บทที่ 1 ค่าเช่าห้องไม่รับชำระด้วยบทสวดมนต์
'อาจารย์ปู่เคยบอกว่า การฝึกเต๋าต้องละทิ้งกิเลสและเงินทอง... แต่ขอโทษทีเถอะค่ะ ค่าเช่าห้องในเซี่ยงไฮ้มันไม่ได้จ่ายด้วยกระดาษยันต์นี่คะ'
เวลา 23.15 น. ห้องเช่าขนาดสิบห้าตารางเมตร ฉันรัวนิ้วกดยืนยันการทำรายการบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ฟิล์มกระจกร้าวไปแล้วสามมุม
บนโต๊ะพับตัวเล็กตรงหน้ามีเพียงซากชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเนื้อตุ๋นกับกองยันต์สีเหลืองที่ถูกวาดด้วยหมึกชาดลวกๆ วางสุมกันเป็นตั้ง
"หกหมื่นหยวน... โอนเรียบร้อย" ฉันพึมพำ จ้องมองตัวเลขยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่เพิ่งหักลบไปสดๆ ร้อนๆ จนตอนนี้เหลือแค่ตัวเลขหลักสิบ
ฉันยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกเหมือนมีคนเอามีดมาแทงทะลุซี่โครง เงินหกหมื่นหยวนที่หามาได้จากการหลอกขายด้ายแดงในเถาเป่าแบบอัปราคา ปลิวหายไปในพริบตาเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ
"แกโอนเงินเก็บทั้งชีวิตไปให้นายหน้าตั๋วผีจริงๆ เหรอซีซี" กู้เซียนเซียน วิญญาณแฝดพี่ของฉันลอยทะลุเพดานห้องลงมาทิ้งตัวนั่งไขว่ห้างบนกองกล่องพัสดุแล้วชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอสมาร์ทโฟนของฉัน
"เพื่อคีย์การ์ดใบเดียวที่จะลอบเข้าห้องสวีทโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเนี่ยนะ แกบ้าไปแล้วแน่ๆ"
'หกหมื่นหยวน! เงินก้อนนี้เอาไปเหมาหมูสามชั้นไหตี่เลากินได้ยันชาติหน้าเลยนะ แต่ฉันต้องเอาไปละลายแม่น้ำเพื่อซื้อทางเข้าหาผู้ชายคนเดียว ถ้านี่ไม่ใช่การลงทุนที่เสี่ยงยิ่งกว่าเดินเข้าค่ายกลแปดทิศ ฉันก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว'
"แต่ไม่ทำก็ไม่ได้" ฉันถลึงตาใส่วิญญาณพี่สาว กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วโยนมันทิ้งลงบนกองยันต์
"ยันต์ผูกวิญญาณเสื่อมสภาพจนแบตเตอรี่เจ๊เหลือแค่ 10% แล้วนะ ขืนคืนนี้ไม่ได้พลังหยางมาเสียบชาร์จ เจ๊ได้แตกสลายกลายเป็นเถ้าธูปแน่ๆ"
เซียนเซียนยกมือขึ้นมองปลายนิ้วของตัวเองที่เริ่มโปร่งแสงกะพริบติดๆ ดับๆ เหมือนหลอดไฟนีออนใกล้ขาด เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะหุบปากเงียบและยอมรับความจริงข้อนี้แต่โดยดี
เซียนเซียนตายไปตั้งแต่เธอยังเป็นทารก ปู่ที่เป็นนักพรตเต๋ากระจอกๆ จึงใช้ยันต์ผูกวิญญาณเธอไว้กับฉัน แต่ตอนนี้พลังของยันต์หมดอายุการใช้งานแล้ว ทางรอดเดียวที่จะส่งเจ๊ไปเกิดใหม่ได้ คือต้องสะสมพลังหยางบริสุทธิ์เพื่อไปทำ 'พิธีสืบชะตา' ในคืนเทศกาลสารทจีนที่ประตูนรกเปิดในเดือนหน้า
แต่ปัญหาคือ... สภาพดวงจิตของเจ๊ตอนนี้ร่อแร่เกินกว่าจะอยู่รอถึงเดือนหน้าได้ ถ้าฉันไม่รีบไปวางยาเพื่อเอาพลังหยางก้อนใหญ่มาเป็น 'แบตเตอรี่สำรอง' คอยต่ออายุให้เจ๊แบบรายวันล่ะก็ วิญญาณเจ๊ได้สลายหายไปก่อนถึงวันทำพิธีแหงๆ
ฉันสไลด์หน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นมาอีกครั้ง เปิดรูปภาพแอบถ่ายของเป้าหมายระดับ VVIP ที่จ้างนักสืบเอกชนตามสืบมาเป็นเดือน แล้วเคาะนิ้วลงบนรูปใบหน้าของท่านประธาน 'โจวเจวี๋ย' มหาเศรษฐีหนุ่มหล่อวัยยี่สิบแปดปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นระดับทำลายล้าง
"นี่แหละผู้ที่มีตามตำราบอกว่ามี 'พลังหยางบริสุทธิ์สี่เสา' เกิดในวันหยาง เดือนหยาง ปีหยาง และยามหยาง..." ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก จิ้มนิ้วลงบนแผงอกกว้างในรูปถ่าย
