ตอนที่ 7: ท้าทายเจ้าแม่
ทันทีที่เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดัง "คลิก" และสองร่างก้าวกะเผลกออกมาในสภาพแฟชั่นที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนปกติ นลินที่นั่งไขว่ห้างรออยู่บนโซฟาถึงกับลุกพรวด ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างเป๊ะดูบิดเบี้ยวด้วยความมึนงง
"พี่ปราบคะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น" นลินถามเสียงสูงปรี๊ด
"แล้วทำไมพี่ต้องใส่สูทตัวโคร่งแบบนั้นคะ พี่หนาวเหรอ" โลมาในร่างปราบเหงื่อซึมตามไรผมเธอรีบกระชับสาบเสื้อสูทที่คลุมส่วน "พุ่งทะยาน" ไว้แน่นพลางปั้นหน้านิ่ง
"ปะ...เปล่า พี่แค่อยากเปลี่ยนลุค" จังหวะนั้นเอง ชัยเดินหอบแฮกเข้ามาพอดี
"ของเก็บขึ้นรถเรียบร้อยครับบอส รถจอดตรงทางออกหน้าลิฟต์แล้วครับ"
"ส่วนรถสปอร์ตของบอสที่พัง... ผมประสานงานกับตำรวจใช้รถยกเรียบร้อยครับ" นลินไม่รอช้าพุ่งเข้าไปควงแขนล่ำๆ ของปราบทันที
"ไปค่ะพี่ปราบนลินจะพาพี่ไปส่งที่บ้านเอง รถพังก็ช่างมันค่ะ นลินสั่งเชฟทำซุปเป๋าฮื้อรอไว้แล้ว" นลินออกแรงดึงร่างสูงใหญ่ให้เดินตาม ทิ้งให้ปราบในร่างโลมายืนเคว้ง ชัยขยับเข้ามาหาเด็กสาว
"ปะน้อง เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ห้องเอง บอสเขาจะกลับไปพักแล้ว"
"เดี๋ยว!" ปราบตะโกนลั่นจนชัยสะดุ้ง เขาพยายามจะก้าวไปหาร่างจริงแต่ถูกชัยขวางไว้ จนปราบต้องรีบปรับเสียงอ้อนแบบยัยเด็กแคดดี้
"พี่ชัย... ฉันไปไม่ได้ ฉันต้องไปกับคุณปราบ"
"น้องจะไปทำไม บอสเขาจะกลับบ้าน" ชัยงุนงง
วินาทีนั้นเอง ปราบเริ่มรู้สึกถึงแรงบีบมหาศาลที่หน้าอก เพราะระยะห่างระหว่างเขากับร่างจริงเริ่มเกิน 10 เมตร!
"โอ๊ย" โลมาร้องลั่นพลางตะครุบอกตัวเองที่หน้าลิฟต์ นลินตกใจ
"พี่ปราบเจ็บตรงไหนคะ"
"ผม... ผมทิ้งยัยคนนั้นไม่ได้" โลมาในร่างปราบละล่ำละลักใบหน้าซีดเผือดเพราะเริ่มขาดอากาศ
"ผมเพิ่งนึกได้ว่ายัยนี่... ต้องเซ็นสัญญาชดใช้หนี้ค่าซ่อมรถที่ทำพังเมื่อกี้"
