EP.5 ไม่เซียนไปเรียนมาใหม่
หลังจากที่มีการประกาศคำใหม่ในพจนานุกรมฉบับฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน
เสนอคำว่า
‘กูป่วย’
ศัพท์ใหม่ที่เรย์และเจคเพิ่งจะเคยได้ยินจากปากของเจ้านายพร้อมกับคำอธิบายที่ว่า
“กูรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เพราะกูดื่มเจ้านี่ไปแน่ๆ รู้สึกร้อนไปหมด พวกมึงเอารถออกเลย ต้องไปโรงบาลด่วนอย่าช้า กูอาจจะต้องแอดมิท”
โอ้ก๊อด
อยากเอามือทาบอกมาก
ประเด็นเเรก เจ้านายสามารถดื่มสองคืนสามวันได้สบายมาก เมื่อก่อนเคยดวลแข่งดื่มกับเพื่อนสายบู้กันมาแล้ว
ประเด็นที่สอง เจ้านายไม่ชอบห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ หายใจลำบาก แหล่งรวมเชื้อโรคกับสายน้ำเกลือน่ารำคาญ มากสุดแค่กลับบ้านมานอนพักไม่กี่วันก็หาย ตัดช้อยส์แอ็ดมิทไปเลย
แต่แล้วทำไมทั้งสามถึงต้องบึ่งรถมาโรงพยาบาลยามนี้ล่ะเนี่ย
เรย์และเจคสื่อสารกันทางสายตา
“มึงว่าเจ้านายเป็นอะไร”
“ป่วยใจมั้ง โรคสำออยแหละ หมอเรย์ฟันธง”
11:15 P.M.
รถหรูสีดำเลี้ยวเข้ามาในเขตโรงพยาบาลแอลซีคอน ที่ต้องเป็นที่นี่เพราะฟีนิกซ์ให้เหตุผลว่าเพื่อนเขาเป็นเจ้าของ ถึงแม้ว่ามันมีตั้งหลายแห่งที่ใกล้กับเพนท์เฮาส์ก็เถอะ บอสใหญ่อยากมาที่นี่
“จอดหน้าแผนกฉุกเฉินเลย”
เสียงห้าวสั่งมาจากเบาะหลัง
“แผนกผู้ป่วยนอกจะดีกว่าครับ”
เรย์ว่า จะได้ไม่วุ่นวาย
“มึงไม่เห็นหรอวะ กูอยู่ดีๆก็ป่วย มันไม่ฉุกเฉินตรงไหนห้ะ! ”
“.....” เจ้านายต้องสอบแกทเชื่อมโยงของน้องๆนักเรียนได้เต็มแน่แบบนี้ เชื่อมเก่ง
“คร้าบบ”
เจคตอบแทนอย่างอ่อนใจแล้วจอดด้านหน้าแผนกฉุกเฉินทันที เจ้านายอาการหนักมาก อย่าไปขัดเขา
เมื่อรถจอดสนิท ฟีนิกซ์รีบลงแล้วเข้าไปทันทีไม่รอลูกน้องทั้งสองให้ตามไปอย่างที่เคยเป็น
“มึงตามไปเลยไอ้เรย์ เดี๋ยวนายก่อเรื่อง กูจะเอารถไปจอด” เจครีบโบกมือไล่เพื่อนให้ตามเจ้านายไปเร็วๆ
ปัง!
กำปั้นแกร่งทุบเคาท์เตอร์อย่างแรง เสียงดังจนเจ้าหน้าที่พยาบาลสะดุ้งกันทั้งบาง
“ก็บอกว่าไม่เอาไงเล่า!”
