ตอนที่ 20 เตรียมความพร้อมก่อนเปิดห้าง
ตอนนี้การปรับปรุงซ่อมแซมห้างสรรพสินค้าก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมถึงหอพักของพนักงานที่มีอยู่แล้ว ถิงถิงเพียงแค่ให้ช่างทาสีใหม่และซ่อมแซมของใช้ที่ชำรุด ส่วนของใช้ที่ไม่สามารถซ่อมได้แล้วเธอจัดการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ในอีกไม่กี่วันเพื่อนรักของเธอจะเดินทางมาพร้อมกับรุ่นพี่ไห่ฉี ตอนนี้สิ่งที่ขาดอยู่คือพนักงานประจำส่วนต่าง ๆ ในห้าง พรุ่งนี้เยว่ผิงกับสามีจะย้ายเข้ามาพักที่ห้องพักด้านหลังห้าง
ส่วนงานที่ร้านได้ส่งต่อให้พี่ใหญ่ของสามีเยว่ผิง พนักงานในห้างเองเริ่มแรกต้องมีพนักงานประจำจุดขาย 10 คน พนักงานส่วนขนส่งสินค้า 4 คน รถบรรทุกที่ใช้ในห้างต้องมีอย่างน้อยสองคัน
ดูเหมือนว่าเงินในมือของเธอที่มีอยู่นั่นช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน แต่ยังพอหมุนไปได้ กำไรจากร้านค้าในแต่ละเดือนไม่นับว่าน้อย ตอนนี้รอแค่เพียงห้างเปิดเท่านั้น เงินที่จ่ายออกไปเธอเชื่อว่าไม่เกินสองเดือนจะคืนทุนและเห็นกำไรในเดือนที่ 3
ระหว่างที่เตรียมความพร้อมสำหรับเปิดห้างสรรพสินค้า พนักงานที่รับมาใหม่เป็นลูกหลานบ้านสามีของเยว่ผิง 4 คน และในหมู่บ้านตระกูลเซี่ยอีก 6 คน ส่วนพนักงานขับรถนั้นพี่เป็นสหายของพี่ใหญ่ซูเซียว
เมื่อเห็นว่าแรงงานคนเตรียมพร้อมแล้วเหลือแค่ซื้อรถ ถิงถิงได้โทรไปที่ร้านขายรถที่เซี่ยงไฮ้เพื่อติดต่อขอซื้อรถบรรทุก 2 คัน และรถสามล้อ 3 คัน ให้ทางร้านนำมาส่งให้ที่ตำบล เธอยินดีจ่ายค่าขนส่งซึ่งทางร้านเองก็ตกลงกับข้อเสนอของเธอ
ที่สมาพันธ์ระบบกลาง ตอนนี้เหล่าบรรดาระบบต่าง ๆ ที่มีร่างกายเสมือนคนจริง ๆ กำลังนั่งถกเถียงปัญหาที่พวกตนเองเจอและโอ้อวด การทำงานของตัวเองและการประสบผลสำเร็จของโฮสต์ผู้ครอบครองระบบ
ตงตงเป็นหนึ่งในระบบชั้นสูงถึงแม้จะถูกระบบอื่นดูถูกดูแคลนว่า เป็นพวกขาจุ่มโคลน ล้าหลัง ยังต้องลงมือทำไร่ทำนา ถึงจะมีคนดูถูกตัวเองแต่ตงตงกลับไม่ได้เก็บมาใส่ใจในทางกลับกันตงตงก็ตอกกลับไปอย่างสบาย ๆ
(*-*) โฮสต์ของพวกนายกินข้าวกันหรือเปล่า หรือว่าไม่ได้กินของที่เพาะปลูกขึ้นมาโดยชาวไร่ชาวนา ถ้าทำได้ขนาดนั้นข้าจะไม่โต้เถียงกับพวกเจ้าแล้ว (*-*)
‼เอาน่า นาน ๆ พวกเราพี่น้องจะได้มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน อย่ามาทะเลาะกันเพราะเรื่องทำไร่ทำนาไร้สาระเลยนะ‼ ระบบอิจฉาให้รอด
^_^ น่า น่า อย่าโมโหไปเลย เอาไว้รอดูว่าผลงานของใครจะดีกว่ากัน อยู่ที่ความก้าวหน้าของโฮสต์ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทับถมกันเสียหน่อย นายนี่มันสมชื่อระบบอิจฉาให้รอดจริง ๆ อิจฉาแม้กระทั่งเพื่อนร่วมอาชีพ ^_^ ระบบสร้างคนดี