"ใช่! สัญญา"
"พันธนาการชีวิต... เอ๊ย สัญญาชดใช้หนี้"
"ผมยังไม่ได้ตกลงเพื่อเคลียร์เอกสารหนี้เลยเดี๋ยวเธอจะหนีไปเสียก่อน" ปราบในร่างแคดดี้รีบวิ่งฝ่าชัยเข้าไปคว้าชายเสื้อสูทของร่างตัวเองไว้แน่น
"ใช่ค่ะ ฉันต้องเรียกค่ารักษาพยาบาลกับนายคนนี้ด้วยเหมือนกัน"
"ถ้าเขาหนีไป... ฉันขาดทุนย่อยยับแน่ค่ะ"
"แค่ค่าซ่อมรถพี่ปราบจะใจร้อนอะไรขนาดนั้นคะ" นลินงงหนักแต่โลมาหายใจหอบถี่จนน่ากลัว
"มันไม่ใช่แค่ค่าซ่อม แต่มันคือ...ผมพูดตอนนี้ไม่ได้"
"ชัย เดี๋ยวให้ยัยนี่ขึ้นรถไปกับผม ผมจะไปเคลียร์เรื่องสัญญาที่บ้าน"
บนรถตู้ VIP ที่เงียบกริบโลมาถอนหายใจทิ้งตัวลงนั่งเบาะด้านหลัง โดยมีปราบในร่างหญิงสาวนั่งตัวติดกันหนึบชนิดไม่ยอมให้มีอากาศลอดผ่าน
"บอส... เมื่อกี้บอสเกือบทำหนูหัวใจวายตายแล้วนะ" โลมากระซิบเบาๆ
"แล้วดูเธอสิ... นั่งหลังตรง ๆ หน่อย อย่าเอาเสื้อสูทมาวางแหมะไว้บนเป้าแบบนั้น มันดูประหลาด!"
"ก็มันยังไม่ยอมลงนี่คะบอส" โลมาโวยวายเบา ๆ
"หนูสวดมนต์จนถึงบทกรวดน้ำแล้วนะ มันยังตั้งโด่ประท้วงหนูอยู่เลย ร่างกายบอสนี่มันแข็งแกร่งเกินไปหรือเปล่าคะ"
"ยัยบ้านี่ มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายตอนเช้าบวกกับความดันเลือดตกใจจากฟ้าผ่าต่างหาก" ปราบกระซิบเสียงเขียวหน้าแดงซ่าน
"แล้วเลิกแทนตัวเองว่าหนูในร่างผมซะที ขนแขนร่างผมมันลุกจนจะทิ่มหน้ากันหมดแล้ว" จังหวะนั้นเองชัยที่กำลังออกรถก็เหลือบมองกระจกหลัง
"เอ่อ... น้องโลมาครับ บอกทางไปบ้านเช่าหน่อยสิ พี่จำได้แค่ว่าอยู่แถวคลองเตย" ปราบในร่างหญิงสาวตาเหลือกเขาไม่รู้ทางสลัม เขาจึงแอบหยิกต้นขาโลมาใต้เสื้อสูทแล้วขยับปากไม่ออกเสียง
"บอก-ทาง-มา-เร็ว!" โลมาเลิ่กลั่กพยายามทำมาดขรึม
"เอ่อ... พี่ชัย"
"ชัย ขับไปบ้านผมก่อน ไม่ต้องไปบ้านยัยนี่แล้ว"
"ผมจะให้เธอไปเริ่มงานชดใช้หนี้ที่บ้านเลย ทั้งค่าสนามกอล์ฟที่พังกับค่ารถ"
"ยัยนี่ต้องทำงานเป็นทาส"
"เป็นคนรับใช้ส่วนตัวผมจนกว่าจะครบทุกบาท"
"แต่บอสครับ..."