นั่นไง คล้อยหลังไม่ทันไร เจ้านายก่อเรื่องแล้ว
“หมออะไร ไม่เอาคนนี้ จะเอาหมอที่ชื่อเวนิตาเข้าใจมั้ย”
เสียงห้าวบอกความต้องการไปอย่างชัดเจน
“แต่คุณหมอผ่าตัดคนไข้อยู่นะคะ”
เจ้าหน้าที่สาวพยายามอธิบายชายตรงหน้าที่หล่อมากและน่ากลัวมากไม่ต่างกันจนตอนนี้ตัวเธอสั่นไปหมดแล้ว
“เอ่อ เจ้านาย ผมเองครับ ผมเอง เจ้านายนั่งรอตรงนี้นะครับ”
เรย์เห็นคนเริ่มแตกตื่นมองมาทางฝั่งนี้ เขาว่าเขาเคลียร์เองจะดีกว่า เขาอยากจะถามจริงๆเลยว่าห้องป่วยใจไปทางไหนจะเข็นเจ้านายไปส่งเองกับมือ
ตอนนี้เขากำลังนั่งรอคุณพยาบาลเรียก กว่าจะมาถึงจุดนี้เรย์ต้องพร่ามเหตุผลร้อยแปดพันเก้ากว่าจะตกลงกันได้
เจครีบวิ่งมาแต่ไกล เรย์หลิ่วตาให้บอกเป็นนัยว่า
‘มึงพลาดช็อตเด็ด’
ณ เวลานี้ ทั้งสามนั่งหายใจเล่นๆมาร่วมชั่วโมงได้แล้ว
“คุณฟีนิกซ์ อีเมอร์สัน คุณหมอว่างแล้วค่ะ ตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ”
พยาบาลสาวนำทางฟีนิกซ์ไปที่ห้องพักส่วนตัวของคุณหมอเวนิตาโดยปราศจากบอร์ดี้การ์ดตามหลังเพราะฟีนิกซ์ได้ส่งสัญญาณสายตาพิฆาตให้อย่างรู้กันไปเรียบร้อยแล้ว
ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะคุณหมอ”
“เข้ามาได้ค่ะ” คุณหมอสาวอนุญาต
เวนิตาเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด เคสนี้ร่วมสี่ชั่วโมงทำเอาทีมแพทย์เครียดไม่น้อยเลย แต่สุดท้ายคนไข้ก็ปลอดภัย
“เอ่อ…พี่ไวน์ มีคนมาขอพบค่ะ”
“ซอลเองหรอ รอพี่แป๊บนึงนะ ขอล้างมือก่อน”
เวนิตาจำเสียงของพยาบาลร่างเล็กอย่างซอลลี่ได้ หญิงสาวล้างมืออยู่ที่ซิงค์ไม่ได้มองไปทางด้านหลัง
“ซอลลี่ขอตัวก่อนนะคะพี่ไวน์”
“จ้ะ ขอบคุณนะ”
พยาบาลสาวรีบปลีกตัวออกไป คนไข้คนนี้ไม่ธรรมดา เธอเห็นหน้าเขาตามอินเทอร์เน็ตและแอบตามข่าวตลอด แต่พอเจอตัวจริงก็อดเป็นห่วงรุ่นพี่ไม่ได้
เสียงน้ำหยุดไปแล้ว
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่.... คุณ!”