(*-*) เหอะ ต่อไปพวกนายเรียกฉันว่า ตงตง ก็แล้วกัน ตงตงเป็นชื่อ ที่โฮสต์ตั้งให้ นี่อะไรกันพวกนายยังไม่มีแม้แต่ชื่อเลยเหรอ ตกลงความสัมพันธ์ของพวกนายกับโฮสต์ก็งั้น ๆ สินะ จะบอกอะไรให้พวกนายฟังเอาไว้นะการเป็นระบบที่ดีจะต้องมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับโฮสต์ ช่วยเหลือโฮสต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำหน้าที่แค่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายจากสมาพันธ์เสียหน่อย ช่างไม่รู้จักพัฒนาตัวเองเสียเลย แล้วแบบนี้ยังมาอ้างว่าตัวเองคือระบบชั้นสูง เหอะ ตาสุนัขมองคนต่ำชัด ๆ (*-*)
ก่อนที่ระบบทั้งหลายจะได้ปะทะฝีปากกันนั้น ผู้นำของสมาพันธ์ระบบก็มาถึงงานเลี้ยงพอดี งานเลี้ยงครั้งนี้กึ่ง ๆ ให้ระบบที่ทางศูนย์ส่งออกไปได้รายงานความคืบหน้าและการทำงานของระบบทุกระบบ หากระบบไหน มีผลงานที่ดีเยี่ยมจะได้อัพเกรดระบบก่อนและเพิ่มขีดความสามารถของระบบขึ้นอีก เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือโฮสต์ได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไม่ขัดกับหลักศีลธรรมจรรยาอันดีงาม
♀ ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มในวันนี้ ทางสมาพันธ์ขอแสดงความยินดีกับ ระบบสวนฟาร์มมหัศจรรย์ ด้วยครับ ด้วยการทำงานอย่างหนักและช่วยเหลือโฮสต์ผู้ถือครองระบบ คุณทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นจัดหาเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือแม้กระทั่งหาสามีให้โฮสต์ คุณเป็นระบบที่เป็นยิ่งกว่าระบบอีก ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของสมาพันธ์กลาง ขอยกย่องคุณจากใจจริง นอกจากนี้คุณยังเป็นระบบเดียวที่ได้รับการตั้งชื่อจากผู้ใช้ระบบ ส่วนระบบอื่น ๆ ขอให้ดูตงตงเอาไว้เป็นตัวอย่าง ผมหวังว่าพวกคุณจะทำงานให้หนักขึ้น เริ่มงานเลี้ยงได้ ♀
หลังจากจบงานเลี้ยงตงตงก็เข้าสู่โหมดอัพเกรดระบบทันทีส่วนถิงถิงเองไม่ได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่สมาพันธ์แม้แต่น้อย เธอรู้เพียงแค่ว่าตงตงลาพักร้อนและจะไม่สามารถติดต่อได้ระยะหนึ่งเท่านั้น และก่อนที่ ตงตงจะลาพักร้อนไปนั้นก็ได้เตรียมของที่จำเป็นที่เธอต้องใช้เอาไว้หมดแล้ว
ตอนนี้เธอกำลังขนสินค้าเริ่มไปจัดวางในห้างสรรพสินค้า ส่วนสินค้าที่เป็นข้าวและธัญพืชต่าง ๆ นั้น เธอให้พี่ชายช่วยกันนำไปเก็บไว้ที่โกดังเก็บสินค้าด้านหลังห้าง โรงงานแปรรูปอาหาร นอกจากจะทำไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า กุนเชียง แฮม แล้วยังมีพวกผักดอง หน่อไม้ดองอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีเป็ด ไก่ จากฟาร์มและที่รับซื้อจากชาวบ้านในพื้นที่นำมาเชือดขายในแต่ละวัน ส่วนหมูจะเชือดเพียงวันละสองตัวเท่านั้น แพะและแกะเองก็เชือดวันละสองตัวเช่นเดียวกัน หน้าที่การเชือดหมูและสัตว์อื่น ๆ ถิงถิงได้จ้างพนักงานมาจากโรงเชือดในอำเภอเพื่อมาทำหน้าที่เชือดโดยเฉพาะ
