถอะ เกรงใจเพื่อนลูกหน่อยสิคุณ”
“พี่ใหญ่ พี่รอง นี่จินเหม่ย หนิงอัน รุ่นพี่ไห่ฉี แล้วก็ลี่หลินน้องสาวของรุ่นพี่ค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” พี่ใหญ่
“ยินดีมากครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน แล้วก็ขอบคุณที่ดูแลน้องสาวของพวกเราเป็นอย่างดีระหว่างที่อยู่ปักกิ่งนะครับ” พี่รอง
“พวกเรายินดีและเต็มใจค่ะ ถิงถิงคือเพื่อนคนสำคัญของพวกเรา” จินเหม่ย
หลังจากจบมื้ออาหาร ทุกคนต่างออกไปเดินย่อยอาหาร จินเหม่ยเอ่ยปากนินทาพี่ใหญ่ของบ้านว่าเป็นพวกหน้านิ่ง หน้าตาย ทำหน้าดุทั้งวัน พูดน้อยถึงน้อยมากเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก
“ถิงถิง อาหารที่แม่เธอทำอร่อยมากเลย” หนิงอัน
“เฮ้อ อาหารก็อร่อยอยู่หรอก แต่อึดอัดชะมัด นี่ถิงถิง พี่ใหญ่ของเธอเป็นแบบนี้ตลอดเวลาหรอ” จินเหม่ย
“เป็นแบบนี้คือเป็นแบบไหนอ่ะจินเหม่ย พี่ใหญ่ของเราทำไมเหรอ หรือว่าพี่ใหญ่ทำอะไรให้เธอไม่พอใจ” ถิงถิงมองเพื่อนด้วยความงุนงง
“ก็เป็นพวกหน้ายักษ์ ขี้เก๊ก หวงคำพูด หน้านิ่ง สายตาเวลามองมา ก็น่ากลัว ฉันอึดอัดจะตายอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเจอกันครั้งแรกนะ ฉันยังคิดว่าฉันไปทำอะไรให้พี่ชายเธอไม่พอใจเอาน่ะสิ ไม่เหมือนพี่รองที่เป็นกันเองสุด ๆ คุยสนุกมาก”
“พี่ใหญ่ก็เป็นแบบนี้ แต่ไม่ถึงขนาดที่เธอพูดมาหรือเปล่า แล้วพี่ใหญ่จะมองเธอด้วยสายตาน่ากลัวทำไมกัน เธอคิดมากเกินไปแล้ว”
“ไม่ได้คิดไปเองนะ ใช่สิ พวกเธอไม่ได้ถูกมองแบบนั้นนี่ แต่ฉันสิ ถูกจ้องจนอาหารอร่อย ๆ ไม่อร่อยเลย บ้าชะมัด”
“พี่ชายของถิงถิงชอบเธอหรือเปล่าจินเหม่ย” หนิงอัน
“พูดบ้าอะไรของเธอหนิงอัน มีใครเขามองคนที่ชอบด้วยสายตา แบบนั้นกัน เพ้อเจ้อ ไป ๆ ไปไกล ๆ ไปหาคนรักของเธอเลย” จินเหม่ยโบกมือไล่หนิงอันเหมือนไล่แมลงวัน
“แต่หนูว่าพี่ชายของพี่ถิงถิงไม่ได้มองพี่จินเหม่ยแบบนั้นนะคะ หนูว่ามองแบบพี่จินเหม่ยสวยน่ามองหรือเปล่า เพราะเห็นพี่เขาจ้องพี่จินเหมยตั้งหลายที” ลี่หลิน
“พอเลย พอเลย ยายลี่หลินอย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อ ตัวเองแฟนก็ยัง ไม่เคยมีทำมาเป็นรู้ดี”
“จินเหม่ย ฉันว่านะพี่ใหญ่อาจจะชอบเธอก็ได้นะ แบบรักแรกพบอะไรแบบนี้ หนิงอันเธอเห็นด้วยกับฉันป่ะ” ถิงถิง
“บ้าบอกันไปใหญ่แล้วถิงถิง อย่ามาคิดเองเออเองสิ พอ ๆ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วไปกันเถอะ ฉันอยากเห็นห้องพักแล้ว แต่เสียดายมากที่บ้านของเธอไม่มีห้องเหลือแล้ว ต้องไปพักในฟาร์มคงต้องมีจักรยานเอาไว้ใช้แล้วล่ะ” จินเหม่ยบ่นกระปอดกระแปด
“แต่ห้องของพี่ใหญ่ยังว่างนะ ถ้าเธอสนใจอยากขยับสถานะจากเพื่อนเป็นพี่สะใภ้น่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่จินเหม่ย หนูว่าดีเหมือนกันนะคะ พี่จะได้กินอาหารฝีมือคุณแม่พี่ถิงถิงครบสามมื้อ แต่ถ้าพักในฟาร์มจะต้องกินอาหารที่โรงอาหารนะคะ” ลี่หลินหัวเราะออกมาเสียงดัง
ส่วนคนต้นเรื่องอย่างเซี่ยจิ้นหลงนั้นกลับนอนหลับสบาย ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองเผลอไปทำให้สาวน้อยคนหนึ่งอึดอัดโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ความจริงแล้วเขามีความประทับใจแรกพบกับเพื่อนของน้องสาวมากเช่นกัน เขารู้สึกว่าเพื่อนสนิทของน้องสาวคนนี้นอกจากหน้าตาสะสวยแล้วยังนิสัยร่าเริงสดใสมองแล้วสบายตาทำให้เขาเผลอมองอยู่บ่อย ๆ