เวนิตาเผลออุทานเสียงดัง รีบใช้มือทั้งสองข้างปิดปากตัวเองเอาไว้ ดวงตากลมโตถลึงกว้างกว่าเดิมด้วยความตกใจที่เห็นเขามานั่งไขว่ห้างอยู่ในห้อง ไม่มีใครแจ้งเธอก่อนเลยว่าจะมีคนมาขอพบ ในตอนแรกเวนิตาคิดแค่ว่าจะเป็นคนไข้มาขอคำปรึกษา
“ตกใจอะไร นี่ผัวไม่ใช่ผี”
เสียงเรียบกล่าว
ฟีนิกซ์นั่งเกยคางบนฝ่ามือหนามองท่าตกใจของคุณหมอสาวอย่างรีแลกซ์เหมือนอาบแดดริมหาดพัทยาบีช ประเทศไทย
“พูดอะไรน่าเกลียด ออกไปเลย”
คนตัวเล็กเอ่ยปากไล่หลังจากเรียกสติกลับมาได้แล้ว
“ไม่ยักจะรู้ว่าที่นี่เลือกปฏิบัติกับคนไข้ด้วย”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสงสัย
เขาจะกวนไปถึงไหน
“นั่งลง ฉันป่วย ตรวจสิ อย่าให้ต้องย้ำรอบสอง”
ฟีนิกซ์เริ่มสั่งคุณหมอสาว เขาไม่ใจเย็นนะเตือนไว้ก่อน
เวนิตาถอยหายใจอย่างหนัก กลั้นอารมณ์โมโหเอาไว้แล้วกระเเทกก้นลงบนเก้าอี้เบาะนุ่ม
“เตือนแล้วนะ”
นิ้วเรียวยาวเริ่มเคาะโต๊ะ เป็นสัญญาณว่าอารมณ์เขาเริ่มกรุ่นอีกแล้วเมื่อเห็นคุณหมอยังยึกยักไม่ทำอะไรสักที
จนในที่สุดเวนิตาจำต้องหยิบปรอทวัดไข้ออกมา
ดูก็รู้เขาไม่ได้ป่วย
“อ้าปาก”
หญิงสาวกระแทกเสียงสั่ง ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ยอมทำแต่โดยดี
สามนาทีผ่านไป ไม่มีการสนทนาใดๆระหว่างทั้งคู่ที่เอาแต่เเข่งจ้องตากัน
ครบสามนาทีแล้ว ฟีนิกซ์หยิบปรอทมาดูพร้อมกระตุกยิ้มหนึ่งครั้งก่อนส่งให้คุณหมอสาวตรงหน้า
“เป็นไง”
เวนิตาอ้างปากค้างกับตัวเลขตรงปรอท
38 องศาเซลเซียส !
“แอดมิทเลย”
ไม่ใช่เสียงของหมอแต่เป็นเสียงของคนไข้ที่วินิจฉัยตัวเองเสร็จสับ
“คุณกินน้ำร้อนมาก่อนใช่มั้ย”
เวนิตาถาม มองหน้าเขาอย่างจับผิด สีหน้าเขาไม่เปลี่ยน
แต่เธอรู้!
เจอกันไม่กี่ครั้งทำไมเธอมองเขาทะลุขนาดนี้
“เบื่อ มีเมียฉลาด”
“คุณ!”
เวนิตามองชายหนุ่มตรงหน้าตาแข็ง เขาพูดจาไม่เข้าหูหลายครั้งแล้ว
คราวนี้เป็นตาของฟีนิกซ์บ้างที่ต้องถอนหายใจ เขาอุตส่าห์ให้ไอ้เจคมันวิ่งไปหาน้ำร้อนมาให้ก่อนที่จะถูกเรียกมานี่
รู้ทันได้ยังไงวะ
“คงทำบ่อยล่ะสิ วิธีนี้เวลาไม่อยากไปโรงเรียน”
“อย่างฉันไม่ต้องกินน้ำร้อนหรอก ไม่ต้องพูดมาก จัดมาห้องนึง เอากว้างๆ”
“ไม่ได้ ไม่ป่วยกลับบ้านไปเลย”
“ก็เห็นอยู่นี่ว่า 38 ฉันมีเงินจ่าย อย่าเรื่องมาก”
คนไม่เคยยอมใครยังเถียงไม่หยุด เขาจะนอน ใครกล้าห้ามก็ลองดู
‘ทำไมเขาดื้อด้านอย่างนี้นะ’
เธอเหนื่อยจากการผ่าตัดมาหลายชั่วโมงยังจะต้องมาเหนื่อยใจกับเขาอีก เมื่อตระหนักแล้วว่าที่นี่โรงพยาบาล สิ่งที่เธอควรทำคือควบคุมอารมณ์เอาไว้ อะไรที่ยอมได้ก็ยอมเขาไป
“ค่ะ ออกไปได้แล้ว”
สุดท้ายก็ต้องจำยอม
“ดี”
เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้ว ฟีนิกซ์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ยันมือไว้บนโต๊ะแล้วก้มหน้าลงในองศาที่สบกับดวงตาหวานตรงหน้าได้อย่างถนัดถนี่
“อยากจะบอกตั้งนานแล้วว่าปากเธอซีดหนะ”
พูดจบร่างสูงก็หันกลับออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้บางคนอึ้งปรับอารมณ์ตามเขาไม่ทัน
เขายั่วโมโหได้เก่งมาก
เวนิตากุมหน้าผากตัวเองแล้วฟุบลงกับโต๊ะอย่างเหนื่อยหน่าย วันนี้ทั้งวันเธอถอนหายใจบ่อยจนนับไม่ไหว คนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดทำไมต้องมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆแบบนี้นักก็ไม่รู้ แล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดี
“คิดสิยัยไวน์ คิดๆ”
“นี่”
ว้าย!!