การเตรียมการสำหรับห้างสรรพสินค้าตอนนี้นับว่าเกือบจะพร้อมแล้ว พรุ่งนี้จินเหม่ยและหนิงอันจะมาถึง ส่วนรุ่นพี่ไห่ฉีนั้นพาน้องสาวที่เพิ่งลาออกจากงานมาด้วย ถิงถิงเองก็ดีใจมากที่จะได้คนมาช่วยงานเพิ่ม สาเหตุที่น้องสาวของรุ่นพี่ต้องลาออกจากงานนั้นเพราะหน้าตาสะสวยและไปถูกตาต้องใจผู้จัดการหัวงูเข้า จากนั้นก็เกือบจะข่มขืนเธอหากว่าเธอหนีออกมาไม่ทันก็คงเสียใจไปตลอดชีวิต
หลังเกิดเรื่องรุ่นพี่ไห่ฉีแทบจะฆ่าผู้จัดการหัวงูคนนั้นตายคามือ หากว่าหนิงอันกับจินเหม่ยไม่เข้าไปห้ามเอาไว้เสียก่อน เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแบบนี้แล้วไห่ฉีจึงคิดว่าพาน้องสาวมาทำงานที่นี่ด้วยเสียเลย อย่างน้อย ๆ เขายังสามารถดูแลน้องสาวได้ ตำแหน่งงานนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ แล้วแต่รุ่นน้องถิงถิงจะจัดการให้ บางทีการมาเริ่มงานใหม่ในที่ห่างไกลในครั้งนี้มันอาจจะเป็น จุดเปลี่ยนของชีวิตเขาไปตลอดกาลก็ได้ แต่เขายังเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่นอน
ตอนนี้บ้านพักในฟาร์มสร้างเสร็จทุกหลัง รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าจำหน่ายของฝากและสินค้าพื้นเมือง และห้องสุขาชาย-หญิง 10 ห้อง ถิงถิงกำลังตรวจรับงานกับนายช่างเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรที่ต้องแก้ไข งานผ่านหมดทุกจุดเธอทำการจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับนายช่าง
เมื่อจบงานก่อสร้างบ้านพักในฟาร์ม นายช่างประกาศหยุดงาน 7 วันให้เหล่าบรรดาพนักงานได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัว เมื่อครบกำหนดหยุดแล้วจะเริ่มงานก่อสร้างบ้านพักของลุงใหญ่เป็นรายต่อไป หลังจากนั้นจะเป็นคิวของหัวหน้าหมู่บ้าน
นายช่างเองดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะการรับงานก่อสร้างในหมู่บ้านเล็ก ๆ อันห่างไกลนี้ทำให้เขามีรายได้เท่ากับทำงานถึงสามปีเลยทีเดียว อีกทั้งไม่ต้องออกไปทำงานในต่างถิ่นไกลจากบ้านอีกด้วย เรื่องดี ๆ แบบนี้เป็นใครจะไม่พอใจกันล่ะ
เช้าวันต่อมา ถิงถิงขับรถสามล้อมารอรับเพื่อนสนิทและรุ่นพี่ที่สถานีรถไฟในตัวอำเภอ โดยมีพี่ชายซูเซียวขับรถสามล้อมาขนสัมภาระอีกคัน ตอนนี้รถบรรทุกที่สั่งซื้อเอาไว้สองคันยังส่งมาไม่ถึง คงต้องรออีก 2-3 วัน หลังจากไม่ได้เจอเพื่อนสนิทเป็นเวลาเกือบครึ่งปี ถิงถิงอดตื่นเต้นไม่ได้
“ทำไมยังมาไม่ถึงกันอีกนะ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ปกติ ไม่น่าจะช้าขนาดนี้เลยนะ”