แต่สำหรับโหย่วอี้ผู้ที่ร่าเริงคุยสนุกนั้นกลับนอนหลับสบายใจไร้กังวล เพื่อนของน้องสาวก็เปรียบเสมือนน้องสาวของเขาเหมือนกัน เพียงแค่ต้องดูแลให้ดีทุกคนเท่านั้น ส่วนรุ่นพี่ของน้องสาวก็นิสัยใจคอดี คบหาเป็นเพื่อนกับเขาได้เช่นเดียวกัน
ทางด้านแม่เซี่ยหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องจับเพื่อนของลูกสาวมาทำลูกสะใภ้ให้ได้ เธอจะต้องได้อุ้มหลานเร็ว ๆ นี้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่คงต้องวางแผนให้ดี ไม่รู้ว่าลูกชายที่ทำตัวเป็นคนทึ่มทื่อจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เธอมีลูกชายสองคน คนที่น่าห่วงที่สุดคือจิ้นหลง พูดน้อย ชอบทำหน้านิ่ง ไม่น่าคบหา ยิ่งหลังจากถูกเยี่ยอันเหอถอนหมั้นยิ่งพูดน้อยลงไปอีก เหมือนกับว่าสำหรับเขาแล้วผู้หญิงคนไหน ๆ ก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้น ดีอยู่คนเดียวคือน้องสาวของตัวเอง
พ่อเซี่ยไม่ได้รู้ความคิดและแผนการของภรรยา การที่เขามีอาหาร ให้กินจนอิ่ม มีเงินทองให้ใช้ไม่ขาดมือ มีงานให้ทำ ลูกสาวกลับมาอยู่ที่บ้าน เท่านี้คือความสุขของพ่อเซี่ย จะดีกว่านี้ถ้าลูกสาวไม่แต่งงานหรือแต่งเขย เข้าบ้าน เขาไม่อยากเสียลูกสาวที่รักไปให้บ้านไหนทั้งนั้น ผักกาดขาวที่เขาเฝ้าเลี้ยงดูมาอย่างดี จะให้หมูบ้านอื่นเข้ามาเอาไปกินได้ยังไง
ทางด้านโจวชิงอวิ๋นกับโจวหยวนจื่อที่ตามแกะรอยคนร้ายจากอำเภอ ตอนนี้เบาะแสสุดท้ายของคนร้ายได้หนีมากบดานในตำบล ส่วนที่กบดานคงจะเป็นภูเขาสักที่ของหมู่บ้านสักแห่ง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ทั้งสองคน จึงต้องเดินทางมาที่ตำบลและเช่าบ้านพัก ก่อนจะมาจากตัวอำเภอโจวชิงอวิ๋นได้ไปบอกน้องสาวที่เป็นครูสอนที่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอเอาไว้แล้วถ้าหากเขาขาดการติดต่อกับทางบ้านคุณแม่จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลใจ
“หยวนจื่อ จบงานนี้แล้วนายก็จะได้พักแล้วสิ”
“ใช่ ฉันว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านเกิดเสียหน่อยน่ะ”
“นายไม่กลัวพ่อแม่นายจับแต่งงานแล้วเหรอ”
“กลัว แต่ถ้าฉันไม่ชอบฉันก็ไม่แต่งหรอกนะ พวกผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้ปาดน้ำตา ทำตัวอ่อนแอไปวัน ๆ ที่สำคัญคอยวิ่งตามผู้ชาย แบบนั้น ฉันไม่เอาด้วยหรอก ต่อให้ต้องหักหน้าพ่อกับแม่ฉันก็จะทำ”
“ถูกต้อง หน้าที่การงานของพวกเราไม่เหมาะกับผู้หญิงแบบนั้นหรอก อีกอย่างถ้ามีลูกแล้วจะสอนลูกให้ดีได้ยังไง ตัวเองยังทำตัวให้ดีไม่ได้เลย พวกผู้หญิงน่ารำคาญจริง ๆ แถมเจ้าแผนการ ร้ายกาจกว่าพวกโจรอีก”
“ชิงอวิ๋นนายไม่คิดจะแต่งงานเหรอ ระวังคุณนายจะหาภรรยามายัดให้นายนะ”
“ไม่ใช่ไม่คิด แต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ ส่วนคุณนายถ้ายังอยากรักษาหน้าตาเอาไว้ก็อย่าได้ริหาผู้หญิงมายัดให้ฉัน ฉันเองก็ไม่ต่างจากนายหรอก ส่วนเรื่องหลานพี่ใหญ่ตั้งสองคนแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมาเร่งให้ฉันรีบมีลูก หลังจากจบงานนี้ฉันว่าจะขอพ่อแยกบ้านออกมาอยู่คนเดียวล่ะ”
“ทำไมล่ะ หรือว่าพี่สะใภ้ของนายก่อเรื่องอะไรอีก”
“เรื่องเดิม ๆ ไม่รู้ว่าพี่รองตาบอดหรือยังไง ดีนะที่ยังไม่มีลูกด้วยกัน หากเกิดการหย่าร้างขึ้นมาเด็กคงน่าสงสารทีเดียว”
“นั่นสิ พี่ชายของนายจะรู้สึกยังไง ถ้าได้รู้ว่าภรรยาตัวเองคิดไม่ซื่อกับน้องสามี เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจจริง ๆ”
“ไปกันเถอะรถมาแล้ว เราคงถึงตัวตำบลตอนบ่าย หลังจากจัดการหาที่พักแล้ว ค่อยไปหาของอร่อยกินกัน”
“ตกลง”