"ไปซอยสาม แยกสอง" โลมาโพล่งขึ้นมาเพราะเธอชักจะเอาใหญ่
"ที่มีศาลพระภูมิสีแดงเยอะๆ นั่นแหละ" ปราบอ่านปากของโลมาได้ตามนั้น หันมาตำหนิเธอ
"พรุ่งนี้ค่อยให้คนไปขนของ... ตอนนี้ขับไปเงียบ ๆ ห้ามถาม" ชัยรีบรูดซิปปากทันทีพลางคิดในใจด้วยความสยอง
"วันนี้บอสแปลกจริงๆ รู้กระทั่งจุดแลนด์มาร์คศาลพระภูมิในสลัม... สงสัยหนี้ครั้งนี้จะหนักหนาสาหัสจนบอสต้องลงไปสืบประวัติถึงหน้าบ้านเช่าเลยสินะ"
เมื่อรถตู้เคลื่อนผ่านโค้งมรณะที่ทั้งคู่โดนฟ้าผ่า โลมาในร่างปราบตะโกนสั่งเสียงหลงจนชัยเบรกตัวโก่ง
“ชัย จอดตรงนี้”
รถตู้ VIP จอดสนิทหน้า ‘ศาลเจ้าแม่มะขามทอง’ ศาลไม้เก่าแก่ที่มีชุดไทยแขวนระเกะระกะและกลิ่นธูปอบอวล ปราบในร่างโลมาหน้าตึงทันที เขาไม่ถูกกับที่รก ๆ และไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลยสักนิด เศษซากร่องรอยตอนที่เกิดเหตุยังคงอยู่
“จะลงไปทำไมยัยโบฮีเมี่ยนร้อนก็ร้อน สกปรกก็สกปรก” ปราบโวยวายขณะถูกโลมาลากลงจากรถ
“บอสเลิกบ่นเถอะหน่า เรื่องที่เราสลับร่างกันเนี่ย เจ้าแม่ต้องรู้เห็นเป็นใจแน่ ๆ”
ทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้าใกล้ศาล บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยือกขึ้นมาอย่างประหลาดจนขนแขนลุกขึ้นตั้งพร้อมกัน โลมารีบคุกเข่าลงในร่างชายหนุ่มตัวยักษ์ที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ขณะที่ปราบในร่างหญิงสาวช่างจ้อกลับยืนกอดอกถอนหายใจทิ้งอย่างเซ็ง ๆ
“เจ้าแม่จ๋า... ช่วยพวกเราด้วย หนูไม่อยากอยู่ในร่างบอสขี้เก๊กนี่ตลอดไปนะจ๊ะ” โลมาพึมพำอ้อนวอน
จังหวะนั้นเอง ลมพัดวูบจนควันธูปม้วนตัวเป็นเกลียวสยองบนถาดหน้าศาลปรากฏ ‘ด้ายแดง’ สองเส้นที่มีประกายทองวาววับวางอยู่ โลมาตาเบิกโพลงรีบหยิบขึ้นมา
“บอสเจ้าแม่ประทานด้ายแดงมาให้ ท่านบอกว่านี่คือทางแก้เรื่องระยะทาง 10 เมตร” โลมารีบอธิบายอย่างตื่นเต้น
“ไร้สาระ” ปราบแค่นหัวเราะพลางกวาดสายตามองศาลไม้ที่ผุพังอย่างดูแคลน
“เส้นด้ายอะไรกัน เธอดูสภาพศาลนี่สิทั้งเก่าทั้งรกทั้งสกปรกแบบเนี้ยนะ จะช่วยได้" เขาเอานิ้วชี้ไปรอบ ๆ ศาล
"แล้วยัยเจ้าแม่มะขามอะไรนี่ท่าทางจะว่างงานมากนะ ถึงมาเล่นตลกกับชีวิตคนอื่นแบบนี้”