หญิงสาวสะดุ้งตกใจเพราะเสียงใครที่จู่ๆก็มาไม่ให้สุ้มให้เสียง รีบเงยหน้าจากโต๊ะ
“อื้อออออ”
จังหวะที่เงยหน้านั้นริมฝีปากบางก็ถูกฉกฉวยไปจูบอย่างดูดดื่มเอาแต่ใจ มันกลืนเสียงร้องไปเสียหมด เขาขบเม้มริมฝีปากของเธอทั้งบนและล่างเมื่อหญิงสาวกัดฟันไม่ยอมให้เขาไปต่อเพื่อควานหาความหวานจากลิ้นเล็ก มือหนาข้างหนึ่งทำหน้าที่ประคองท้ายทอยเพื่อรับน้ำหนักเมื่อเขาโถมเข้าหาอย่างรุกล้ำมากขึ้น เพิ่มแรงจูบหนักหน่วงจนคนตัวเล็กเริ่มหายใจลำบาก เผยอปากให้เขาเข้าไปเกี่ยวพันหยอกล้อลิ้นเล็กลิ้มชิมความหวานที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นแล้วเวลานี้
หวาน หวานกว่าครั้งแรกในคืนนั้น ทำมันตอนเธอมีสติแบบนี้มันให้อีกรสชาตินึงเลย
ฟีนิกซ์อ้อยอิ่งอย่างไม่อยากจะถอดถอน อยากชิมต่ออีกสักหน่อยแต่เธอเริ่มทุบเขาถี่ขึ้นเพราะเริ่มหายใจไม่ออก จึงต้องยอม
จ๊วบบ
เสียงดังจ๊วบจ๊าบเมื่อริมฝีปากถอนออกจากกัน
มือเล็กยกทาบหน้าอกหายใจถี่และแรง เขาเกือบฆ่าเธอแล้ว เธอเกือบขาดอากาศไปจริงๆ
“คนเลว”
เป็นบ้าไปแล้วหรือไง ตอนค่ำเขายังว่าเธอเสียๆหายๆดูถูกกันสารพัด
เวนิตากำมือสองข้างแน่น เตรียมเหวี่ยงเข้าทุบคนตัวโต แต่พลาดไปเพราะเขารวบเอาไว้ได้ด้วยมือข้างเดียวส่วนข้างที่เหลือโอบเข้ากับเอวบางดึงเข้าหาตัว
“ตัวเท่าลูกแมว จะทำอะไรฉัน”
เขาจะกวนประสาทเธอไปถึงไหน เกลียดที่สุดเลยหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาพราวระริกนั่น
“ปากแดงล่ะนี่”
ฟีนิกซ์กระตุกมองปากอย่างที่ชอบทำด้วยความพอใจ
“ที่มาเนี่ย จะมาบอกว่าขอห้องใหญ่ที่สุดของที่นี่ อีกอย่างเธอเป็นเจ้าของไข้ก็ควรจะไปเยี่ยมฉันบ้าง อย่าปล่อยปละละเลย ตกลงตามนี้? ”