“น้องสาวใจเย็น ๆ ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้น ทางนายสถานีคงจะประกาศให้คนได้รู้กันแล้ว”
“พี่ซูเซียวหิวหรือยังคะ เดี๋ยวหนูไปหาซื้ออะไรมาให้กินรองท้องไปก่อน”
“พี่ยังไม่หิวเท่าไหร่ น้องสาวหิวก็ไปหาอะไรกินก่อน พี่จะรออยู่ตรงนี้เอง”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวจะรีบไปรีบมานะคะ”
เพราะกลัวว่าเพื่อนจะมาถึงก่อน และเธอไม่อยากให้เพื่อนรอนาน จึงพาพี่ชายขับรถออกจากบ้านมาทั้งที่ยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลยด้วยซ้ำ ถิงถิงเองก็รู้สึกผิดกับพี่ชายไม่น้อยเลย เดินออกมาจากจุดรอรับคนก็เดินมุ่งหน้าไปยังส่วนที่จัดเอาไว้ให้เป็นที่สำหรับขายอาหารโดยเฉพาะ
ถิงถิงซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมา 20 ลูก เผื่อเพื่อนอีกสี่คนที่ยังเดินทางมาไม่ถึงด้วย นอกจากซาลาเปาแล้วเธอก็ไม่ได้ซื้ออะไรอีก ส่วนน้ำดื่มนั้น เธอเตรียมมาด้วยหลายกระบอก เธอชอบดื่มน้ำที่บรรจุในกระบอกไม้ไผ่มาก จึงให้พ่อเซี่ยทำเอาไว้ให้หลายสิบกระบอก เหมาะสำหรับพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมาก
เมื่อถิงถิงเดินกลับมาถึงในจุดที่รอรับผู้โดยสาร ก็พบว่าตอนนี้รถไฟได้วิ่งเข้ามาจอดในชานชาลาเรียบร้อยแล้ว หลังรออยู่ไม่นานก็เห็นจินเหม่ยลงมาจากรถไฟตามมาด้วยหนิงอันและรุ่นพี่ไห่ฉี พร้อมด้วยน้องสาว ทั้งสี่คนต่างหอบหิ้วกระเป๋ามาเพียงคนละใบเท่านั้น
“จินเหม่ย จินเหม่ย ทางนี้ ๆ”
“ถิงถิง เธอสบายดีหรือเปล่า ทำไมเธอสวยขึ้นล่ะ มารอพวกเรานานหรือเปล่า”
“ไม่นานเท่าไหร่ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ทำไมมาช้ากว่าเวลาที่กำหนดเอาไว้ล่ะ รุ่นพี่สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ และก็ดีใจด้วยนะคะ ในที่สุดก็สมหวังสักที หนิงอันฉันหวังว่าเธอจะมีความสุขกับรุ่นพี่นะ”
“มันแน่นอนอยู่แล้วย่ะ พวกเราสบายดี” หนิงอันมองค้อนถิงถิง
“ถิงถิง นี่คือน้องสาวพี่ หยางลี่หลิน”
“สวัสดีค่ะน้องลี่หลิน ทำตัวตามสบายนะคะ ส่วนเรื่องงานเอาไว้ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน ทุกคนนี่คือพี่ชายซูเซียวเป็นลูกชายของลุงใหญ่ค่ะ”
“สวัสดีทุกคนนะครับ ส่วนกระเป๋ายกมาไว้ที่รถของผมได้เลย ส่วนใครจะนั่งคันไหนกลับบ้านก็เอาตามความสมัครใจครับ” ซูเซียวพูดด้วยรอยยิ้ม
“ตกลง ผมกลับกับพี่ชายซูเซียวดีกว่าให้พวกสาว ๆ กลับด้วยกันเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นเรารีบกลับกันเถอะ แล้วก็นี่ซาลาเปากับน้ำ แบ่งกันค่ะเพราะกว่าจะถึงบ้านอีกไกลเดี๋ยวจะหิวจนเป็นลมไปเสียก่อน” ถิงถิงแบ่งน้ำกับซาลาเปาให้ซูเซียวกับไห่ฉีจากนั้นก็พาสามสาวขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