สิ้นคำดูหมิ่น... ทุกอย่างรอบตัวก็เงียบสงัดลงทันที เสียงนกเสียงกาหายไป เหลือเพียงเสียง เอี๊ยด... เอี๊ยด... ของต้นไม้ที่เสียดสีกันไปมาโดยที่ไม่มีลมสักนิดเดียว โลมามองไปยังแท่นบูชาแล้วต้องตาค้าง เมื่อ ตุ๊กตานางรำดินเผาที่หลาย ๆ คน บอกว่าคือเจ้าแม่มะขามทอง ที่วางอยู่ในศาลค่อย ๆ บิดคอหันมาทางปราบอย่างช้า ๆ ริมฝีปากสีแดงจาง ๆ ที่หลุดลอกของตุ๊กตาตัวใหญ่ที่สุดเริ่มขยับไหวพร้อมเสียงกระซิบแหบพร่าดังก้องในหัว
“ปากดี... ปากดีเหลือเกิน กล้าดีมาดูหมิ่นข้า” เสียงหญิงโบราณเย็นเยือกดังกังวานจนโลมาหน้าซีดเผือด
“บอส หยุดพูดเดี๋ยวนี้” โลมาตะโกนเตือนแต่ไม่ทันเสียแล้ว
ลมที่เคยนิ่งสงบกลับหมุนวนกลายเป็นพายุย่อม ๆ พัดเอาข้าวของหน้าศาลกระจัดกระจาย กลิ่นธูปหอมเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้รุนแรง ปราบในร่างโลมาถึงกับเซวูบเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นผลักอย่างแรงจนล้มคะมำ
“ถ้าปากดีนัก... ก็ลองดูหน่อยเป็นไง” เสียงลึกลับนั้นคำรามลั่น
จังหวะที่ปราบกำลังจะอ้าปากด่าต่อ เส้นด้ายแดงในมือโลมาก็พุ่งเข้ามัดที่ข้อมือของทั้งคู่เองอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ได้มัดแบบธรรมดา แต่มันรัดพันเข้าไปถึงผิวหนังและหายวับไปกลายเป็นรอยปานสีแดงจาง ๆ ที่ข้อมือของคนทั้งคู่
“เฮ้ย มันหายเข้าไปในแขนผม” ปราบอุทานพลางลูบข้อมือตัวเองอย่างตื่นหนก
“เจ้าแม่โกรธแล้วบอส ท่านยังไม่ทันบอกวิธีแก้เลย"
"ถ้าปากดีนัก ก็อยู่ติดกันเป็นตังเมไปแบบนี้แหละ"
“หมายความว่ายังไงเจ้าค่ะ เจ้าแม่” โลมาเอ่ยถาม ยังไม่ทันขาดคำ ชัยที่นั่งรออยู่บนรถก็ตะโกนเรียก
“บอสครับ! คุณนลินโทรมาตามแล้วครับ”
ปราบหงุดหงิดเตรียมจะก้าวเดินขึ้นรถ แต่พอเขาก้าวขาออกห่างจากโลมาเพียงก้าวเดียว ข้อมือที่มีรอยด้ายแดงก็กระตุกกึก แรงดึงมหาศาลกระชากร่างของปราบกลับมาปะทะกับแผ่นหลังกว้างของโลมาอย่างแรงจนหน้าเกือบหัก ตึ้ง!
“โอ๊ยอะไรเนี่ย” ปราบร้องลั่นหน้าอกกระแทกหลังแน่น ๆ ของโลมาเต็มแรง
“บอส... ดูเหมือนว่าตอนนี้ระยะ 10 เมตรจะไม่มีอยู่จริงแล้วนะจ๊ะ” โลมาทำหน้าแหย ๆ พลางมองข้อมือตัวเองที่สั่นระริก
“ดูเหมือนเจ้าแม่จะปรับระยะใหม่... เหลือแค่ 1 ฟุต”
"ไม่นะ แบบนี้ทำอะไรไม่ได้นะสิ บอส"
"บอสต้องไปขอขมาเจ้าแม่เลยนะ"
ตอนนี้ทั้งคู่แทบจะตัวติดกันเป็นแฝดสยามปราบหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าเขาต้องเดินประชิดติดกันกับยัยโบฮีเมียนในร่างตัวเองไปตลอดทาง ชัยที่มองลงมาจากรถตู้ VIP ถึงกับตาเหลือกหวาดผวาหนักกว่าเดิมหลายเท่า
"บอสกับน้องโลมา... เขาทำสัญญาหนี้กันท่าไหน ทำไมต้องเดินเบียดกันจนจะสิงร่างกันอีกรอบแบบนั้นวะ’