"ผู้ชายคนนี้คือ 'เตาหลอมยาอายุวัฒนะเดินได้' ขอแค่ฉันเข้าประชิดตัว ลากเขาขึ้นเตียง แล้วสูบพลังหยางมาสักครึ่งหนึ่ง ดวงจิตเจ๊ก็จะสมบูรณ์พร้อมไปเกิดใหม่"
"หล่อรวยระดับนั้น แกจะใช้วิชาวางยาเขาจริงๆ เหรอ" เซียนเซียนลูบคางพินิจพิเคราะห์ใบหน้าในจอ
"ระดับมหาเศรษฐีคงมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลัง แกคิดว่าจะเข้าประชิดตัวไปวางยาเขาได้ง่ายๆ หรือไง สภาพแกตอนนี้ดูเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎมากกว่าปรมาจารย์เต๋า แค่เฉียดล็อบบี้โรงแรม รปภ. ก็คงรวบตัวโยนออกมาแล้ว"
"แพ็กเกจหกหมื่นหยวนนี่รวมค่าจ้างรูมเซอร์วิสให้ผสม 'ยันต์สลายปราณ' ลงในขวดไวน์ที่เตรียมไว้ในห้องเรียบร้อยแล้วย่ะ" ฉันตบซองยันต์ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตดังปุๆ เมินคำวิจารณ์เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของผีพี่สาว
"พอเขาดื่มไวน์นั่นจนหมดสติและพลังหยางถูกคลายล็อก ฉันที่ปลอมเป็นแม่บ้านก็จะแอบเข้าไปรวบรัดตัดตอน ถอดกางเกงเขา สูบโอสถทิพย์เสร็จก็เผ่นหนี"
'คนหล่อระดับดาราฮอลลีวูดแถมรวยล้นฟ้า ถ้าได้มาเป็น 'แท่นสกัดพลังหยาง' ส่วนตัวสักคืน ต่อให้ต้องจ่ายหกหมื่นหยวนก็ถือซะว่าเช่าของขลังเกรดพรีเมียมมาใช้ ขาดทุนนิดหน่อยแต่ได้ต่ออายุให้พี่สาว คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม'
"แกแน่ใจนะว่าวิชาสกัดจุดดูดพลังหยางของแกมันใช้ได้ผล" เซียนเซียนรี่ตาลงอย่างจับผิด
"ครั้งล่าสุดที่แกใช้วิชาเต๋ากับลูกค้า หมาปั๊กบ้านเขายังวิ่งไล่กัดแกจนกางเกงขาดเลยนะ"
"นั่นมันอุบัติเหตุย่ะ! ฉันกะทิศทางค่ายกลผิดไปนิดเดียวเอง" ฉันเถียงหน้าดำหน้าแดง รีบรวบกระดาษยันต์ปราบผีที่เขียนเสร็จแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ คว้าเป้สะพายหลังที่บรรจุชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านของโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเดินตรงไปที่ประตู
"รอรับพลังหยางอยู่ที่นี่แหละเจ๊ คืนนี้ฉันจะเอาโอสถทิพย์ก้อนใหญ่กลับมาฝาก"
เวลา 23.45 น. โรงแรมแกรนด์ไฮแอท ฉันในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านสีเทาเข้ม รวบผมตึงเป็นมวยไว้ด้านหลัง สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง ก้มหน้าเข็นรถทำความสะอาดไปหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักของ 'ห้องสวีทเพรสซิเดนเชียล'
เป้าหมายมูลค่าหกหมื่นหยวนของฉันรออยู่หลังประตูบานนั้น
ฉันล้วงคีย์การ์ดสีดำขลับออกมา ปลายนิ้วชื้นเหงื่อเล็กน้อยขณะทาบแผ่นพลาสติกลงบนเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์
ติ๊ด... กริ๊ก.
เสียงระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ปลดการทำงาน บานประตูแง้มออกอย่างง่ายดาย ฉันดันรถเข็นหลบเข้ามุมทางเดินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสอดตัวแทรกผ่านช่องประตูเข้าไปด้านใน
ภายในห้องสวีทมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ฉันก้าวเท้าเหยียบลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงอย่างเงียบเชียบราวกับแมวขโมย
สายตาปะทะเข้ากับขวดไวน์และแก้วคริสตัลที่พร่องไปกว่าครึ่งบนโต๊ะรับแขก มุมปากฉันกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ
'หกหมื่นหยวนจ๋า แม่มาถอนทุนคืนแล้ว เตรียมตัวโดนสูบพลังได้เลยพ่อเตาหลอมยาอายุวัฒนะ!'
